วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทเรียนจากคุณตุ๊ดตู่และการกรอกยาพิษใส่จิตสำนึก


            ก่อนอื่นใดขออัญเชิญพระบรมราโชวาทมาเตือนใจกันก่อน

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การทำดีนั้นทำยาก และเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัวบุคคลแต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลังในการ

สร้างเสริมและสะสมความดีอยู่ทุกเมื่อทั้งต้องหมั่นสำรวจตรวจสอบความดีของตัวเองอยู่เสมอๆด้วยว่ายังบริบูรณ์ดีอยู่ หรือบกพร่องวิปริตในส่วนใดข้อใดไปจักได้รีบปฏิบัติปรับปรุงแก้ไขให้ทันการ และการสร้างความดีนี้ สำคัญที่สุดจะต้องกระทำให้พร้อมกันทั่วทุกคน ผลการปฏิบัติจึงจะมีประสิทธิภาพเต็มที่และช่วยให้บ้านเมืองมีความปรกติเรียบร้อยได้ ถ้าปฏิบัติไม่พร้อมเพรียงกันหรือพากันละเลย ไม่รักษาความดีแล้ว ความปั่นป่วนระส่ำระสายก็จะเกิดตามมา

(พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ว่าที่ร้อยตำรวจตรีที่ สำเร็จการศึกษา ชั้นสูงสุดจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๓ และพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มพิทักษาธิปัตย์แก่นายตำรวจที่สำเร็จการ ศึกษาหลักสูตรฝ่ายอำนวยการตำรวจ รุ่นที่ ๒ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๒๔)

 

                เมื่อเดือนก่อนเขียนเรื่อง “คำสอนนี้คือยาพิษเคลือบน้ำผึ้ง” ปรากฎว่าวันนี้มีการกรอกยาพิษกันซึ่งๆหน้า (ความจริงอยากจะบอกว่า “อย่างหน้าด้านๆ” แต่เกรงใจคุณแม่ที่บ้าน) โดยนักการเมืองคนหนึ่ง

                ก่อนอื่นจะเล่าเรื่องความหวาดกลัวส่วนตัวให้ญาติมิตรฟังเรื่องหนึ่งก่อน

                แถวนี้มีสัตว์เลี้ยงประจำตำบลอยู่ชนิดหนึ่ง บางคนเรียกว่า “น้องไอ้เข้” บ้างเรียก “ตะกวด” บ้างเรียกว่า “เหี้-“ แต่คนแถวนี้ตั้งชื่อให้น่ารักว่า “ตุ๊ดตู่” ทั้งๆที่เป็นสัตว์คนละตระกูล

                แถวนี้มี”คุณตุ๊ดตู่” เยอะมาก เนื่องจากพื้นที่นี้เมื่อก่อนเป็นบึงน้ำกว้างใหญ่ ปกคลุมด้วยกอหญ้ากอไม้ ต่อมาเมื่อเราหักร้างถางพงสร้างอาคารเรียนจนเต็มพื้นที่ คุณตุ๊ดตู่ก็ไร้ที่อยู่จึงออกมาเร่ร่อนหาที่อยู่ตามแหล่งน้ำและพงไม้ทั่วไปในพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่บริเวณที่เป็นบ้านพักที่มีคนอยู่

                เมื่อย้ายจากห้องพักชั้นสามลงมาเช่าบ้านรับรองอยู่ ก็ปรากฎว่าใต้ถุนครัว (ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านราวๆสี่เมตร) ของบ้านนี้ เป็นที่อยู่ของคุณตุ๊ดตู่ครอบครัวหนึ่ง (ขอยืนยันว่าไม่ใช่ครอบครัวที่อยู่แถวๆทำเนียบฯอย่างแน่นอน) ซึ่งเราก็ขอร้องเธอว่า “เราต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกันนะ อย่ามารบกวนกัน” แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การรบกวนกันก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะว่าคุณตุ๊ดตู่มักจะเดินทางออกจากรูของเธอเพื่อไปยังสนามหลังบ้าน และที่อื่นๆโดยผ่านทางประตูหน้าบ้านเรา และบางครั้งยังพยายามจะเข้ามาในบ้าน หลายครั้งที่เธอมาเคาะประตูบ้านแต่เช้า เนื่องจากเธออาจจะได้กลิ่นอะไรบางอย่างที่ต้องใจเธอจากในบ้านของเรา ทำให้เราต้องหาทางปิดทางเดินของคุณตุ๊ดตู่ คือที่ว่างระหว่างครัวและบ้าน โดยการเอากระถางต้นชาดัด (ซึ่งมีญาติที่รักพามาให้) มาวางเป็นแถวและเอาแผงไม้มากั้นเป็นประตูด้านหน้าและด้านหลังบ้าน เพื่อจะได้มีพื้นที่เอาไว้ตากเสื้อผ้า หรือเก็บของบางอย่างที่ควรเอาไว้นอกบ้าน ซึ่งคุณตุ๊ดตู่ย่อมไม่ชอบการดำเนินการของเราเนื่องจากทำให้เธอต้องเดินอ้อมบ้านแทนที่จะเดินตัดหน้าบ้านของเรามาถึงรูของเธอได้      

           คุณตุ๊ดตู่แก้ปัญหาโดยการพยายามจะปีนข้ามเครื่องขวางกั้นของเรา บางครั้งเมื่อเรามาเห็นเข้าก็จะถูกเราไล่เธอด้วยความหวาดกลัว เพราะเราย่อมไม่อยากให้เธอมายุ่มย่ามกับพื้นที่ใช้สอยของเรา แต่คุณตุ๊ดตู่ไม่ยอมและไม่ละความพยายาม จนในที่สุดเวลาผ่านมาเพียงสามเดือน เธอก็พยายามเอาชนะเครื่องขวางกั้นของเราจนสำเร็จทั้งประตูไม้อัดและแผงมุ้งลวดที่เราเอามาปิดทำเป็นประตูนั้นถูกเธอปีนด้วยร่างกายอันเหยียดยาวและหนักอึ้งของเธอจนบิดเบี้ยวเสียหายไป

           ทุกวันนี้ เราจึงอยู่ด้วยความหวาดกลัวคุณตุ๊ดตู่ ไม่รู้ว่าวันไหนเธอจะรุกล้ำเข้ามาในบริเวณที่อยู่อาศัยของเรามากกว่านี้

เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ซึ้งหลายอย่าง

ประการแรก ต้องชมเชยคุณตุ๊ดตู่ที่มีความพยายามทำการบ้าน พยายามเอาชนะอุปสรรคจนสำเร็จภายในเวลาเพียงสามเดือน นับว่าเก่งกว่าและดีกว่าคนบางคนที่ไม่เคยพยายามทำให้ตัวเองดีขึ้น หรือแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง และทำให้เราแน่ใจว่าเธอเป็นสัตว์ที่มีปัญญาทีเดียว (ไม่อยากบอกว่าอาจจะมีปัญญามากกว่าคนบางคน หรือปูบางตัว) ที่แน่ๆดีกว่าคนบางคนที่ตอบคำถามแบบลอยๆ โหวงๆ เหวงๆ ไร้ประเด็นมาได้สิบกว่าเดือนยังไม่ดีขึ้น ไม่เคยมีความพยายามทำการบ้านอย่างคุณตุ๊ดตู่ที่บ้านเรา

ประการที่สำคัญกว่าคือความหวาดกลัวของเรา ซึ่งไม่อยากให้คุณตุ๊ดตู่มารบกวนการอยู่อาศัยของเรา ทุกวันนี้จึงไม่ค่อยสบายใจอยู่เรื่องเดียวนี่แหละ เพราะว่าจะให้ไล่คุณตุ๊ดตู่ไปด้วยวิธีที่โหดร้าย เราก็ไม่อยากทำ กลัวบาป แต่ความกลัวคุณตุ๊ดตู่จะมารุกรานนั้นยังกรุ่นอยู่ในใจเรา

ในทำนองเดียวกันเราก็มีความกลัวในลักษณะเดียวกันนี้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่รู้ว่าวันไหนรัฐบาลจะเข้ามา “รบกวน” การดำรงชีวิตของเรา และ ทำลายวิถีชีวิตของประเทศชาติมากไปกว่าที่กำลังเป็นอยู่

และแล้วความกลัวของเราก็เป็นจริงขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อวันนี้มีนักการเมืองคนหนึ่ง ออกมาให้โอวาทกลางวงนายตำรวจด้วยถ้อยคำอันนึกไม่ถึงว่าจะ “กล้าด้าน” กันซึ่งๆหน้าขนาดนี้ คัดมาจากหน้า “สายตรงภาคสนาม”กันตรงๆเลยทีเดียว แถมด้วยคลิปจากรายการ “ฟ้าทะลายโจร”  เมื่อวันพุธที่3 ตุลาคม ช่วงที่สอง

สายตรงภาคสนาม
4 ต.ค.55
“ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
รองนายกฯมอบนโยบาย 347 นายพลสีกากี
3
ต.ค.55
ผมขอให้ตำรวจเป็นกลาง แต่อยู่ข้างพรรคเพื่อไทย
โดยมีภารกิจหลัก คือ เอาพี่กลับ บ้าน ใครเห็นด้วยปรบมือขึ้น”

http://youtu.be/0z2pJmVAWQk

                อะไรกันนี่ พี่น้อง ถ้อยคำเช่นนี้ เดี๋ยวนี้ไม่เพียงแต่แอบๆพูดกันเบาๆ แต่พูดกันตรงๆต่อหน้าประชาชนทั้งชาติกันเลยหรือนี่

                ความจริงผู้พูดในเหตุการณ์นี้พูดมากกว่านั้น คือพูดทำนองว่า “พรรค...จะเป็นรัฐบาลไปอีกยาว ตำรวจที่อยู่ข้างฝ่ายตรงข้าม....เหมือนแทงไฮโลผิด ก็จะถูกเจ้ามือกินรวบแน่นอน”

                ไม่ต้องพูดถึงความไม่เหมาะสมว่าเป็นตำรวจ หรือเป็นรัฐมนตรีไม่ควรนำเอาการเล่นพนันมาเปรียบเทียบในกรณีเช่นนี้

                ที่สำคัญกว่าคือการที่พูดออกมาอย่างไร้ความละอายว่าให้ตำรวจเข้าข้างพรรคพวกตัวเอง ซึ่งเป็นฝ่ายกุมอำนาจอยู่  ไม่ต้องเชิญชวนก็ย่อมมีคนเกรงกลัวหรือ “เกรงใจ” เป็นทุนอยู่แล้ว นี่ยังมีการบอกว่าใครเห็นด้วยให้ปรบมือ ก็ถามกันต่อหน้าจะมีใครหน้าไหนกล้าไม่ปรบมือบ้าง

                “เป็นกลาง” หมายความว่าต้องอยู่ข้างพรรคพวกตัวท่านเองงั้นหรือ

                ทุกวันนี้พรรคการเมืองพรรคนี้ทำคุณประโยชน์อะไรให้บ้านเมืองบ้าง

                เมื่อเป็นพรรคฝ่ายค้านในระหว่างที่พรรคฝ่ายตรงข้ามเป็นรัฐบาลก็ทำตัวไม่ถูก ไม่เคยทำตัวให้เป็นประโยชน์ในสภาฯ แต่ออกมาปั่นป่วนก่อกวนนอกสภา จนถึงกับเผาบ้านเผาเมืองเพื่อล้มรัฐบาลในขณะนั้น เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากมายอย่างไม่อาจคำนวณนับได้ และถึงกับมีเสียงร่ำลือในหมู่ประชาชนว่า การก่อการจราจลครั้งนั้นมีจุดมุ่งหมายที่สูงกว่านั้น ไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อล้มรัฐบาลในขณะนั้น เท่านั้น

 

บัดนี้เป็นรัฐบาลเสียเองก็ยังไม่ได้ทำคุณประโยชน์ใดใด เริ่มจากการอุปโลกน์เอาคนปัญญานิ่มมาเป็นหุ่นเชิด มีคนชักใยอยู่เบื้องหลังสองสามคน มีรัฐมนตรีออกมาพูดจากลับกลอกแสดงความสับปลับให้ผู้คนเห็นไม่เว้นแต่ละวัน

 

กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นตัวอย่างอภิมหากาพย์การโกงอย่างยอกย้อนชนิดต้องใช้เวลานานถึงสิบปีกว่าจะกระชากหน้ากากคนโกงออกมาได้ ยังมีคนในรัฐบาลออกมาหน้าซื่อตาใสแก้ต่างให้คนโกงทุกวัน

 

      ทุกวันที่ผ่านไปรัฐบาลผลาญเงินภาษี ทั้งจากการใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่าย เช่นพากันใช้เงินภาษีไปเที่ยวดูฟุตบอลกินหรูอยู่แพง (ไปอยู่โรงแรมสี่ดาวกลางกรุงลอนดอนแล้วยังออกมาบอกอย่างหน้าด้านๆว่าเท่านี้ยังไม่สมศักดิ์ศรีตำแหน่ง นึกว่าคนอื่นเขาโง่งั้นหรือ)

 

หนีงานใช้เวลาราชการไปเลียนักโทษหนีคดี กู้เงินมาใช้จ่ายอย่างมือเติบ ทำโครงการที่ไร้ประโยชน์ เรียกค่านายหน้าอย่างด้านๆจนเกิดคำว่า “เจ๊ ด.ขอสี่สิบ” (ที่จริงมีคนบอกว่าตัวเลขต่ำไป) ใช้นโยบายที่บัดซบเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจของชาติ

แต่งตั้งคนที่ไม่มีความสามารถมาทำงานเพื่อประชาชน (ดูตัวอย่างความเดือดร้อนที่เกิดกับชาวไร่ชาวนา) เป็นประเทศเกษตรกรรมแต่มีรัฐมนตรีเกษตรและพาณิชย์ที่ไม่สามารถขายสินค้าเกษตรอะไรได้เลย ทั้งลำไย มัน ข้าว ยาง ไข่ ขายไม่ได้เลย) เอาแต่โกหกผู้คนไปวันๆ และก่อกวนคนทำงานฝ่ายตรงข้ามทุกเรื่อง ฯลฯ

อย่างนี้แล้ว ยังจะมีหน้ามาเรียกร้องให้คนไทย “เป็นกลาง” โดยเข้าข้างพรรคเผาเพื่อพี่อีกหรือ

ขอกันมากไปจริงๆ

                ทุกวันนี้ เราจึงอยู่ด้วยความกลัว เป็นความกลัวยิ่งกว่ากลัวคุณตุ๊ดตู่ เพราะว่าการรุกคืบเข้ามาในชีวิตของเรารุนแรงกว่า ผลเสียที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติรุนแรงและยาวนานกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผลเสียที่เกิดกับเยาวชนของชาติซึ่งต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางตัวอย่างการประพฤติผิดทำนองคลองธรรม คนที่ไร้ความละอายแก่ใจ คนที่ไม่เกรงกลัวต่อการทำผิดทำบาป คนที่เห็นแก่ตัว คนที่พูดจาสับปลับ ฯลฯ สารพัดความชั่วและคนชั่วที่ยังเชิดหน้าอยู่ในสังคม เยาวชนของเราจะเติบโตเป็นคนเช่นไรเมื่อเห็นแต่ตัวอย่างเช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน และประเทศชาติของเราจะเป็นเช่นไรในอนาคต

                ในขณะที่เราไม่อยากทำบาปด้วยการขับไล่คุณตุ๊ดตู่ ทว่าการจะขับไล่รัฐบาลที่โกงภาษีประชาชนเราไม่คิดว่าเป็นการทำบาป แต่อย่างใด

           

                จึงขอจบด้วยเสียงเรียกร้องของสายตรงภาคสนาม ซึ่งเราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
เราขอให้ตำรวจเป็นกลาง อยู่ข้างประชาชนและความถูกต้อง
โดยมีภารกิจ คือ ทวงคืนจริยธรรมกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนของพวกเรา

ใครเห็นด้วย ช่วยแชร์ ร่วมรณรงค์ ทวงคืนจริยธรรมคืนสู่ประเทศไทย

เมื่อสังคมไร้ซึ่งจริยธรรม ความเป็นชาติจะดำรงอยู่ได้อย่างไร

                 มาร่วมกันทวงคืนจริยธรรมให้ดำรงอยู่ในบ้านเมืองของเรา อย่าปล่อยให้คนชั่วและความชั่วช้าไร้จริยธรรมรุกคืบเข้ามาในวิถีชีวิตของคนไทยได้มากไปกว่านี้เลย

                และขอจงกลับขึ้นไปอ่านพระบรมราโชวาทซึ่งขออัญเชิญมาเตือนใจกันข้างต้น เผื่อว่านายตำรวจทั้งหลายที่เป็นคนดีและยังมีชีวิตอยู่จะดาหน้า ยืด-อกออกมาต่อสู้อย่างกล้าหาญ กับคนคิดชั่ว ให้สมกับเป็น”ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”อย่างแท้จริง คุณตำรวจที่ได้ฟังพระบรมราโชวาทนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ป่านนี้คงกำลังเป็นใหญ่เป็นโต เผื่อว่าจะรำลึกได้ว่าอุดมการณ์ของความเป็นตำรวจที่ดีคืออะไร

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ขอขอบคุณ

http://www.facebook.com/SaiTrongPhakSanam

ที่มา http://dnp6ptn.no-ip.org/ptn/a_kspk.html

http://www.facebook.com/serithai.net

http://youtu.be/0z2pJmVAWQk

ฟ้าทะลายโจร 03 10 55

http://www.naewna.com/

http://www.naewna.com/cartoons/2012-09-29

http://dnp6ptn.no-ip.org/ptn/a_kspk.html

http://www.facebook.com/serithai.net

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=28922451

Serreethai facebook

 

โดย 9Charlie

 

กลับไปที่ www.oknation.net