วันที่ ศุกร์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดนตรีไทย 12 เสียง


เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 28 กันยายน 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

 

การศึึกษาดนตรีไทยส่วนใหญ่เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่ามีลักษณะอนุรักษนิยมสูง และให้ความสำคัญกับครูบาอาจารย์มาก การแต่งเพลงใหม่หรือเล่นนอกกรอบนอกแบบแผนที่ครูสอน ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ต้องถูกประณามหยามเหยียด

จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่วสุ ทวีลาภ ผู้พยายามสร้างเครื่องดนตรีไทยชนิดใหม่ให้มีระบบเสียง 12 เสียงเท่า (equal twelve tone) จะได้รับการต่อต้านจากนักดนตรีไทยกลุ่มหนึ่ง ที่กล่าวหาว่าเป็นการทำลายระบบเสียงดั้งเดิมแบบของไทย

เพราะดนตรีไทยดั้งเดิมมีตัวโน้ตทั้งหมด 7 เสียง ไม่ใช่ 12 เสียง

ทั้งๆ ที่วสุก็อธิบายไว้กระจ่างชัดแล้วว่า การสร้างให้เครื่องดนตรีไทยใหม่มี 12 เสียงนั้นเป็นไปเพื่อที่จะสามารถเล่นเพลงสากลต่างชาติได้อย่างหลากหลายขึ้น เพราะดนตรีของต่างชาติ โดยเฉพาะดนตรีตะวันตกนั้นมี 12 เสียง

อนึ่ง ผมขออธิบายแทรกไว้ตรงนี้ก่อนว่า การใช้วงดนตรีไทยเล่นเพลงฝรั่งไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ดังที่เรามีหลักฐานว่ามีเพลงไทยที่ดัดแปลงมาจากเพลงฝรั่งจำนวนหนึ่ง เช่นเพลงโยสลัม มาร์ชิง ทู จอร์เจีย หรือเพลงฝรั่งยีแฮม เป็นต้น

แต่เพลงเหล่านั้นก็มีพื้นฐานมาจากการใช้เสียงเพียง 7 เสียง ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับดนตรีไทย (แต่สำเนียงแตกต่างกัน) ขณะที่เพลงบางชนิดมีการจงใจแสดงโน้ตครึ่งเสียงอย่างชัดเจน เช่นเพลงในสไตล์บลูส์ เป็นต้น ซึ่งสำหรับดนตรีประเภทนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีไทยทั่วไป

วสุ ทวีลาภจึงยกกรณีเพลงพระราชนิพนธ์ (ที่เต็มไปด้วยสำเนียงบลูส์) มาเป็นตัวอย่าง ว่าการตั้งเสียงดนตรีไทยใหม่เป็น 12 เสียงจะทำให้วงดนตรีไทยสามารถเล่นเพลงพระราชนิพนธ์จำนวนมากได้

สำหรับผมแล้ว นี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมากสำหรับวิวัฒนาการของเครื่องดนตรีที่ไม่เคยหยุดนิ่ง  การตั้งเสียงเครื่องดนตรีเป็นเรื่องที่มีพัฒนาการยาวนานและยังคงมีการทดลองค้นคว้าหาเทคนิควิธีใหม่ๆ อยู่ไม่รู้จบจนกระทั่งปัจจุบัน

แนวคิดการทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านตะวันออกให้มีเสียง 12 เสียงแบบตะวันตกมีมานานแล้ว อย่างน้อยเท่าที่ผมทราบ ในสหภาพโซเวียตก็เคยมีแนวคิดแบบนี้มาตั้งแต่ราวๆ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นั่นคือมีการสร้างเครื่องดนตรีในรัฐต่างๆ โดยเฉพาะแถบตะวันออก อย่างอุซเบกิสถาน หรือคาซัคสถาน ให้เป็นแบบ 12 เสียง

โดยมีจุดประสงค์แบบเดียวกับวสุ คือให้วงดนตรีพื้นเมืองเหล่านี้สามารถบรรเลงดนตรีตะวันตก - อย่างของบาคหรือโมซาร์ตได้

แนวคิดนี้ไปไกลถึงขนาดสร้างให้เครื่องดนตรีมีขนาดต่างๆ กัน เช่น ซอรีบับ ถูกเพิ่มให้มีหลายขนาด ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ในลักษณะเดียวกับเครื่องสายตะวันตก ที่มีทั้งใหญ่และเล็ก แล้วเรียบเรียงเพลงใหม่ ให้มีการแยกเสียงประสานในลักษณะเดียวกับเพลงคลาสสิคเดิมของบาคหรือโมซาร์ต

ผลที่ได้จึงเป็นวงออร์เคสตร้าที่เล่นเพลงคลาสสิคได้อย่างสนิทเนียนเหมือนต้นฉบับทุกตัวโน้ต เพียงแต่ timbre หรือสีสันของเสียงที่ได้ จะเป็นสีสันแบบเครื่องดนตรีพื้นเมืองเท่านั้นเอง

เป็นที่รู้ๆ กันว่า แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากนโยบายต้องการสร้างความเป็นเอกภาพให้กับรัฐต่างๆ ในสหภาพโซเวียต (โดยเฉพาะรัฐที่ไกลออกไปจากศูนย์กลาง) โดยสถาปนาดนตรีคลาสสิคว่าเป็นความงามสากล เป็นของบริสุทธิ์

และการที่เครื่องดนตรีพื้นบ้านของแต่ละรัฐสามารถบรรเลงเพลงคลาสสิคได้เช่นเดียวกัน ย่อมหมายถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงศิลปวิทยาของทั้งสหภาพโซเวียต วงพื้นเมืองตั้งเสียงใหม่เหล่านี้จะเดินทางไปแสดงยังรัฐอื่นสลับสับเปลี่ยนกัน อันเป็นนัยยะแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวในความหลากหลายได้อย่างชัดเจนที่สุด

ที่สำคัญคือวงพื้นเมืองตั้งเสียงใหม่เหล่านี้จะไม่ไปก้าวก่ายกับดนตรีระบบเก่า น่าสังเกตที่ทางการโซเวียตไม่เคยคิดที่จะทำลายล้างดนตรีดั้งเดิมอันเป็นอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ ตรงกันข้าม ยังบันทึกเสียงการบรรเลงของศิลปินพื้นเมืองรุ่นเก่าเก็บไว้เป็นคลังข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ทรงคุณค่ายิ่งในปัจจุบัน

ดังนั้นนักดนตรีไทยทั้งหลายคงไม่ต้องเป็นกังวลว่าระบบเสียง 12 เสียงแบบใหม่จะทำให้ดนตรีไทยผิดเพี้ยนไปจากเดิม เพราะนั่นคงเป็นเรื่องที่ยากมาก ถึงมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตและรับชมการแสดงวงดนตรีทวีลาภของวสุ ทวีลาภ ผมคิดว่ารูปแบบของเครื่องที่สร้างใหม่ออกจะไม่เอื้อให้บรรเลงได้สะดวกนัก เห็นได้ชัดจากกรณีของระนาด ที่เมื่อเพิ่มเสียงเข้าไปเป็น 12 เสียงแล้ว ส่งผลให้ลูกระนาดแต่ละลูกมีขนาดเล็กลงและทำให้ผู้เล่นสับสนได้ง่าย

ทางแก้ปัญหานี้อาจต้องเปลี่ยนรูปแบบระนาดให้เป็นเหมือน xylophone คือมีคีย์บนคีย์ล่าง หรือไม่อีกทีก็ต้องจัดสีของโน้ตส่วนที่เป็น sharp หรือ flat ให้ต่างออกไป แบบลิ่มเปียโนที่มีสีขาวสีดำ

สุดท้ายผมอยากตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ขณะที่เราเพิ่งมาตั้งเสียงเครื่องดนตรีไทยเป็น 12 เสียงแบบฝรั่ง เอาตอนนี้ เรารู้กันบ้างหรือไม่ ว่าฝรั่งเองก็เบื่อหน่ายระบบ 12 เสียงกันมานานแล้ว อย่างน้อยก็ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ที่เริ่มมีการคิดค้นระบบ 43 เสียงโดย Harry Partch

โดยในส่วนของดนตรีไทย นักปฏิวัติหนุ่มอย่างจิตร ภูมิศักดิ์ก็เคยเสนอไว้ตั้งแต่ใน พ.ศ. 2497 ว่าดนตรีไทยควรเพิ่มเสียงแทรกเข้าไปให้มีโน้ตมากกว่า 7 เสียง นอกจากนั้นยังตั้งคำถามกับเรื่องจังหวะ ว่าทำไมจะต้องยึดติดกับ 8 จังหวะฉิ่งฉับ และชักชวนให้นักดนตรีไทยสร้างงานในแนวทางใหม่ๆ

จิตรบอกว่าการปรับปรุงเครื่องดนตรีไทยเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าเราไม่ต้องการให้ดนตรีไทยหายสาบสูญไป โดยในตอนหนึ่งจิตรถึงกับบอกว่าเครื่องดนตรีอย่างจะเข้นั้น ถ้าปรับปรุงให้เสียงใส เล่นง่าย ยกขึ้นดีดแบบกีต้าร์ได้แล้วล่ะก็

“บางทีจะเข้อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไปอีกนาน”

วสุ ทวีลาภ (ภาพจาก www.whoweeklymagazine.com)

โดย insanetheater

 

กลับไปที่ www.oknation.net