วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แม่บ้านสมองไหล...ชวนหลายทำ "สตอร์เบอร์รี่ชีสเค็ก" จากของลดราคา ง๊ายง่ายได้อารมณ์


มาโกะบอกว่า ภาพนี้ต้องเอาไปลง FB มันทำอย่างกะว่ามันมี FB เป็นของตัวเอง

เคยสังเกตมั้ยค่ะ เด็ก ๆ จะตื่นเต้นกันมากเวลาได้ทดลองทำอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ อาทิตย์นี้คุณป้าสมองไหล แม่บ้านตัวอย่าง เลยหิ้วหัวหิ้วท้ายพาหลานไปแหล่งสุนทรทางบันเทิงอย่าง "โลตัส" เหมือนจะปลูกฝังนิสัย "งก" เอร้ย "ประหยัด" ให้บรรดาหลานรัก จุดแรกที่พุ่งมุ่งไปนั่นคือ ชั้นของลดราคา

ที่โลตัสนี่ ปกติจะมีสิ่งของลดราคาหลากหลาย แต่เนื่องจากกิจกรรมสัปดาห์นี้ เราจะ "ทำกับข้าว" หรือ "ขนม" กัน ชั้นลดราคาที่แวะไปเลยต้องแวะไปที่ "ชั้นลดราคาที่ตู้แช่เย็น" ที่นี่นี่เอง มี ครีมชีส นอนแน่นิ่งสิ้นสติอยู่ตรงนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา อีฉันเลยบัญชาให้หลานรัก ไปสอยมาซะ นอกจากนี้ยังมีเนยเทียมอีกหนึ่งห่อใหญ่ (เนยเทียมนั่นใช้บริโภคแทนเนยแท้ได้ค่ะ ถึงจะอร่อยไม่เท่า แต่เราสามารถปรุงแต่งได้ แต่ผู้ชายเทียมไม่ควรใช้บริโภคแทนผู้ชายแท้ มันไม่แซบ แฮ่ !!!)

อุปกรณ์และวัตถุดิบสำหรับทำถาดพายแคร๊กเกอร์

ได้ครีมชีส ถึงแม้นจะเป็นแบบเอาไว้ทากิน ไม่ใช่ ครีมชีส สำหรับทำชีสเค็กโดยตรง แต่ก็พอจะกล่อมแกล้มกันได้ เอาหละ ทีนี้ก็ไปหาซื้อสิ่งอื่นที่จำเป็นและเหมาะสม อันได้แก่ แคร๊กเกอร์ แน่นอน มันลดราคา นมข้นหวาน มะนาว และแยมสตอร์เบอร์รี่ ถามว่าทำไมต้องเป็นแยมสตอร์เบอร์รี่ คำตอบเหมือนเดิม "มันลดราคา (ว้อยยย)"

เมื่อได้ทุกอย่างดังใจและ เอาหละ ถอยทัพกลับบ้านกันเถอะเด็ก ๆ ทันทีที่ถึงบ้าน พวกเราก็ตระเตรียมอุปกรณ์ได้ดังนี้

1.  สารพัดถาดเท่าที่จะหามาได้ เว้นไว้อย่างเดียว "ถาดข้าวหมา" เดี๋ยวมันจะเคืองเอา

2.  ฟอร์ยอลูมิเนียมทำอาหาร อย่าได้เผลอเรอไปเอา "ฟอร์ยบุช่องแอร์" มาเชียว เดี๋ยวแอร์ไม่เย็น

3.  ถุงพลาสติก

จากนั้นนำแคร๊กเกอร์ที่เราซื้อมาแกะใส่ถุง ชี้นิ้วสั่งหลานให้บุบให้ละเอียด หลานไปแบกครกมาจะตำ ป้าต้องบอกว่า เราจะทำถาดแคร๊กเกอร์ลูก ไม่ได้ทำตำข้าวโอ๊ตป๊าดดดดด หลานแบกครกอ่างศิลากลับไปแบบเสียความตั้งใจ ต้องทำใจแข็งไม่งั้นอาจป่นปี้ได้ แต่ก็ถือว่าได้ประโยชน์ เพราะหลานรว๊ากกก เอาแรงทั้งหมดระบายใส่ถุงแครกเกอร์จนบี้แบน

แครกเกอร์มีคนตะลุมบอนแล้ว เราก็เลี่ยงมาปูอะลูมิเนียมใส่ถาดที่จะเอามาใช้ สังเกตุมั้ยค่ะ ถ้าเราใช้อลูมิเนียมสำหรับทำอาหารที่ม้วนมาจะมีลักษณะเรียบสวยงาม ปูง่าย แต่ถ้าเป็นอลูมิเนียมบุช่องแอร์แล้ว นอกจากจะส่งผลให้แอร์ไม่เย็นแล้ว มันยังยับปูยากอีกด้วย แฮ่ !!!

ถาดก็ได้แล้ว ขนมปังแคร๊กเกอร์ป่นก็ได้แล้ว เจ้าป้าก็ยังคงดำรงตำแหน่งคุณนายชี้นิ้วต่อไป โดยการตักเนยเทียมใส่ในแครกเกอร์ที่บดเสร็จ แล้วให้หลานคลุกจนเนยละลาย จริง ๆ แล้วเราสามารถนำเนยเทียมดังกล่าวไปตั้งไฟให้ละลายเป็นน้ำก่อนแล้วค่อยนำมาคลุก แต่เจ้าป้าขี้เกียจ อีกอย่างอยากใช้แรงงานหลาน เลยจัดไปสด ๆ โรยเกลือใส่สักนิดนึงให้เค็ม ๆ มัน ๆ

แคร๊กเกอร์ที่บดเกือบ ๆ จะละเอียด คลุกกับเนยเทียมจนชุ่ม

พอได้แคร๊กเกอร์บดที่ชุ่มไปด้วยเนยแล้ว ก็เอามาปูบนถาดที่เราห่อด้วยอลูมิเนียมไว้ แล้วนำไปใส่ตู้เย็น จากนั้นไล่หลานไปอาบน้ำนอน ตื่นมาจะได้ถามแคร๊กเกอร์หน้าตาดี ราวกับป๊อบ อริยา เลยทันที

ปูแคร๊กเกอร์ชุ่มเนยกับถามที่ปูอลูมิเนียม

ปูเรียบร้อย เอาเข้าตู้เย็นซะ

วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำครีมชีส

หลังจากนอนกันไปหนึ่งตื่น เจ้าป้าปลุกบรรดาหลาน ๆ มาล้างหน้าแปรงฟัน ถูหลังกินข้าวแล้ว เราก็จะมาเริ่มการทำ "ครีมชีส" สำหรับ "ชีสเค็ก" ของเรากันเลย อันได้แก่

1.  นมข้นหวาน จะหวานมาก หวานน้อย ก็ตามสะดวก

2.  ครีมชีส หน้าตาดีที่เห็นแล้วรักเลย อย่าได้แคร์ว่ามันจะอร่อยหรือเปล่า เพราะเขาไม่ให้เราชิมก่อนซื้อ ถ้างวดนี้ซื้อแล้วไม่อร่อยให้จำไว้ คราวหน้ากรูจะไม่แลเมิงเลยเชียว ชิส์

3.  ด้วยความอยากเป็นสาวเปรี้ยวแบบอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ก็คว้ามะนาวออกจากตู้เย็นมาด้วยหนึ่งลูก แต่ถ้าไม่มีก็ช่างมันนะค่ะ ไม่ต้องเอาน้ำส้มสายชู หรือส้มมะขามเปียกมาใช้แทน เกรงว่ามันจะเปรี้ยว เซี้ยว แก่นเกินไป

4. แยมสตอร์เบอร์รี่ หรือแยมอื่น ก็ได้ถ้าชอบ แต่ขออย่างเดียว แยมสตอร์เมืองใต้ โปรดงดไว้ เกรงใจตู้เย็น

เอาชีสเค็กออกจากกล่อง คงไม่มีใครกินกันทั้งกล่องนะค่ะ จะประหยัดเกินเหตุไปและ

เทนมข้นหวานใส่ในครีมชีส ถ้าชอบหวานมาก ก็ใส่เสียให้หมด ถ้าไม่ชอบหวานมาก ก็ไปกินอย่างอื่น อย่ามากินชีสเค็กเลย ของหวานมันต้องหวาน อย่าได้แคร์ อ้วนเป็นอ้วน แต่ถ้าชอบมัน ๆ หรืออยากให้ชีสเค็กของคุณแข็งตัวเร็ว ก็ผสมเนย หรือเนยเทียมของคุณลงไปเพิ่มเติม

แบบว่าอยากเปรี้ยว ก็เติมมะนาวลงไปซักลูกนึง ถ้าไม่มีมะนาว งดการใช้ส้มมะขามเปียก และน้ำส้มสายชู ให้เอาถูแขนก็น่าจะเปรี้ยวพอ แฮ่ !!! จากนั้นก็คนให้เข้ากัน ถ้ามีเครื่องปั่น เครื่องตีก็ใช้ตีให้มันเข้ากัน ถ้าไม่มีให้ใช้ตระกร้อ โปรดใช้ตะกร้อตีไข่เท่านั้น ห้ามไปแย่งตะกร้อครอบปากของน้องหมา เพราะเดี๋ยวเศษหนังจากตะกร้อจะติดลงไปมันเคี้ยวยาก

ส่วนเจ้าป้าใช้เครื่องตียี่ห้อ "หลานรัก" กับซ้อมหนึ่งคัน ตีมันเข้าไปลูก สู้ว้อยยยยยยยยยย

ตีให้เนียน ขึ้นฟูสวย จากนั้น ก็ไปเอาแคร๊กเกอร์ที่แข็งตัวแล้วในตู้เย็นออกมา เทครีมชีสที่เราตีเสียขาวนวล สวยงามลงไปจนทั่ว

จะได้หน้าตาแบบนี้ จากนั้น เอาไปแช่ตู้เย็น แล้วไล่หลานไปกินข้าว อาบน้ำ ทำการบ้าน ไปเล่นกับเพื่อน ซัก 5 - 6 ชม. ก็ไปจิกมันมาตีแยมเตรียมแต่งหน้า เพราะเวลาที่เราเอาแยมออกจากขวดมันจะเป็นก้อน จะเอาไปยีหน้าชีสเค็กของเราก็จะกระไร เดี๋ยวเสียโฉม เอาหละ เอามายีรอไว้ก่อนเลย

เอาชีสเค็กที่เราแช่เย็นไว้ ออกมาแล้วจัดการละเลงแยมที่เราเตรียมไว้เป็นการแต่งหน้า

ทาหน้าจนเต็มจะได้ชีสเค็กอร่อย ๆ หน้าตาดีเยี่ยงนี้

เอาหละลูกหลาน "รุมกินโต๊ะ" กันเห้อ แล้วเดี๋ยวเจ้าป้าจะกิน "ชีสเค็ก" นี่เอง วะฮะฮ่า

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net