วันที่ พฤหัสบดี กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทคนิคเก่าการสร้างปราสาทแบบเขมรโบราณสู่พัฒนาการการสร้างปราสาทจิ๋วยุคปัจจุบัน


   เทคนิคเก่าการสร้างปราสาทแบบเขมรโบราณสู่พัฒนาการการสร้างปราสาทจิ๋วยุคปัจจุบัน

                                                      

                                                                 ผังโดยรวมของปราสาท


ปราสาทแห่งนี้มีชื่อว่า  “ปราสาทเกรียง”  ถูกสร้างเลียนแบบปราสาทหินขนาดใหญ่และใช้เทคนิคกระบวนการขั้นตอนใกล้เคียงกับการสร้างปราสาทหินแบบโบราณของช่างเขมร   ผิดกันก็แต่รูปแบบรายละเอียดและองค์ประกอบต่างๆถูกทำให้เล็กลงตามขนาดและสัดส่วนของแผนผังของกลุ่มอาคารปราสาทซึ่งมีขนาดเล็กมากๆเมื่อเทียบกับปราสาทเขมรในสมัยโบราณ  องค์ประกอบต่างๆดังกล่าวตั้งแต่การวางแผนผัง  รูปแบบของตัวอาคารแต่ละหลัง  รายละเอียดบนตัวอาคาร(การจำลักลวดลาย)   ตลอดจนสภาพแวดล้อมบริเวณที่ตั้ง    ซึ่งจริงๆแล้วขั้นตอนรายละเอียดทุกๆอย่างไม่ต่างกับการสร้างปราสาทหินแบบเขมรโบราณแต่อย่างใดแต่    ที่แตกต่างก็อยู่ที่ขนาดของตัวปราสาท 

                        

                      โคนนทิหน้าหอศิวะ                                             โคนนทิด้านหน้า

ถึงปราสาทหินแห่งนี้สร้างเลียนแบบตามเทคนิคของการสร้างปราสาทหินของช่างเขมรโบราณ   ไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับปราสาทหินของเขมร   แต่ความเล็กนี่และก็ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย   กว่าจะได้รูปแบบรายละเอียดของปราสาทแต่ละหลังออกมาต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร   

    

นาคบริเวณทางดำเนินสู่หอศิวะ                       ทางดำเนินด้านหน้าสู่หอศิวะ

ตั้งแต่การเตรียมดินที่มีคุณสมบัติพิเศษมาปั้นเป็นก้อนอิฐขนาดเล็กๆตามขนาดที่เหมาะสมกับการสร้างปราสาทแล้วนำไปตากแดดให้แห้งสนิทแล้วนำไปเผาไฟจนสุขอิฐที่ได้จะมีสีเนื้อที่สวยงามหรือออกสีต่างๆตามแต่วัสดุและเทคนิคการเผาไฟ  

   

    ภาพจำลักผนังด้านนอกหอศิวะ                                  ทับหลังโคปุระหอศิวะ

การสร้างปราสาทแต่ละครั้งต้องใช้จำนวนอิฐหลายร้อยก้อนและต้องใช้เวลา  อิฐที่ได้จากนี้จะนำไปประกอบกันขึ้นเป็นตัวอาคารและองค์ประกอบต่างๆตามแบบปราสาทเขมรซึ่งอิฐเหล่านี้ต้องมีการขัด  ฝนกันให้เรียบ   เพื่อขึ้นรูปให้ได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ    การใช้อิฐโกลนโดยไม่มีการจำหลักลายแบบดังกล่าวมักจะนำมาสร้างปราสาทหรือองค์ประกอบที่ไม่สำคัญเท่าไรนักเช่นกำแพงแก้ว  ฐานต่างๆ   หรือองค์ประกอบตัวอาคารปราสาท 

                                        

                                                              หน้าบันหอศิวะ

       ส่วนตัวปราสาทหรืออาคารที่มีความสำคัญมักจะมีการคำนวนหรือกะความเหมาะสมด้วยสายตาตั้งแต่การปั้นอิฐโดยต้องมองถึงรูปแบบอาคารที่จะสร้างเกิดจินตนาการอยู่ตลอดเวลา  

                             

               ภาจำลักนางอัปสรหอศิวะ                         ศิวะลึงคืและเทวรูปในหอศิวะ

ในขณะนั้นการปั้นอิฐขึ้นรูปเป็นองค์ประกอบจะต้องใช้จินตนาการบวกกับความปรานีตและประสบการณ์จำลักแกะลวดลายลงบนองค์ประกอบที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเสา   ทับหลัง   หน้าบัน  ผนังต่างๆ    เมื่อเสร็จเรียบร้อยอิฐที่จำหลักลวดลายต้องตัดแบ่งเป็นก้อนๆเพื่อเวลาแห้งแล้วนำไปเผาจะได้ไม่แตก    กระบวนการต่างๆหลังจากนั้นจนถึงการสิ้นสุดการสร้างก็เป็นการประดับตกแต่งและเก็บรายละเอียดต่างๆ     

                      

                      ปรางค์ประธาน                  บารายกึ่งกลางปรางคืประธานและหอศิวะ

 นี่เป็นกระบวนการและขั้นตอนอย่างคร่าวๆในการสร้างปราสาทขนาดเล็กที่เป็นการนำเทคนิคการสร้างปราสาทแบบเขมรมาปรับและประยุกต์เป็นผลงานที่ต้องสร้างความรักในสิ่งที่ทำสร้างสรรค์เป็นผลงานที่แปลกใหม่แต่ยังคงเทคนิคแบบโบราณไว้อย่างลงตัว

                                                   

                                     ภาพจำลักทวารบารและบานประตูหลอก

ผลงานนี้ได้ลองผิดลองถูกในการสร้างมานับหลายครั้งมีการสร้างปราสาทโดยการใช้เทคนิคแบบเขมรมานับครั้งไม่ถ้วนโดยวางองค์ประกอบและผังแบบง่ายๆจนกระทั่งมีการสร้างผังและองค์ประกอบที่ยากและสับซ้อนขึ้นจนที่สุดแล้วมีผลงานที่มีผังและรูปแบบปราสาทที่สร้างค่อนข้างจะเป็นมาฐานและเป็นแบบแผนเช่น  ศรีศิพเธศวร(ปราสาทตาตรึม)   ลึงคาลัย(ปราสาทเกรียง)   สนอลึงคปุราลัย(ปราสาทนสอลึงค์)   แต่ผลงานรุ่นแรกๆเมื่อ 15 -  19  ปีที่แล้ว  เป็นปราสาทผลงานที่สร้างแบบเรียบๆหลังเดี่ยวบ้าง หลายหลังบ้าง  และวางเป็นผังอย่างคร่าวๆบ้าง  


ปัจจุบันผลงานทั้งสองแห่งคือ  ลึงคาลัย(ปราสาทเกรียง)ผลงานเมื่อปี2545      สนอลึงคปุราลัย(ปราสาทนสอลึงค์)ผลงานปี 2550   ยังคงอยู่ให้เห็นที่จังหวัดศรีสะเกษในเขตบ้านหัวเสือ ตำบลหัวเสือ  อำเภอขุขันธ์  ท่านผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดต่างๆได้ที่  โทร.  0875127484 

โดย บรรณาลัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net