วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟุตบอลถ้วย...ช่วยบีจีฮึกเหิมอีกครั้ง เข้ารอบรอง FA Cup


ฟุตบอลถ้วย...ช่วยบีจีฮึกเหิมอีกครั้ง เข้ารอบรอง FA Cup

เมื่อวานนี้ (3 ตุลาคม 2555) มีการแข่งขันฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2012 ซึ่งเป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย  บางกอกกล๊าสเอฟซี กระต่ายแก้วแห่งคลอง 3 รังสิต ปทุมธานี้ มีกำหนดบุกมาเยือน นักรบกรุงศรี ทีม อยุธยาเอฟซี จากดิวิชั่น 2 ทีมเดียวที่สามารถฝาฟันเข้ามาสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ ถือว่าท้าทายอย่างยิ่ง

                อยุธยา ใช้สนามกีฬากลางอยุธยา ซึ่งวันนี้ สถานที่อันกว้างขวาง ก็ไม่อาจรองรับแฟนบอลจากสองทีมไว้ได้หมด โดยเฉพาะแฟนกระต่ายแก้ว ที่หลั่งไหลกันมาจากทั่วสารทิศ ทั้งที่เป็นการแข่งขันกันในวันพุธกลางสัปดาห์ แต่กลับมีแฟนบอลอย่างล้นหลาม

                สภาพสนามพอใช้ได้ แต่เนื่องจากกำลังปรับปรุงบางส่วน ทำให้อาจไม่ได้รับความสะดวก โดยทางกองเชียร์บีจี ได้อยู่ในฝั่งอัฒจันทร์ที่มีหลังคาแต่ยังซ่อมไม่เสร็จ ทำให้ดูเหมือนว่า พวกเรานั่งชมอยู่บนนั่งร้าน แต่ก็มีบางคนไปนั่งจริง ๆ เพราะที่ไม่พอจะให้เรายืนกัน แน่นมาก ๆ ครับ

                นัดนี้เป็นนัดแรกสำหรับผลงานของโคช กระต่ายแก้วคนใหม่จากแดนผู้ดีอังกฤษ  ฟิล สตับบินส์ (Phil Stubbins)  ซึ่งเพิ่งจะมาคุมทีมเมื่อต้นเดือนตุลาคม หรือสองวันที่ผ่านมานี่เอง

                สำหรับผม ระหว่างที่ว่างงานอยู่นี้ ก็เลยมีโอกาสได้ไปเชียร์บอลนัดนี้ถึงถิ่นอยุธยา และได้นัดพี่ ๆ ที่รู้จักกันไปด้วย คือพี่ที่ทำงานอยู่ในนิคมฯ ไฮเทค เห็นว่าทำงานอยู่แถวนั้นก็เลยนัดกันไปช่วยเชียร์ เมื่อไปถึงตัวเมืองอยุธยา ก็เริ่มไม่ดีแล้วครับ เพราะรถติดตรงทางเข้าสนามกีฬา ตอนนั้นใกล้ 6 โมงแล้ว สนามกีฬาเต็มไปด้วยรถที่นำเข้ามาจอดอย่างไม่มีใครแนะนำ ทำให้รถแออัดกันมาก จอดทุกที่ทุกทาง และไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล รถเยอะมากครับ นี่เป็นความบกพร่องของเจ้าภาพ จะบอกว่าไม่คาดคิดว่ารถจะเยอะขนาดนี้ ก็ไม่ใช่คำตอบที่ควรนะครับ ผมวนหาที่จอดรถกว่าจะได้จอดก็เริ่มแข่งพอดี เข้าไปจอดในซอกลึกโน่น

                เกมเริ่มแข่งขันกันไป แต่ผู้คนก็หลั่งไหลกันมาชมจนล้นสนาม ในฝั่งกองเชียร์บีจี แทบจะยืนกันไม่ได้ ในกลุ่มผมก็มี กร โหน่ง และ โรส ส่วนทีมงานอยุธยาที่ว่านั้นก็ได้แก่ “หม่อมแม่” ยังคงจำกันได้นะครับ ว่าเธอเป็นใคร ตามด้วยนางสนอง น้องแก้ว นอกจากนี้ “หม่อมบัวเงิน” ก็ไปด้วย สำหรับหม่อมบัวเงินนี้ ยังไม่เล่าประวัติให้ฟังนะครับ เอาไว้ทริปหน้า แล้วก็ยังมี พี่มานะ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของโทเร แต่มายืนบนอัฒจันทร์ไม้ไผ่นี่ดูเตี้ยไปเลยครับ

                บอลเล่นกันอย่างสนุกครับ ทางฝ่ายอยุธยานั้น มีโคช ธงชัย สุโกกี เป็นผู้คุมทีม และบางกอกกล๊าสก็สามารถทำประตูนำไปก่อนในนาทีที่ 35 โดยอนาวิน จูจีน หมายเลข 15 ตามด้วยลีซอ ในนาทีที่ 45 นำไปก่อน 2 ประตู แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทางบีจี เสียประตูให้กับทีมอยุธยา สรุป บางกอกกล๊าสชนะไป 2-1 เป็นทีมเยือนทีมเดียวที่เอาชนะเกมนอกบ้านในวันนี้ได้ สำหรับผู้ตัดสินในวันนี้เป็นชาวเวียดนามครับ  ผลทีมอื่นมีดังนี้ครับ

เชียงราย ยูไนเต็ด 3 - 1 สุพรรณบุรี เอฟซี

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3 - 0 บีอีซี เทโรศาสน

อาร์มี่ ยูไนเต็ด 3 - 2 SCG เมืองทองฯ ยูไนเต็ด

             ผมออกมาจากสนามก่อนที่จะหมดเวลาสัก 10 นาที เผื่อว่าจะได้เอารถออกไปก่อน แต่พอเดินมาจากสนามจะไปหาที่รถจอด พระเจ้าช่วย รถจอดเต็มไม่เว้นแม้แต่ช่องทางเดินรถ แล้วเราจะออกได้อย่างไรกัน  สรุปแล้ว ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงจะออกจากสนามได้ นับเป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุงมาก ๆ เลยครับ ทำให้ผมต้องพลาดจาก "หม่อมแม่" ที่จะนัดเลี้ยงข้าวผมไปโดยปริยาย

            เราเลยพากันไปฉลองที่ร้านลาบส้มตำ ที่ผมเคยมากินบ่อย ๆ สมัยที่น้ำลด แล้วต้องมาประจำอยู่ที่อยุธยา เลยรู้ที่รู้ทางกัน กินกันแบบแซ่บนัว ๆ ไปเลยครับ

              มีแฟนบอลอยุธยามานั่งกันหลายโต๊ะ และเรา 4 คนก็เป็นจุดเด่นเพราะใส่เสื้อเขียวขาวกันไปอย่างพร้อมเพรียง มิหนำซ้ำ แฟนบอลอยุธยา ยังเดินมาจับมือที่โตะกันเลยทีเดียว ตอนที่เรากำลังจะกลับ มีน้องคนหนึ่งตะโกนออกมาว่า "ขอแลกเสื้อได้ไหมค่ะ" เอาแล้ว..... รีบปฏิเสธกันพัลวันเลยครับ 

ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย เชียงรายจะพบกับ อาร์มี่ และบางกอกกล๊าส ต้องโคจรมาพบกับ บุรีรัมย์อีกครั้ง ซึ่ง โตโยต้า ลีค คัพ 2012 ก็พบกันในรอบ 4 ทีมสุดท้ายเช่นกัน แต่ยังไม่รู้ผลว่าใครจะได้เข้าชิง เพราะต้องรอนัดที่เหลือที่บางกอกกล๊าสจะไปเยือนบุรีรัมย์ 

ดูเหมือนว่า บุรีรัมย์แชมป์เก่าก็พยายามที่จะป้องกันแชมป์นี้ไว้ให้ได้ แต่ในขณะเดียวกัน บางกอกกล๊าสก็ใฝ่ฝันที่จะเอาถ้วยนี้มาครองให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงการได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปแข่งขันรอบคัดเลือกใน เอเอฟซี คัพ ด้วย

ปี 2011 BGFC ตกรอบ 4 คือก่อนรอบ 16 ทีมสุดท้าย แพ้ให้กับเมืองทอง โดยการยิงลูกจุดโทษ  5-4 ในเวลา เสมอกัน 1-1 ส่วนบุรีรัมย์นั้นเป็นแชมป์โดยเอาชนะเมืองทองได้ 1-0

รอบรองชนะเลิศ น่าจะเป็นการแข่งขันกันที่สนามกลาง และใช้ผู้ตัดสินจากต่างประเทศเช่นเคย แต่เป็นการแข่งแบบน๊อคเอ๊า ไม่มีเหย้าเยือน โดยจะทำการแข่งขันกันในวันที่ 24 ตุลาคม 2555 นี้ คู่แรก เชียงราย พบ อาร์มี่ คู่ที่สอง บุรีรัมย์ พบ บางกอกกล๊าส

แต่วันที่ 17 ตุลาคม 2555 นี้ BGFC ต้องเดินทางไปเยือนบุรีรัมย์ ซึ่งจะต้องยิงให้ได้ลูกห่าง 2 ลูกขึ้นไป ถึงจะเข้ารอบชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีค คัพ ครับ 

 

ขอบคุณภาพจาก BG Reporter

 

 

 

 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net