วันที่ อังคาร ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ็ดกษัตริย์ (ราชโอรสขุนบุรม) : คำนำ & สารบัญ


เจ็ดกษัตริย์ (ราชโอรสขุนบุรม)

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html 

***********************************************************************


คำนำ

หนังสือเจ็ดกษัตริย์ กล่าวด้วยเรื่องพระราชประวัติ,  พระราชพิธีอภิเษกสมรส,  คูณขวัญ, ราชาภิเษก, บาย์ศรี ราชโอรสทั้งเจ็ดของชุมบุรม  ก่อนเสด็จออกกินเมืองต่างๆ เมื่อราวปี ค.ศ. 1296 พระราชพิธีนี้ทำที่เมืองแถง (แถน-นาน้อยอ้อยหนู)  แคว้นสิบสองเจ้าไทย

เนื่องจากพระราชพิธีที่กล่าว ท่านกวีโบราณสมัยนั้น ได้ร้อยกรองผูกประพันธ์เป็นบทสูด ขึ้นใช้ประกอบราชพิธีไว้  บรรดาพระประยูรญาติและประชาราษฎร์ทั่วไป ได้ถือเป็นแบบฉบับแห่งประเพณีใช้สืบมาถึงทุกวันนี้  เช่น เมื่อมีพิธีสมรส เอาผัวเมียใหม่ ก็ใช้บทสูดขวัญอภิเษกสมรส สูดในขณะกำลังอ้อมภาช์นขวัญก่อนเจ้าข้าวจ้ำไข่  ซึ่งล่ามหรือหมอสูดเป็นผู้มีหน้าที่สูดโดยตรง  และเมื่อมีเจ้าขุนมูลนายผู้ใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถือ ได้มาเยี่ยมเยียน ชาวบ้านชาวเมืองก็มักปฏิสัณฐานต้อนรับ  ด้วยการทำลาบาย์ศรีสู่ขวัญให้สมเกียรติ  และใช้บทสูดราคาชภิเษกหรือบาย์ศรีเป็นบทสูดประกอบเป็นธรรมเนียมสืบๆ มาดังนี้เป็นต้น

บทสูดต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ท่านกวีโบราณมักนิพนธ์ขึ้นเทียบเคียงกันเป็นหลายฉบับ ข้อความสำนวนโวหารคล้ายคลึงกันมาก  แทบจะว่าเป็นอันเดียวกัน ประหนึ่งว่าแผลงออกไปให้ผิดแผกกันบ้างเล็กน้อย สำหรับบทสูดที่พิมพ์ไว้ในเล่มนี้ ได้เลือกหาต้นฉบับที่เชื่อถือได้มารวมกันไว้  และสอบทวนแล้วเป็นที่พอใจ หวังว่าท่านผู้อ่านที่เคยพบต่างสำนวนต่างโวหาร จะได้เห็นเป็นที่สังเกต

อนึ่งข้าพเจ้าผู้รวบเรียง ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นว่า บทสูดอภิเษกสมรสก็ดี,  คูณขวัญก็ดี,  ราชาภิเษกก็ดี ทั้งสามบทนี้ท่านสมณานักปราชฐ์ใหญ่สมัยนั้นเป็นผู้นิพนธ์  กล่าวทั้งนี้อาศัยเหตุที่ได้เทียบเคียงถ้อยคำสำนวนโวหาร เท่าที่ได้ผ่านมาในสาขาอื่นทางวรรณคดีโบราณ  เป็นส่วนประกอบ ส่วนบทสูดบาย์ศรีคน มีข้อนิพนธ์พาดพิงถึงพระนางอาม พระชายาท้าวใสพงศ์ ในตอนถวายพระพรว่าดังนี้ “ขอทังเงินค่าแน่นแสนปีอย่าได้ซ้าย  เก้าฟ้าโสดสรงงาม ขอทังอามอีเอื้อย  ขอทังถงฮักเอ้ยใส่เงินคำให้เต็มปุ่มๆ”  ดังนี้เป็นต้น  เมื่อมีข้อความกล่าวถึงพระนามพระนางอามเช่นนี้ จึงเชื่อว่าเป็นบทสูดบาย์ศรีในงานพระราชพิธีเจ็ดกษัตริย์  แต่ถ้อยคำสำนวนโวหารนั้น ไม่แน่ว่าท่านสมณาหรือผู้ใดเป็นผู้นิพนธ์  ก็ว่าไม่ถูกทั้งสองทาง

การที่ประเพณีนี้มีใช้มาแต่เริ่มแรก รวมเวลากว่า 1200 ปีแล้ว  และยังคงใช้สืบไปในปัจจุบันอยู่  ย่อมแสดงให้เห็นความจงรักภักดีต่อขนบธรรมเนียมแห่งตน ไม่สบประมาทอาจทานผลาญเสืบให้สิ้นซาก  จึงเป็นเครื่องชี้และเชิดชูวงค์ตระกูลผู้คงใช้ ให้เห็นความแจ่มใสมาแล้วณะเบื้องหลัง และยังทำให้เราผู้เกิดมารุ่นหลัง ได้เรียนรู้ปฏิบัติตามสืบต่อกันมา  จนได้รวมเรียงขึ้นไว้เป็นเล่ม จึงขอขอบคุณท่านบรรพบุรุษผู้ชิ้สืบมาโดยลำดับ ไว้ ณะที่นี้ด้วย

 

*********************************************************************


สารบัญ

   
แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกกษัตริย์  
แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกลูกสะใภ้
แถนหลวงฟ้าคื้นสั่งสอนลูก
แถนหลวงฟ้าคื้นพระราชทานรางวัล
แถนหลวงฟ้าคื้นจัดขบวนแห่ขุนบุรม
ขุนบุรมเลือกลูกสะใภ้
ราชาภิเษกเจ็ดแถนหลวงฟ้าคื้น
ถอดคำประพันธ์ในบทสูดอภิเษกสมรสเป็นร้อยแก้ว
ขุนบุรมแต่งตั้งราชบริพารแจกเจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมแจกเครือเขากาดแก่เจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมแบ่งมรดกให้แก่เจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมสั่งสอนเจ็ดสะใภ้
ขุนบรมพระราชทานหลาบคำแก่เจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมสั่งสอนเจ็ดกษัตริย์ต่อ
เจ็ดกษัตริย์เสด็จออกเสวยเมือง
ประวัติสองกษัตริย์และประวัติศาสตร์นิยาย
สูดขวัญอภิเษกสมรส (สูดขวัญเอาผัวเมียใหม่)
ความผูกแขน
สูดขวัญเอิ้น (สูดขวัญเรียก)
สูดขวัญราชาภิเษก
บาย์ศรีคน
รวมเรื่องราวเจ็ดกษัตริย์ภายหลังออกเสวยเมืองแล้ว
ขุนลอกับเจ็ดเจืองแบ่งเขตล้านช้าง – พวน
ขุนทั้งแปดหมายเขตแล้วกลับมากราบทูล
ขุนลอกับเจ็ดเจืองสาบาลต่อกัน
เจ้าสุวรรณะบาลังก์เพิ่มเขตเมืองพวน
พระชัยเชษฐามอบคืนเมืองเก่าของพวนให้พวน
พระยาคำเกิดเอาดินเมืองคำเกิดใช้แทนหนี้เมืองพวน
พระยาคำกองกษัตริย์พวนตัดคองอาณาจักรไว้ที่นาสาว
รักษาขันหมาก
รักษาภาชน์เหวย
สอนไทในขุนดาบ
สอนกวานบ้านและบัวนาง
สอนขุนคุ้ม
สอนข้าใช้ภายใน
สอนหญิง
สอนนางสนมและคนใช้
สอนคนเทียวทาง
สอนเสนาเฝ้าเจ้า
สอนมุนตรีเฝ้าเจ้า
ผิดฮีตคองเมือง
ทำมิจฉาจารผิดฮีตคองเมือง
ว่าด้วยหมวดอาณาราษฎร์กะกุล
ข่อยคนและเมียหนีไปพึ่งผู้อื่น
ว่าด้วยการทำนา
ว่าด้วยการกระทำการ
ว่าด้วยการกู้ข้าวกิน
ว่าด้วยความรับผิดชอบสัตว์เลี้ยง
ว่าด้วยมรดก
ว่าด้วยคองเศิก  (กฎอัยการศึก)
กลองหลวงสัญญาณ
ฆ่าควาย
เขตความเมือง
ว่าด้วยการค้า
ว่าด้วยการกินเมือง
ว่าด้วยการค้า
ว่าด้วยการกินเมือง
ว่าด้วยผัวเมียหย่าร้าง
กษัตริย์กุงสียุดธิยาแต่งตั้งคณะทูตไปรับเอาศาสนาพุทธที่วัดพระเชตุพนแขวงเมืองสาวัตถี
กษัตริย์กุงสียุทธิยาทรงพระราชปรารถ
ทรงเตรียมการและตั้งคณะทูตสิ้นเวลา ๓ เดือน ๘ วัน
พระเจ้ากุงสียุดธิยาสั่งขุนไท
ชุมนุมคณะทูตกำหนดอำนาจหน้าที่
เคลื่อนขบวนเดินทางจากกุงสียุดธิยาถึงกรุงหงษาวดีเวลา ๓ เดือน
จากกรุงหงษาวดีไปกรุงสาวัตถี
ขุนไทกลับกรุงสียุดธิยา


********************************************************

*** ผู้เขียนซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

 

 

 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net