วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รถจะไม่ติด ได้ยังไง...แล้วจะแก้ไข กัน ยังไงดี??


 

รถจะไม่ติด ได้ยังไง...แล้วจะแก้ไข กัน ยังไงดี??

copy//เราขยายถนน จนไม่มีทางเดินเท้า ถมคลองทำถนนจนน้ำไม่ระบาย น้ำท่วม แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพอ ???? - คนอนุรักษ์

 

นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม. ได้กล่าวถึงปริมาณรถยนต์บนถนนของกรุงเทพฯว่า ถนนในกรุงเทพฯ สามารถรองรับรับปริมาณรถได้ 1,600,000 คัน แต่จากข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2555 ระบุว่า มีรถจดทะเบียนสะสมในกรุงเทพมหานครถึง 7,000,000 คัน หรือคิดเป็น 4.4 เท่าของถนน

 

โดย 10 ปีที่ผ่านมาพบว่ากทม.มีรถยนต์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี หรือคิดเป็นจำนวน 240,000 คัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม ปีนี้ (2555) มีปริมาณรถเพิ่มแล้ว 670,000 คัน

 

อย่างไรก็ตาม ด้วยการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถยนต์ดังกล่าว จึงมีการจัดงาน Bangkok Car Free Day 2012 ขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. นี้ ภายในงานจะจัดนิทรรศการเพื่อให้คนกรุงเทพฯ ร่วมเรียนรู้ 6 มหานครของโลกสำหรับคนรักจักรยาน ได้แก่ โคเปนเฮเกน, มิวนิค, ลอนดอน, นิวยอร์ค, โตเกียว และ โบโกต้า พร้อมสัมผัสกับทางจักรยานในฝัน และเรียนรู้ระบบขนส่งมวลชน และกิจกรรมอื่ๆนอีกมากมาย

โดยกทม.จะปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำริ ฝั่งสวนลุมพินีและสารสิน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น. ประชาชนสามารถมาร่วมรณรงค์ลดการใช้รถส่วนบุคคล ได้ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เขตปทุมวัน

ที่มา Mthai News

 

Credit : Smart Growth Thailand

วันนี้ SGT ของแชร์จาก Thai Bicycle System และคนอนุรักษ์ เพื่อให้ทุกท่านรับทราบสภาพปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับชาวกรุงเทพฯ จาก link ผู้บริหาร กทม.แจ้งว่า กทม.มีศักยภาพรองรับรถยนต์ได้เพียงแค่ 1.6 ล้านคัน ในขณะที่ปริมาณรถยนต์ที่จดทะเบียนมีมากถึง 7 ล้านคัน สำหรับ SGT เราเห็นว่า การแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นของรถนยต์ จำเป็นจะต้องใช้มาตรการทางผังเมืองที่เป็นมาตรการระยะยาวเข้าช่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเอา core principles ของ Smart Growth มาปรับใช้ เช่น มาตรการวางผังเมืองให้เกิดศูนย์พาณิชยกรรมที่กระชับ การส่งเสริมความหนาแน่นในบริเวณใจกลางศูนย์พาณิชยกรรม กำหนดยุทธศาสตร์ลดการเดินทางของประชาชน หรือการลดการกระจัดกระจายของที่อยู่อาศัยในย่านชานเมือง (เช่น การลดปริมาณการจัดสรรโครงการบ้านเดี่ยว) ซึ่งมาตรการดังที่กล่าวนี้ หลายประเทศได้นำไปใช้และประสบผลสำเร็จ สามารถบรรเทาเบาบางสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นลงได้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะทีรัฐฯเป็นผู้ควบคุมการพัฒนาและกำหนดแนวทางพัฒนาประเทศ สิ่งสำคัญที่รัฐฯ ควรคำนึงถืงก็คือ รัฐต้องมีหน้าที่ในการลดโอกาสการใช้รถยนต์ของประชาชน หยุดหรือชะลอการส่งเสริมให้ประชาชนใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะด้วยนโยบายด้านการเงิน การคลัง หริอนโยบายสาธารณะประเภทต่างๆ (Credit: คนอนุรักษ์/Thai Bicycle System)

ขอขอบคุณ ภาพ และทุกเนื้อหา จากหลายๆแหล่งข่าวดังนี้

Mthai News

คนอนุรักษ์ : https://www.facebook.com/Khonanurak?ref=stream

Smart Growth Thailand :  https://www.facebook.com/SmartGrowthThailand

โดย ชมวิวทิวทัศน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net