วันที่ อังคาร กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้นส้มแสนรัก


ต้นส้มแสนรัก

โจเซ่  วาสคอนเซลอส     เขียน

มัทนี  เกษกมล  แปล

 “ให้ฉันอยู่ที่นี่เถิดลำธาร

ดอกไม้ร้องไห้อ้อนวอน

อย่าพาฉันไปลงทะเลเลย

ฉันเกิดบนภูเขาสูงแท้ๆ

ก้านของฉันแกว่งไกว

หยาดน้ำใสตกลงมาจากฟากฟ้าสีคราม

ผ่านเนินทรายไปพร้อมกับดอกไม้”

            บทกวีงามเศร้าบทนี้ ซ่อนอยู่ในลำธารน้ำตาของเรื่อง ต้นส้มแสนรัก   การลาจาก  จากพราก  จากไกล จากรัก  จากร้าง  เกิดขึ้นทุกวี่วัน จึงมีความเหงาหงอยปวดร้าวร่วงหล่นลงในใจผู้คน   หนังสือ ต้นส้มแสนรัก หยิบขึ้นมาอ่านเมื่อใด น้ำตาก็จะไหลรินออกมาเป็นสาย  มีทั้งน้ำตาของความเศร้าและน้ำตาของความปลื้มใจ

ความดีให้ชื่นชม          

           ต้นส้มแสนรัก  เขียนโดยนักเขียนบราซิล  ชื่อ  โจเซ่  วาสคอนเซลอส    มัทนี  เกษกมล  แปล สำนักพิมพ์ประพันธ์สาสน์  จัดพิมพ์

           คำนำสำนักพิมพ์เขียนว่า  “โลกของวัยเยาว์นั้นอาจจะเต็มไปด้วยเรื่องราวของจินตนาการและความฝันจนดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด  แต่ในโลกเหล่านี้จะมีความหมายได้อย่างไรหากขาดเสียซึ่งความรัก ความสุขใดๆในชีวิตล้วนมีที่มาจากความรัก  เด็กน้อยผู้นี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงสิ่งที่เราเคยทำ  ทำอยู่  และอาจจะทำต่อไป  เรากำลังไขว่คว้าหาความสุขจากสิ่งใดกัน”

          จะว่าไปแล้ว  ความสุขมิใช่เป็นสิ่งหายาก  แต่ดวงตาหัวใจเรามืดบอดหาไม่พบกันเอง  ชีวิตของเซเซ่ มีความทุกข์ บางครั้งความทุกข์ก็สาหัส  แต่เซเซ่ก็ยังทำให้เราเห็นว่า  เขาเป็นเด็กน้อยหัวใจอ่อนโยน และในสังคมก็ยังมีคนดี  คนดีที่มีหัวใจละเอียดอ่อนเห็น “หัวใจ”  ของเซเซ่  เห็นความเดือดร้อนความลำบากของผู้อื่น

           เซเซ่  เด็กน้อยมี มังกินโย(ต้นส้มแสนรัก) เป็นเพื่อนปรับทุกข์ในโลกจริง  เป็นเพื่อนเล่นในโลกจินตนาการ  โลกจินตนาการที่จะเสกสรรค์สิ่งใดก็ได้ตามแต่ความพึงพอใจ  เพราะโลกจริงเป็นทุกข์ โลกจินตนาการจึงมีความสำคัญกับเซเซ่มาก   ในบทกล่าวนำของหนังสือเล่มนี้  เขียนว่า

           “โจเซ่  เมาโร่ เด วาสคอนเซลอส  เกิดที่บังกุ  ตำบลหนึ่งของริโอเด  จาเนโร  เมืองหลวงของบราซิล  เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์  ค.ศ. ๑๙๒๐  ครอบครัวของเขายากจนมาก  ขนาดที่ว่าเมื่อยังเล็กๆ เขาต้องไปอาศัยอยู่กับลุง   ...เมื่อโตขึ้นเขาไปเรียนแพทย์อยู่ ๒ ปี  ต่อจากนั้นก็มีความฝันใหม่ๆ  ออกทำงานในอาชีพต่างๆ  ท้ายสุดได้เขียนหนังสือ” 

โดย ภูสีคราม

 

กลับไปที่ www.oknation.net