วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จากริก้า ถึงเหลียวหนิง


เมื่อ 25 กันยายน 2012 ที่เพิ่งผ่านมา จีนนำเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของประเทศเข้าประจำการณ์ เรือลำนี้จีนให้ชื่อว่า “ เหลียวหนิง “ ตามชื่อมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

เรือเหลียวหนิง หนัก 67,500 ตัน มีความยาวตลอดลำเรือ  304.5 เมตร มีห้องหับต่างๆในเรือ 3,857 ห้อง มีลูกเรือเต็มอัตราศึก 2,626 นาย เรือสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 32 น็อต หรือ 59 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเดินทางได้ไกล 3,850 ไมล์ทะเล หรือ 7,130 กิโลเมตรที่ความเร็ว 32 น็อต สามารถอยู่ในทะเลได้นานที่สุด 45 วัน และสามารถบรรทุกเครื่องบินรบได้  30 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 25 ลำ เหลียวหนิงไม่ใช่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ แต่เป็นเรือเครื่องยนต์ดีเซลธรรมดา

ปัจจุบัน จีนที่กำลังทำมาค้าขึ้น มีเงินมากมาย จึงพยายามขึ้นมาเป็นมหาอำนาจในหลายๆด้าน จีนตอนนี้ส่งจรวด และยานอวกาศขึ้นไปยังวงโคจรเป็นว่าเล่น จีนมีแผนจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ จีนสร้างเครื่องบินรบล่องหนของตัวเองได้แล้ว โดยสร้างไล่หลังรัสเซียมาติดๆ

แต่เรื่องเรือบรรทุกเครื่องบิน จีนกลับยังทำเองไม่ได้ เพราะเรือเหลียวหนิงนี่ก็ไปซื้อเรือเก่าของสหภาพโซเวียตมา แต่โดยศักยภาพแล้ว ในที่สุดจีนก็คงจะสร้างเรือของจีนเองได้ หลังจากได้ศึกษา และชำแหละดูเรือลำนี้จนพรุนไปแล้ว แม้ว่าเรือสายเลือดจีนที่จะออกมา จะไม่มีใครคิดว่ามันจะผิดแผกแตกต่างไปจากเรือรัสเซียสักกี่มากน้อย เหมือนเครื่องบิน ยานอวกาศ รถยนต์ และอื่นๆที่พี่จีนชอบไปก๊อปเขามาจนกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว

ตอนที่ถูกสร้างขึ้นตอนแรก โซเวียตก็กะจะให้ชื่อเรือลำนี้ว่า " ริก้า " เพื่อเป็นเกียรติกับกรุงริก้า เมืองหลวงของลัตเวียที่ตอนนั้นยังเป็น 1 ใน 15 สาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต มันถูกกำหนด ให้ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขับไล่

เรือลำนี้จัดอยู่ในเรือชั้นแอดมิรัล คุซเนตซอฟ  หรือพลเรือเอกคุตเนตซอฟ ซึ่งเรือชั้นนี้ถูกสร้างออกมา 2 ลำด้วยกัน โดยลำที่ 2 ก็คือลำนี้ ส่วนลำแรกก็คือเรือ แอดมิรัล คุซเนตซอฟ ที่ปัจจุบันเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวของรัสเซีย ซึ่งก็เท่ากับว่าตอนนี้ กองกำลังด้านเรือบรรทุกเครื่องบินของทั้งสองชาติเท่ากันเป๊ะ ( สหรัฐมี 11 ลำ ) แต่จีนดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าเพราะเรือจีนใหม่กว่า ส่วนของรัสเซียนั้นเก่ามากแล้ว เข้ามาประจำการณ์ตั้งแต่ปี 1990 และได้ข่าวว่าตอนนี้สภาพก็ไม่ค่อยดีนัก

แม้ตะวันตกจะมองว่าเรือชั้นนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน แต่รัสเซียกลับเรียกมันว่า heavy aircraft carrying cruiser ซึ่งก็คือเรือลาดตระเวนบรรทุกเครื่องบินนั่นเอง เพราะภารกิจของเรือลำนี้แตกต่างไปจากเรือบรรทุกเครื่องบินของตะวันตก คือเน้นการป้องกันประเทศของตนเองเป็นหลัก

มีการวางกระดูกงูเรือริก้าเมื่อ 6 ธันวาคม 1985 ที่อู่ต่อเรือเมืองนิคาลัยเยฟ ในสาธารณรัฐยูเครนของสหภาพโซเวียต และมีพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อ 4 ธันวาคม 1988

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ในปลายทศวรรษที่ 1990 มันก็ถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็น " วาเรี๊ยก " ตามชื่อเรือรบชื่อดังในอดีตของรัสเซีย ที่โซเวียตต้องเปลี่ยน ก็เพราะว่าในช่วงนั้น ลัตเวียออกมาเรียก ร้องเรื่องการแยกตัวเป็นเอกราชจากสหภาพโซเวียต ถ้าหากไม่เปลี่ยน ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา ก็จะกลายเป็นว่า สหภาพโซเวียตมีเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีชื่อเดียวกับเมืองหลวงของประเทศอื่น

ในปี 1992 หลังจากที่การต่อเรือแล้วเสร็จไป 68 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่มีการติดระบบอิเล็คโทรนิคใดๆ การต่อเรือลำนี้ก็ยุติลงโดยสิ้นเชิง และเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย มันก็ถูกโอนให้ไปเป็นสมบัติของยูเครน 1 ใน 15 สาธารณรัฐของโซเวียต ที่แยกตัวออกมา และยูเครนก็ไม่ได้สนใจใยดีกับมันอีกเลย มันจึงยังไม่มีเครื่องยนต์ หางเสือ หรือระบบควบคุมใดๆ เพราะการต่อเรือให้แล้วเสร็จ ยังจะต้องใช้เงินอีก 200 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งยูเครนไม่มี ขณะเดียวกัน รัสเซียก็ตกลงไม่ได้กับยูเครนเรื่องการขอซื้อเรือลำนี้คืน ท้ายที่สุดในปี 1998 ยูเครนก็นำเรือออกมาให้ฝ่ายที่สนใจประมูล

ในเบื้องต้นทางการจีนแสดงความสนใจ แต่สหรัฐวิตกในเรื่องที่ว่าแสนยานุภาพทางทะเลของจีนจะเพิ่มขึ้นมาหากนำเรือลำนี้มาปรับปรุงอีกเล็กน้อย จึงเกลี้ยกล่อมให้ยูเครนรื้อถอนระบบอาวุธ และอื่นๆที่ติดตั้งไปแล้วบางส่วนออกมา แล้วค่อยนำเรือเปล่าๆออกขาย ซึ่งยูเครนก็ทำตาม

ในเบื้องต้นบริษัทเล็กๆในฮ่องกงแห่งหนึ่งประมูลมันไปได้ในราคาที่ถูกแสนถูกคือราว 20 ล้านดอลล่าร์ เพื่อนำมันไปทำเป็นโรงแรมและสถานคาสิโนที่มาเก๊า เช่นเดียวกับเรือบรรทุกเครื่องบิน เคี๊ยฟ และ มินส์ค ที่ถูกภาคเอกชนซื้อไปทำสถานบันเทิงในจีน

แต่ปรากฏว่า ตุรกีไม่ยอมให้มีการลากเรือลำนี้ผ่านช่องแคบออกมา เพราะกลัวว่าเรือจะเป็นอันตรายกับสะพานสำคัญของตุรกี เรือก็เลยต้องลอยลำอยู่กลางทะเลดำนานถึง 16 เดือนระหว่างที่มีการเจรจากัน จนท้ายที่สุด ตุรกีก็ยอมปล่อยให้เรือให้ผ่านไปได้เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2001 แต่อีก 2 วันถัดมา มันเจอเข้ากับพายุใหญ่ ทำให้เรือเกยตื้นใกล้ๆกับเกาะของกรีซ งานนี้มีลูกเรือตายไป 1 คน แต่เรือก็พ้นออกจากการเกยตื้นในวันที่ 7 พฤศจิกายน

แต่การที่อียิปต์ไม่ปล่อยให้เรือลำนี้ผ่านคลองสุเอซ เพราะมันมีสถานะเป็นเสมือนเรือสิ้นสภาพแล้ว มันจึงต้องเดินทางอ้อมโลก คือไปออกที่ช่องแคบยิบรอลต้า อ้อมทวีปแอฟริกา แหลม กู๊ดโฮ๊ป มาเข้าช่องแคบมะละกา และเข้าสู่น่านน้ำจีนเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2002 และมาถึงท่าเรือต้าเหลียนเมื่อ 3 มีนาคมปีเดียวกัน รวมระยะทางในการเดินทาง 28,200 กิโลเมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

งานนี้บริษัทที่ซื้อเรือนอกจากจะต้องจ่ายค่าตัวเรือ ( เปล่า ) ให้รัฐบาลยูเครนแล้ว 25 ล้านดอลล่าร์ ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการลากเรืออีก 5 ล้านดอลล่าร์ และค่าธรรมเนียมการขนส่งอีก 500 ,000 ดอลล่าร์ แต่เมื่อมีการออกใบอนุญาตเปิดสถานคาสิโนรอบใหม่ บริษัทที่ประมูลเรือมาได้ กลับไม่ได้ใบอนุญาต เรือก็เลยถูกทิ้งให้ขึ้นสนิมอยู่ที่ท่าเรือในจีน

ต่อมาเจ้าหน้าที่จีนมาเห็นเรือลำนี้ และมองว่ามันเป็นเรือแบบใหม่สำหรับพวกเขา จึงต้องการใช้ประโยชน์จากมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเรียนรู้ศาสตร์ของการต่อเรือใหญ่ยักษ์เช่นนี้ แม้ในกองทัพจีนจะมีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องที่ว่าควรจะพัฒนาเรือบรรทุกเครื่องบินหรือว่าเรือดำน้ำ แต่ในที่สุด ฝ่ายที่สนับสนุนเรือเรื่องการขยายอำนาจของกองทัพเรือผ่านทางเรือบรรทุกเครื่องบินก็ได้รับชัยชนะ

ในที่สุด หลัง 3 ปีที่ถูกปล่อยไว้เฉยๆ เรือได้ถูกนำเข้าอู่แห้งที่ต้าเหลียน และมันถูกนำมาขัดสนิม ติดเครื่องยนต์ และระบบต่างๆ อย่างเป็นความลับ โดยตอนแรกมีรายงานว่าเรือลำนี้จะใช้ชื่อว่าจื่อหลาง ตามชื่อของแม่ทัพสมัยราชวงศ์หมิง – ชิง จนเมื่อปีที่แล้ว จีนเพิ่งจะมีการยืนยันเป็นครั้งแรกว่ากำลังมีการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบิน และพอวันที่ 10 สิงหาคมปีที่แล้ว เรือก็ถูกนำมาออกทดลองแล่นในทะเลครั้งแรกเป็นเวลา 5 วัน หลังจากนั้นมันก็ยังถูกนำมาทดลองวิ่งในทะเลอีกหลายรอบ โดยครั้งที่นานที่สุดคือออกทะเลไปนาน 25 วัน และท้ายที่สุดก็มีการเปิดเผยว่าเรือลำนี้ชื่อ เหลียวหนิง จากเหตุผลที่ว่า โรงเรียนนายเรือจีนแห่งแรกตั้งอยู่ที่มณฑลเหลียวหนิง และหนึ่งในฐานทัพเรือใหญ่แห่งแรกของประเทศก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย สำหรับทหารที่ส่งมาประจำการณ์ที่นี่จะมีประมาณกว่า 1 พันนาย

ในพิธีนำเรือเข้าประจำการณ์ ที่มีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีจีนมาเป็นประธาน มีป้ายแผ่นหนึ่งระบุว่าเรือลำนี้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน Type 001

เรื่องนี้ทำให้จีนเป็นชาติที่ 10 ของโลกที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเป็นชาติสุดท้ายในกลุ่มสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาติที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน

จีนส่งเรือลำนี้เข้าประจำการณ์ ในช่วงที่กำลังมีเรื่องระหองระแหงเรื่องพรมแดนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้านทั่วไปหมด ทั้งเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน การลงมาช่วยจีนแสดงบทบาทของมหาอำนาจทางทะเลของเรือลำนี้ จึงได้รับการจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

แต่บางฝ่ายก็วิเคราะห์ว่าจีนจะใช้เรือลำนี้เพื่อการฝึกและการประเมินระบบต่างๆ เพื่อจะนำไปสู่การต่อเรือบรรทุกเครื่องบินสายเลือดจีนในอนาคต โดยเหตุผลส่วนหนึ่งเพราะ เรือลำนี้ใช้เลข 16 เป็นหมายเลขเรือ ซึ่งตัวเลข 2 หลักมีความหมายว่ามันจะทำหน้าที่หลักในการเป็นเรือสำหรับการฝึก แต่นายทหารจีนก็บอกว่าหากจำเป็นต้องเข้าสู่สนามรบ มันก็จะทำ

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net