วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับตาดุลอำนาจในกองทัพ : ขยายปมร้อน




              ว่ากันว่าใครอยากได้ดี และอยากเจริญก้าวหน้าตามเส้นทางการรับราชการทหารในปีนี้ จะต้องเดินทางไปพบ “นายใหญ่” ที่พำนักอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าจะไม่ใช่ขนบธรรมเนียมประเพณีของกองทัพที่สืบทอดกันมาก็ตาม แต่ถ้าใครอยากได้ดีก็จะต้องแหวกม่านประเพณีของกองทัพเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งของแม่ทัพ-นายกอง
 
             ที่ผ่านมาไม่ว่ายุคใครสมัยใดจะเด็กได้จากการเข้ามา “ล้วงลูก” ของเหล่าบรรดาผู้มีอำนาจทางการเมืองที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่เข้ามาสั่งการให้ “เด็กฝาก-เด็กเส้น” เข้ามาอยู่ในตำแหน่งหลักของกองทัพ เพื่อหวังให้เป็นไม้เท้ายันค้ำบัลลังก์ในการบริหารประเทศให้อยู่ตลอดรอดฝั่ง จนทำให้ระบบของกองทัพสั่นคลอนมาแล้ว
 
             แต่เมื่อกองทัพตั้งหลักได้ในยุคที่มีการ “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” 19 กันยายน 2549 คล้ายกับเป็นการล้างไพ่ใหม่ทั้งระบบทั้ง “การเมือง-กองทัพ” ทำให้กองทัพเกิดความเข้มแข็งและเป็นปึกแผ่นกันมากขึ้น แต่มายุคที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทำได้แค่เพียง “ตรายาง” เท่านั้น เพราะคนที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชาย
 
             ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีนี้ ส่วนใหญ่มาจากฝ่ายการเมืองกว่าครึ่ง แม้แต่ ผบ.เหล่าทัพ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ก็แทบไม่มีโอกาสผลักดัน “เพื่อนพ้อง-น้องพี่” ให้มาอยู่ในตำแหน่งหลัก ตัว ผบ.เหล่าทัพเองยังจะเอาตัวไม่รอดด้วยซ้ำไป
 
             คำสั่งเชือด พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหาว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กลายเป็นรายการเชือดไก่ให้ลิงดู
 
             โผทหารจึงออกมาแบบ “กล้าๆ กลัวๆ” เพราะก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเซ็นโผทหารเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ยังต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณารายละเอียดในเรื่องข้อกฎหมาย เพราะหวั่นว่าเซ็นไปแล้วจะถูก “หางเลข” ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
 
             แต่เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกา “ไฟเขียว” ว่าไม่มีความผิด นายกรัฐมนตรีก็เซ็นปุ๊บเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที ท่ามกลางเสียงร่ำลือกันว่า การจัดโผไม่ได้มีขึ้นแค่ที่ตึกไทยคู่ฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังไปไกลถึงกรุงลอนดอน กันเลยทีเดียว
 
             กว่าโผทหารจะ “สุกงอม” แบบสมยอมกันได้ก็เล่นเอา ผบ.เหล่าทัพปวดหัวไปตามๆ กัน โดยเฉพาะตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 1” ที่ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร จะขยับขึ้นมาอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก มีแคนดิเดตถึง 2 คน คือ พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตเคยร่วมทำการปฏิวัติ-รัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 และ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ที่เคยร่วมแก้ไขปัญหาการชุมนุมของ นปช. เมื่อปี 2553 โดนเอ็ม 79 ถล่มจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สี่แยกคอกวัว
 
             แคนดิเดตทั้งสองคนที่ว่านี้สูสีกันทั้งเรื่องบู๊เรื่องบุ๋น และยังเป็นเพื่อนรักเตรียมทหารรุ่นที่ 15 (ตท.15) อีกด้วย แต่ชีวิตการรับราชการนั้นเหมือนเรียกได้ว่า "โตคนละสาย" พล.ต.ไพบูลย์ เติบโตในสาย “วงศ์เทวัญ” ส่วน พล.ต.วลิต ก้าวย่างจาก “บูรพาพยัคฆ์” เป็นทหารเสือราชินี
 
             ที่ผ่านมา “บูรพาพยัคฆ์” ถูกวางตัวให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหลักในกองทัพ หลังจากที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ จัดวางอย่างระบบ ตั้งแต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก จนถึงมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน
 
             จนมาถึง “น้องเล็ก” อย่าง พล.ต.วลิต ที่ถูกหมายมั่นปั้นมือที่จะให้ดำรงตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 1” ต่อจาก พล.ท.อุดมเดช ที่จะขยับขึ้นมาดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก แต่สุดท้ายส่ง “น้องเล็ก” ไม่ถึงฝั่ง เพราะดันถูกฝ่ายการเมือง “กด” เอาไว้ เลยสไลด์ไปที่ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายส่งกำลังบำรุง (ผช.เสธ.ทบ.ฝกบ.)
 
             เป็นโชคของ พล.ต.ไพบูลย์ ที่ฝ่ายการเมือง "เอา" ตั้งแต่แรก ไล่ตั้งแต่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย ไล่ไปจนถึง "นายใหญ่" กันเลยทีเดียว
 
             นอกจากนี้ ฝ่ายการเมืองยังผลักดัน พล.ท.จิระเดช โมกขะสมิต รองเสนาธิการทหารบก (ตท.13) ซึ่งถือว่าเป็นสาย “วงศ์เทวัญ” อีกคนที่เข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทบ.
 
             การขึ้นมาเติบโตในตำแหน่งหลักในกองทัพบกของสาย “วงศ์เทวัญ” ในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากที่สาย “วงศ์เทวัญ” ถูกเก็บเข้ากรุนับแต่การยึดอำนาจเมื่อปี 2549
 
             นับจากนี้ไปคงจะต้องจับตามองว่า ดุลอำนาจในกองทัพจะขยับไปในทิศทางใด เป็นอิสระ หรือว่าตามเข็มทิศในมือนักการเมือง

.......

(หมายเหตุ : จับตาดุลอำนาจในกองทัพ : ขยายปมร้อน โดยทีมข่าวความมั่นคง http://www.komchadluek.net/detail/20120913/139924/จับตาดุลอำนาจในกองทัพ.html)

โดย คมชัดลึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net