วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Stockholm: งานเขียนเพื่อมวลมนุษย์จาก Alfred Nobel


ภูมิประเทศมีส่วนบอกลักษณะของคนในชาติ

 

สวีเดน มีพิกัดที่ตั้งสูงลิบในยุโรปตอนเหนือ

 

เป็นปริศนาให้ตามแกะรอยว่าศิลปะวิทยาการในชาติ

 

แทรกซึมและหลุดรั่วผ่านรอยต่อใดบ้าง

 

...

 

 

 

 

สวีเดนผลิตประชากรโด่งดังให้เป็นที่รู้จักในโลกนี้มากมาย หนึ่งในบุคคลที่ชื่อเสียงไม่เคยเลือนหาย คือ  Alfred Nobel

 

 

ยามมีชีวิต...ชีวิตของอัลเฟรด โนเบล ดำเนินไปในวิถีที่ไกลจากความสามัญ แต่ก็ยังไร้ความพิเศษ ความบางตอนสรุปชีวิต Nobel ไว้ที่ Nobel Museum ว่า

 

 

 

คุณงามความดี: ไม่เคยทำตัวด่างพร้อย ไม่เป็นภาระแก่ใคร

 

ข้อด้อย: ไม่มีภรรยา ไร้ลูกสืบสกุล ขาดความแจ่มใส

 

เหตุการณ์สำคัญในชีวิต:  ไม่มี

 

 

 

เมื่อถึงวาระสุดท้าย 10 ธันวาคม พ.ศ.2439  ที่ Nobel เสียชีวิตลง อันเป็นจุดเริ่มต้นการมอบรางวัลให้ผู้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ชื่อของ Alfred Nobel ก็ถูกอ้างอิงไปกับ Nobel Prize กลบเรื่องราวที่เป็นตัวตนอย่างแท้จริงที่ Nobel เก็บเงียบไว้กับตัวมาตลอดชีวิต

 

 

 

 

 

ให้คนรุ่นหลังรับรู้ความเป็นมาของ Nobel อย่างกว้างๆ ว่า เป็นนักประดิษฐ์ นักเคมี และวิศวกรที่สร้างระเบิดไดนาไมท์

 

 

 

 

 

 

ที่ Nobel Museum กรุงสตอกโฮลม์ มีเรื่องราวมากมายของบุคคลที่นำความรู้ความสามารถมาสร้าง Greatest benefit on mankind คือประโยชน์สูงสุดให้มวลชน เข้าข่ายที่ Nobel ตั้งใจกำหนดจนได้รับเกียรติเป็น Nobel Prize Laureatesผู้ครองรางวัลโนเบล จากห้าสาขาอันได้แก่ Physics, Chemistry, Physiology or Medicine, Literature และ Peace

 

 

 

 

 

 

 

 

มีเรื่องของ Laureate ลอรีเอท ผู้รับรางวัล จากการค้นพบและการสร้างสรรค์ผ่านเวลาเกินหนึ่งศตวรรษ บันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีบางสิ่งละอันพันละน้อยของสรรพสิ่งส่วนตัวของลอรีเอทบางท่าน

 

 

 

 

 

 

 

 

มีเบื้องหลังและบางแง่มุมจากการคิดค้นของแต่ละบุคคล เป็นนิทรรศการชั่วคราว โดย Volker Steger ช่างภาพที่ใช้ดินสอสี ควักเค้นความเป็นคนธรรมดาและมุขของ Laureates เล่าเรื่องผ่านภาพ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และยังมีห้องเล็กๆ ที่บันทึกเรื่องราว 63 ปีของช่วงชีวิต Alfred Nobel ให้โลกได้รู้จักอีกแง่มุม

 

 

 

Nobel เกิดเมื่อ พ.ศ. 2376 ที่ Stockholm, Sweden เติบโตขึ้นมาในแบบที่สะท้อนวิถีชีวิตคนแต่ละชาติพันธุ์สมัยยามที่ยุโรปยังลำบาก มีการศึก แต่ความเจริญทางศิลปะวัฒนธรรมไม่หยุดนิ่ง ทำให้เห็นการไหลเคลื่อนของคนจากประเทศสู่ประเทศเพื่อศึกษาซึ่งกันและกันได้แจ่มชัด 

 

 

 

Immanuel Nobel ผู้พ่อชำนาญงานช่างและเป็นนักประดิษฐ์ แต่มีรายได้ไม่แน่นอน เมื่อมีลูกถึง 8 คน จึงตัดสินใจย้ายครอบครัวข้ามไป St Petersburg ที่ไม่ไกลกัน เพื่อหาโอกาสในการยังชีพที่ดีขึ้น Nobel เพิ่งอายุได้ 9 ขวบ และมีความสนใจชัดเจนเรื่องเครื่องยนต์กลไก พออายุยังไม่ทัน 20 ก็ถูกส่งไปหาความรู้ทางเคมีและวิศวกรรมที่ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา

 

 

เป็นพื้นฐานให้ Nobel คล่องแคล่วเรื่องการโยกย้าย และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ และสร้างเครือข่ายแวดวงให้การงานในเวลาต่อมา

 

 

 

ช่วงเวลาในรัสเซียของครอบครัวโนเบลรุ่งเรืองขึ้นมาได้จากการคิดค้นระเบิดใต้น้ำ ที่การทหารรัสเซียสนใจ พอหลัง Crimean War สงครามที่รัสเซียเกี่ยวข้องและพ่ายแพ้จบ ความต้องการระเบิดและอาวุธยุทโธปกรณ์ก็หมดลง ครอบครัวโนเบลไม่สามารถใช้ความชำนาญปรับแต่งการผลิตไปสร้างสิ่งใช้สอยทางอื่นทดแทนได้ทันเวลา เศรษฐกิจครอบครัวก็คลอนแคลน ต้องโยกย้ายกลับสตอกโฮล์ม  

 

 

 

Alfred Nobel ยังสนใจค้นคว้าเรื่องสารเคมีและวัตถุระเบิดต่อไป ไม่นานนักก็เกิดอุบัติเหตุระเบิดที่โรงงาน น้องชายหนึ่งคนรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต

 

 

 

ความสูญเสียที่เกิดขึ้น ย้ำความจริงที่ชัดเจนถึงคุณและโทษของวัตถุระเบิด ที่ Nobel รู้ดีว่า การค้นพบของตัวเองในทางหนึ่ง คือ ช่วยนำความเจริญมาสู่คนจากการก่อสร้างทางรถไฟ สะพาน ถนนหนทาง คลอง อุโมงค์ ในเวลาเดียวกับที่สามารถทำลายล้างชีวิตได้พร้อมกัน

 

 

 

 

Nobel กลับไปทำการทดลองต่ออย่างไม่หยุดยั้ง ไม่นานก็คิดค้น Dynamite ได้สำเร็จ สร้างวัตถุระเบิดที่ปลอดภัยกว่าน้ำมัน แรงกว่าดินปืน ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมถ่านหินให้โตแบบก้าวกระโดด

 

 

Alfred Nobel จดลิขสิทธิ์การประดิษฐ์ของตนเองไว้ที่หลายประเทศ และไม่เคยหยุดนิ่งในการค้นคว้า พัฒนาของเดิมและค้นพบสิ่งใหม่ขึ้นมาอีกหลายอย่าง จาก Dynamite สู่ Blasting Gelatin และ Ballistite มีอาณาจักรโรงงานแผ่ขยายในหลายประเทศ Nobel โยกย้ายตัวไปอยู่หลายแห่ง ทั้งเยอรมนี และที่ฝรั่งเศสในช่วง พ.ศ. 2416 – 2434  

 

 

 

 

ช่วงเวลาที่ Paris เปิดโอกาสให้ Nobel รื่นรมย์กับชีวิตในเมืองที่ร่ำรวยด้วยศิลปะและวัฒนธรรม  และเชื่อกันว่าทำให้ Nobel ในวัย 40 กว่าได้รู้จักความรัก แม้จะไม่สมปรารถนากับหญิงที่มีอิทธิพลกับตัวเองจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

 

 

 

Bertha Kinsky von Chinic und Tettau หมั้นหมายอยู่กับชายคนรัก แต่พบอุปสรรคการคัดค้านจากครอบครัวของฝ่ายชาย จึงมาทำงานตามประกาศรับสมัคร เป็นเลขานุการให้ Alfred Nobel ทำอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน ก็ลาออกเพื่อกลับไปแต่งงานกับคู่หมั้น

 

 

Bertha von Suttner ชื่อภายหลังแต่งงาน พบกับ Nobel ในเวลาเพียงน้อยนิด แต่ความรู้สึกและความนับถือที่มีต่อกัน คงความผูกพันธ์ไว้ให้ไม่ขาดการติดต่อจน Nobel เสียชีวิต

 

 

 

 

Von Suttner นักเขียนและคนสำคัญในการเคลื่อนไหวด้านสันติภาพ เป็นผู้จุดประกายให้ Nobel เพิ่ม Peace Prize เข้าไปอีกหนึ่งสาขา

 

 

Bertha von Suttner รับรางวัล Nobel Peace Prize จากผลงานหนังสือ Lay Down Your Arms ในพ.ศ. 2448

 

 

 

หลังจากที่ Von Suttner จากไปแต่งงานแล้ว Nobel ก็มาพบ Sofie Hess เกิดความสัมพันธ์ที่พร่องบ้างเกินบ้าง กระทบกระทั่งอยู่หลายปี จน  Hess ตั้งครรภ์กับชายอื่นและจากไปแต่งงานในที่สุด

 

 

 

 

 

ถึงตอนนั้น Nobel ก็อายุ 57 ปี เบื่อ และเหนื่อยล้า จนตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ San Remo ประเทศอิตาลี เป็นช่วงเวลาที่ Nobel สามารถทำสิ่งค้างคา ที่อยากทำมาตลอดในชีวิต คือ การเขียน

 

 

 

Nobel ชอบเขียน และอยากเขียน แถมยังมีพรสวรรค์ด้านภาษา พูดได้ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาเลี่ยน และรัสเซีย Nobel ได้รับแรงบันดาลใจจากงานของ Percy Bysshe Shelly นักประพันธ์อังกฤษในยุคของ Lord Byron และสร้างบทประพันธ์ของตนเองเป็นภาษาอังกฤษด้วย

 

 

ย้อนกลับไปเมื่ออายุราว 20 ปี Nobel ก็เริ่มเขียนกลอนแล้ว

 

 

‘You say I am a riddle – it might be’.

 

‘เธอหาว่าฉันเป็นปริศนา ... ก็เป็นได้’

 

 

 

 

แม้ว่า Nobel จะไม่เคยโด่งดังทางด้านวรรณกรรม แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้ Nobel เป็นที่สุด มาจากการเขียน

 

 

 

งานเขียนสำคัญที่สุดที่ Nobel มอบให้ต่อชาวโลก คือ พินัยกรรม อันเป็นต้นกำเนิดของการยกผลประโยชน์จากทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลจากอาณาจักรธุรกิจ ให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จุดประกายความคิด ค้นพบ หรือประดิษฐ์สิ่งที่ยังประโยชน์แด่มวลมนุษยชาติ ตราบจนวันนี้

 

 

 

 

 

การส่งมอบมรดกให้เพื่อนร่วมโลกรุ่นหลัง จึงเกิดเป็น ‘เหตุการณ์สำคัญหลังชีวิตสูญสิ้น’ ทำให้บุรุษที่มีชีวิตราบเรียบ ไร้ความพิเศษ ไร้ทายาท กลายเป็นสวีดิชที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก รูปลักษณ์ของ Nobel บนเหรียญรางวัล ยังคงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการค้นคว้าและพัฒนาวิทยาการด้านต่างๆ ต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง

 

 

อย่างที่มีผู้กล่าวว่า หากจะมีความใดสรุปชีวิตของโนเบลได้ในคำเดียว

 

คงได้แก่ Restlessness

 

ของชีวิตที่ไม่เคยหยุดยั้งในการไขว่คว้าหาประสบการณ์ใหม่

 

 

 

 

 

* * * * * * * * *

 

 

 

Reference:

 

เรื่องราวและประวัติของ Alfred Nobel และภาพจาก Nobel Museum: Nobelmuseet, Box 2245, SE-103 16 Stockholm, Sweden

 

www.nobelmuseum.se

 

 

 

 

โดย SW19

 

กลับไปที่ www.oknation.net