วันที่ พุธ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทรรศนะสวนกระแส บาทแข็งไทยยิ่งรวย


          ส่งข่าวนี้มาให้พวกเราอ่าน  มีแนวคิดแตกต่างกับที่กำลังจะแก้ให้เงินบาทอ่อน กับบอกว่า เงินบาทแข็งเป็นประโยชน์ อยากให้เพื่อนสมาชิกเวบOK-NATION พิจารณา บ้าง เพราะ ทุกสิ่งทุกอย่างจะมีทั้งโทษ และ ประโยชน์

          เรามองแต่ด้านโทษ เราลองมาอ่านในแง่ด้านประโยชน์ ของค่าเงินบาทแข็งดูบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อปัจจุบันเงินบาทแข็ง ก็น่าจะเร่งใช้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทแข็งให้เต็มที่

[สกรู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ อังคารที่ 24 ก.ค. 50 - 18:00]



“เลิกนโยบายเงินบาทอ่อน จะทำให้ประเทศไทยพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ และยิ่งเงินบาทแข็งก็ยิ่งจะทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนลดน้อยลง คนไทยจะกินดีอยู่ดีเฉลี่ยทั่วถึงทั้งประเทศ”

นี่คือแนวคิดสวนกระแส ของ มีพาศน์ โปตระนันท์



มีพาศน์ โปตระนันท์ เป็นใคร มาจากไหน?

ประวัติการศึกษา จบนิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ ชวน หลีกภัย และมีชัย ฤชุพันธุ์, เนติบัณฑิตไทย และปริญญา LL.M. มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีศาลอุทธรณ์ภาค 1 หัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา หัวหน้าศาลประจำกระทรวง และผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่

ปัจจุบัน...มีพาศน์ เป็นอาจารย์ผู้บรรยายพิเศษ ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามคำแหง นักวิชาการด้านนโยบายเศรษฐกิจการเงิน การคลัง กฎหมาย


“ผมไม่เห็นด้วยกับนโยบายค่าเงินบาทอ่อน”

มีพาศน์ ย้ำ

กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นโยบายทางการเงินของประเทศไทยมักจะพยายามดำเนินนโยบายค่าบาทอ่อน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก
ทั้งลด ทั้งกดค่าเงินบาท จากดอลลาร์ละ 18 บาท ในปี 2516... และไม่นานมานี้ ก็กลายเป็นดอลลาร์ละเกือบ 40 บาท

มองให้ลึกซึ้ง นโยบายบาทอ่อนไม่เป็นธรรมกับคนไทยทั้งประเทศ...บาทยิ่งอ่อน ยิ่งมีผลให้ของแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ค่าครองชีพก็ยิ่งสูง... ประชาชนส่วนใหญ่ยากจน

นโยบายบาทอ่อน เท่ากับว่า...

เก็บภาษีคนยากจน หรือเอาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งประเทศไปอุดหนุนการส่งออก นำพามาซึ่งความร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีของผู้ส่งออกจำนวนมาก

ที่สำคัญ...ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ เป็นบริษัทข้ามชาติ

“นโยบายค่าเงินบาทอ่อน ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวย คนจนมีมากขึ้น แต่ไม่มีใครรู้สึก จึงปฏิบัติมาเรื่อยๆ”


ปัญหาบาทอ่อนในวันนี้ ทุกภาคส่วนกลัวว่าจะนำมาซึ่งวิกฤติเศรษฐกิจครั้งที่ 2 มีพาศน์ บอกว่า หากมองด้วยใจเป็นกลาง เปรียบเทียบกับต่างประเทศ จะพบว่า...นโยบายบาทอ่อน ผิดพลาดอย่างมหันต์
ประเทศไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจดีพอควร เพราะเราอยู่ในระบบแข่งขัน ผู้ประกอบการค่อนข้างแข็งแรง มีความเจริญก้าวหน้าพอสมควร

ประเทศที่เศรษฐกิจค่อนข้างดีเช่นนี้ มักได้เปรียบดุลบัญชีเงินสะพัด และดุลชำระเงิน ค่าเงินมักจะลอยตัวสูงขึ้นเองเป็นธรรมดา เช่น ค่าเงินเยอรมัน สวิส ฮอลแลนด์ สิงคโปร์

ตัวอย่าง ค่าเงินฟรังก์สวิสขึ้นจากฟรังก์ละ 6 บาท เป็น 28 บาท เพราะเขาไม่ใช้นโยบายค่าเงินอ่อน ส่งผลให้น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้า บริการที่ซื้อจากต่างประเทศ รวมทั้งค่าจ้างต่างประเทศวิจัย พัฒนา ถูกลงหลายเท่าตัว

ผลที่ตามมา...ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นตามความเจริญของประเทศ ค่าครองชีพต่ำลงตามกำลังซื้อที่เพิ่มสูงมากขึ้น ภาคส่งออกก็มีต้นทุนต่ำลง และได้ประโยชน์จากการขายภายในประเทศได้มากขึ้นมหาศาล

กรณีเยอรมนี ชาวเยอรมันมีฐานะ มีกำลังซื้อสูง ซื้อรถยนต์เบนซ์มาใช้ มากมายทั่วทั้งประเทศ เยอรมนีก็กลายเป็นประเทศที่รวยมาก

มีพาศน์ อธิบายว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นโดยเสรีจะเป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ส่งออกส่วนใหญ่ ทำให้

น้ำมันราคาถูกลงได้ถึงหนึ่งเท่าตัว ค่าไฟฟ้าก็จะถูกลง

สินค้าในประเทศก็จะถูกลง เพราะผู้ผลิตมีต้นทุนต่ำลง เกิดการแข่งขันตัดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งของตลาด ปริมาณสินค้าที่ขายได้จะเพิ่มขึ้น การผลิต ความต้องการแรงงานก็จะเพิ่มขึ้น อัตราค่าแรงงานก็จะเพิ่มสูงขึ้น

สินค้า...บริการจากต่างประเทศจะถูกลงหนึ่งเท่าตัว ค่าครองชีพต่ำลง อัตราเงินเฟ้อก็ต่ำ เครื่องจักรกลที่ใช้ในการผลิต วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าก็จะถูกลงไปด้วย

“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะเป็นเงินบาทที่มีอำนาจซื้อมากขึ้น”

ปรากฏการณ์บาทแข็ง จะทำให้กำลังซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นได้มหาศาล สินค้า บริการขายได้มากขึ้น ผู้ผลิต เจ้าของโรงงานย่อมผลิตสินค้าขายได้มากขึ้น

จีดีพีจะเพิ่มขึ้น สินค้าที่ผลิตได้จำหน่ายในประเทศได้มากกว่าปัจจุบันเป็นทวีคูณ จะกลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมากที่สุด ทำให้เราไม่ต้องพึ่งภาคส่งออกมากเกินไปจนถึงกับต้อง ส่งสินค้าไปขายในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง

ประเทศที่ร่ำรวยอย่างญี่ปุ่น มีการผลิตเพื่อใช้เองภายในประเทศราว 3 ใน 4 สหรัฐฯ ก็ผลิตเพื่อใช้เองเกือบทั้งหมด ผลิตเพื่อส่งออก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นี่คือกลไกเศรษฐกิจที่ไม่ฝืนธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ประชาชนทั้งประเทศรวมทั้งผู้ที่ยากจนข้นแค้นแสนสาหัสที่ไม่มีใครห่วงใย มีรายได้เป็นเงินบาท จะมีฐานะดีขึ้น...อย่างมีนัยสำคัญ

นี่คือกลไกธรรมชาติที่จะลดช่องว่างระหว่างมหาเศรษฐี กับคนยากจนมีผลมากกว่าวิธีการสังคมนิยมใดๆ อย่างการเก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน มาตรการเหล่านี้ถึงจะน่าสนใจ แต่จะนำไปช่วยคนยากจนได้บ้าง...ก็มีผลเพียงเล็กน้อย

“ถ้าประชาชนร่ำรวย ประเทศก็ย่อมจะร่ำรวย จะเป็นประเทศที่ยากจนย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศก็คือประชาชนโดยรวม”

มีพาศน์ บอกอีกว่า การเพิ่มการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้มาก ทำให้ประเทศไทยมีผลผลิตหลากหลายมากขึ้น ชาวโลกจะเลื่อมใสยกย่องประเทศไทยและคนไทยมากขึ้น สินค้าส่งออกจะมีระดับสูงขึ้น ได้ราคาสูงขึ้น และขยายตัวรวดเร็ว

ท่ามกลางค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น ดูเผินๆผู้ส่งออกเสียหาย แต่ความจริง...อาจตรงกันข้าม

ค่าเงินบาทแข็งตามธรรมชาติ ไม่เป็นผลเสียกับชาวนา ปีนี้ประเทศไทยส่งออกข้าวมากเป็นประวัติการณ์กว่า 8 ล้านตัน และยังมีแนวโน้มเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายปี

การที่ข้าวมีราคาดีหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับค่าเงินบาท ราคาข้าวภายในประเทศขึ้นอยู่กับปริมาณข้าวที่เหลือในประเทศมากหรือน้อย ไม่ต่างกับราคาพืชผลชนิดอื่น

“จริงอยู่...ค่าเงินบาทแข็งไม่เป็นผลดีกับผู้ส่งออก แต่ก็เป็นกับผู้ส่งออกส่วนน้อยบางกลุ่ม” มีพาศน์ ว่า “รัฐบาลจะต้องหาวิธีช่วยในรูปแบบอื่น...ลดภาษีรูปแบบต่างๆ หรือให้สินเชื่อต่ำ ไม่ใช่คอยแต่ถ่วงความเจริญของเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนส่วนใหญ่”
การหาทางออกด้วยแนวทางนโยบายบาทอ่อน อย่างกันเงินสำรอง 30% ก็ทำให้เศรษฐกิจเสียหายไปเป็นล้านล้านบาท

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยพยายามทำให้เงินบาท อ่อน จึงเป็นการฝืนความจริง...ฝืนกลไกตลาด ไม่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ทำอย่างนี้ก็เหมือนฝืนธรรมชาติ ไม่เกิดผลดีแก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ผู้ส่งออกที่ไม่มีความสามารถพอ...รัฐบาลก็ต้องปล่อยให้ล้มไปบ้าง ทำนองเดียวกันกับประเทศจีน ปล่อยให้กิจการที่ไม่แข็งแกร่งขาดทุนล้มลงไปมากมาย มีคนตกงานหลายสิบล้านคน คงเหลือแต่กิจการที่เข้มแข็ง มีกำไร

ท้ายที่สุด วันนี้ประเทศจีนเป็นประเทศที่เข้มแข็ง ตัวเลขจีดีพีโดยรวมโตกว่าปีละ 10 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาคนว่างงาน รัฐบาลก็ช่วยเหลือด้วยการใช้วิธีที่ไม่มีผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ จัดให้ทำงานกับบริษัทที่เข้มแข็งและมีกำไร

ทรรศนะของ มีพาศน์ การปล่อยให้กิจการที่ขาดทุนล้มลงไป เป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ถ้าไม่ปล่อยให้เลิกกิจการ หรือเปลี่ยนเป็นกิจการอย่างอื่นที่มีกำไร ก็จะทำให้ประเทศมีกิจการที่อ่อนแอ ขาดทุน

“ยิ่งมีกิจการแบบนี้มากเท่าไหร่ หน่วยการผลิตที่แข็งแกร่ง มีกำไรก็มีน้อยลง ผลชัดเจนก็คือประเทศอ่อนแอ ประชาชนยากจน”

มีพาศน์ โปตระนันท์ กล่าวทิ้งท้าย ให้หลายฝ่ายที่เห็นว่า ปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็ง คือหายนะ...ได้นำไปคิด.

.............................................................................................

พบข่าวการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทแข็ง นำมาเสนอ ดังข่าวข้างล่างนี้

คอลัมน์ ย่อยข่าว


โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 09:18 น.



กฟผ.-ปตท.เร่งคืนหนี้ตปท.

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า มอบหมายให้รัฐวิสาหกิจในสังกัดใช้โอกาสจังหวะที่เงินบาทแข็งค่าเร่งคืนหนี้ต่างประ เทศ โดยในส่วนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประ เทศไทย (กฟผ.) นั้นมอบหมายให้ไปเจรจากับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (ไอพีพี) เร่งคืนหนี้ต่างประเทศ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในขณะนี้ ปตท. กำลังพิจารณาที่จะทำสัญญาซื้อเงินเหรียญสหรัฐล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด) ในโครงการของ ปตท. และบริษัทลูก ช่วง 1 ปีครึ่งที่จำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 4,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 134,800 ล้านบาท

 

โดย samrotri

 

กลับไปที่ www.oknation.net