วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุเกิด จาก วันศุกร์


    

ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล 

          

             5 ตุลาคม 2555 ถือเป็นอีกวันศุกร์แห่งชาติอีกวันหนึ่ง ตามประสา ข้าราชการ คนที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นมุกตลกเศร้า ที่พวกเราชอบล้อกันเล่นๆในหมู่เพื่อนฝูง เพราะเป็นวันที่รู้กันดีว่า ข่าวลือ ว่า “ผู้ก่อความไม่สงบ ข่มขู่จะตัดหู”พ่อค้าแม่ค้า ที่บังอาจเปิดขาย หรือดำเนินกิจการใน “วันศุกร์”  และ กรณีเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่บริเวณชุมชนตลาดสดเทศบาล ต.ตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กันยายน line-height:115%">2555 ที่ ผ่านมา เป็นเหตุให้ชาวบ้านเชื่อกันว่า มันเอาจริง

            สำหรับผู้เขียนนั้น มีประสบการณ์ตรง เพราะแม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุเหล่านี้ !

               ย้อนไปเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา บริเวณ กม.29 หมู่ที่ 1 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เคยมีตลาดนัดวันศุกร์ที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอเบตง มีพ่อค้าแม่ขาย มาเปิดร้านจำนวนมาก ยาวเกือบ 500 เมตร ริมถนนสาย 410 บริเวณชุมชน บ้าน กม.29 มีประชนชน ทั้งในพื้นที่และใกล้เคียง ต่างมาจับจ่ายใช้สอยกันมากว่า 5,000 -10,000 คนต่อวัน เงินสะพัดเป็นล้าน เพราะเป็นเพียงตลาดนัดเดียวที่มีในขนาดนั้น อีกทั้งเป็นพื้นที่ชนบท ไม่มีตลาดสด มินิมาร์ทหรือร้านค้าปลีกใหญ่โต ตลาด กม.29 จึงเป็นแหล่งจับจ่ายใช่สอยเพียงแห่งเดียว ที่ผู้คนในแถบนี้ จะได้เลือกซื้อ สินค้าของสด อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนสินค้าเครื่องมือประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยมีผู้บริหารจัดการแบบชาวบ้าน คือ กรรมการมัสยิดบ้านกม.29 ที่เก็บค่าเช่าที่เพียง 5 บาท 10 บาท เพื่อเป็นเงินจุนเจือ กิจการของมัสยิด

              จนกระทั่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดเมื่อราวต้นปี พ.ศ.2547 มีการปล้นปืนในค่ายปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส ในวันที่ 4 มกราคม 2547  วันที่ 7 มกราคม 2547ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง โรงพักตำรวจ หรือสถานีภูธรตำรวจตำบลอัยเยอร์เวงก็ถูกยิงถล่มจนยับ โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต ยกเว้น จิ้งจก ตามภาพในข่าวของ ไอทีวี

              พ่อค้า แม่ค้าในตลาดนัด กม.29 ก็ถูกข่มขู่ จากใบปลิวว่าจะตัดใบหูหากยังมาเปิดร้านขายในวันศุกร์ เหมือนดังเช่นที่เกิดในสามจังหวัดฯ ณ ปัจจุบัน เหตุการณ์เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ มีความพยายามของฝ่ายความมั่นคง ให้รณรงณ์เปิดขายวันศุกร์เช่นเดิม นายอำเภอ ฝ่ายปกครองก็ลงพื้นที่เพื่อสร้างขวัญฯกำลังใจ แต่ผลปรากฏว่า ศุกร์แรก หลังจากที่มีการข่มขู่ เหลือพ่อค้ามาขายตามปกติเพียง 2 ราย จากที่มีมากกว่า 200 ราย กรรมการมัสยิดจึงได้ย้ายตลาดนัดจากวันศุกร์มาเป็นวันเสาร์ตราบจนทุกวันนี้  ข้อดีก็ คือ “ทำให้วันราชการ รถไม่ติดเหมือนในอดีต” ข้อเสีย คือ "เป็นการตบหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างแรง" เพราะ ประชาชนไม่เชื่อในความสามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของ "อธิปไตย"

              วันนี้ดูเหมือน ฝ่ายรัฐจะโหมรณรงค์ต่อสู้ทางจิตวิทยากันเต็มอัตราศึก เดินขบวนสร้างขวัญกำลังใจกันทั่วพื้นที่  แถมจุฬาราชมนตรีออกมายืนยันว่า ไม่ขัดหลักศาสนาหากจะทำมาหากินในวันศุกร์

" เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา"

ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล

                โดยส่วนตัวของผู้เขียน พอจะรู้บ้างว่า จริงๆมันไม่ขัดหลักศาสนา แต่เมื่อเทียบเคียงประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศมาเลเซีย เขาหยุดราชการวันศุกร์ ปิดกิจการในวันศุกร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการปฏิบัติตามหลักกิจศาสนา คือ การละหมาดวันศุกร์ อันเป็นชนส่วนใหญ่ของเขานั่นเอง

               มองกลับมาทางฝั่งบ้านเรา ชนมาลายู แม้จะเป็นชนส่วนน้อยของประเทศ แต่ก็เป็นชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ การรับเอาแนวคิด ค่านิยมแบบประเทศเพื่อนบ้าน อันมีอัตลักษณ์ร่วม ทั้งทางสายเลือด ชาติพันธุ์ ประเพณี วัฒนธรรมและศาสนา วิถีการดำรงชีวิตที่แทบจะเหมือนกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลก

               การที่ผู้ก่อความไม่สงบ ใช้กลยุทธ์ยึดหัวหาด ออกแถลงการณ์บังคับใช้กฎระเบียบเถื่อนนอกกฎหมาย แต่อาจโดนใจของมวลชนในพื้นที่  (แม้ปากจะปฏิเสธก็ตาม) เขาได้ใจมวลชนไปแล้วส่วนหนึ่ง  เพราะสังเกตได้จากการเสนอขอปฏิรูปโครงสร้าง ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินไม่ว่าเวทีไหน การเสนอให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการ ถือว่า เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้อง ที่เราต่างปฏิเสธไม่ได้

               ที่ผ่านมา รัฐอาจมีแผนยุทธศาสตร์ในการต่อสู้ เพื่อเอาชนะทางยุทธวิธี แต่เชื่อเถอะ รัฐลืมแก่นแท้ พระราชดำริฯในการแก้ไขปัญหา คือ “ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”  ตัวอย่างที่เด่นชัด สามารถยกให้เห็น คือ ภาคธุรกิจเอกชน ที่สามารถนำหลักการตลาดมาครองใจประชาชน สร้างห้องละหมาดในห้าง, อบรมพนักงานให้มีจิตบริการดุจญาติมิตร และสื่อสารด้วยภาษาเดียวกัน จนธุรกิจเจริญเติบโตภายใต้ความไม่สงบ เพราะเขาสามารถ "เข้าใจ และเข้าถึง" ลูกค้า หรือประชาชนนั่นเอง ศณีรา...รายงาน

คำถามส่งท้าย

"ผู้ปกครองที่ดี จะมอบสิ่งที่ดี สิ่งที่ลูกอยากได้ มากกว่าไปเที่ยวขอคนอื่น...

ยกเว้นสิ่งผู้ปกครองให้ไม่ได้ เพราะเป็นภัยแก่ลูก หรือไม่ก็ ผู้ปกครองไม่รู้จริงๆว่า

อะไรเหมาะสมกับลูก หรือลูกอยากได้อะไร??"

 


          

วันศุกร์ 

                ศาสนาอิสลามบัญญัติให้ชาวมุสลิมทุกคนต้องไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิดจะขาดไม่ได้ ยกเว้นแต่จำเป็นจริงๆ เช่น เจ็บไข้ได้ป่วย ผู้ใดไม่ไปถึงสามครั้งติดกันถือว่ามีมลทิน  การละหมาดดังกล่าวทำในตอนบ่าย และมีการปฏิบัติเหมือนกับละหมาดห้าเวลา แต่ก่อนทำละหมาดจะมีองค์ปาฐกซึ่งปกติผู้ทำหน้าที่ “คอเต็บ” ของมัสยิดจะเป็นองค์ปาฐก บรรยายหลักและการปฏิบัติศาสนาให้ผู้ไปละหมาดฟังทุกวันศุกร์        

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net