วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"กล้วยบวชชี" ทำอย่างไรไม่ให้ดำไม่ให้เละ


 

"กล้วยบวชชี"

 

ขนมหวานของไทยๆ...ทำง่ายๆ..กล้วยบวชชี

วันนี้ ครัวดงละคอน มีเคล็ดไม่ลับมาฝาก

วิธีทำกล้วยบวชชีให้อร่อย.... ไม่ดำและไม่เละ

 

ตามไปดูกันครับว่าต้องเตรียมอะไรกันบ้าง

กล้วยน้ำว้า ใช้กล้วยน้ำว้าสุกกำลังดีไม่มากจนเกินไป

สังเกตุดูผลจะสีเหลืองเหมือนดอกกระดังงา ประมาณนั้นครับ

ขาดไม่ได้... กะทิ 1 กล่องใหญ่,น้ำตาลทราย 10 ชต.,เกลือป่น1ชช.

(ความหวานขึ้นอยู่กับความชอบครับ)

มีเท่านี้ครับสำหรับทำกล้วยบวชชี 1 หม้อ

 

คราวนี้ก็มาถึงเรื่องกล้วย

วิธีทำไม่ให้กล้วยดำและเละ

นำกล้วยไปต้มกับน้ำเปล่า 15 นาที

ต้มมันในกระทะดำๆแบบนี้แหละครับ เคล็ดลับของผม

 

หลังจาก15นาทีผ่านไป นำกล้วยมาปอกผึ่งลมทิ้งไว้ให้เย็นก่อน

ปอกเลยมันร้อนครับ เปิดเปลือกไว้หน่อย

จะช่วยให้เย็นไวขึ้นครับ

จากนั้นปอกเปลือกกล้วยต้ม นำไปล้างน้ำเปล่า

หั่นเป็นชิ้น 1 ลูก แบ่ง 4 ส่วนเท่าๆกัน

 

ต่อไปเราก็มาทำการต้มกล้วยบวชชีกันครับ

นำหม้อตั้งไฟ ใส่กะทิลงไปให้หมดกล่อง

ตามด้วยกล้วยใส่ลงไปพร้อมกัน

เติมน้ำเปล่าลงไป 1/2 กล่องกะทิ

ตามด้วยน้ำตาลทราย,เกลือป่น ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน

ตั้งไฟให้เดือดอีกประมาณ 15 นาที

ปิดไฟ...เสร็จเรียบร้อนแล้วครับ

"กล้วยบวชชี"

วิธีนี้จะทำให้กล้วยไม่ดำและไม่เละ

น้ำกะทิก็ไม่ดำอีกด้วยครับ

สีสวยขาวนวล น่ารับประทาน หอมหวานอร่อยชื่นใจ

กล้วยบวชชี ของหวานของไทยๆ อร่อยไม่แพ้ใครจริงๆครับ

***********************

พิเศษ.....ช่วงแนะนำ..อร่อยเด็ด

ผมมีวิธีทำ "กล้วยบวชชี" แบบง่ายๆ

ไม่ต้องใช้กะทิมาฝากอีก1วิธีครับ

"กล้วยบวชชี นมสด"

เครื่องปรุงที่ต้องใช้ก็มี กล้วยน้ำว้าสุกต้ม

น้ำตาลทราย,เกลือป่น และนมสด(นมข้นจืด)

ขั้นตอนการทำ นำน้ำเปล่าใส่หม้อตั้งไฟ ไม่ต้องมากครับ

ใส่กล้วยที่ต้มสุกแล้วหั่น 4 เรียบร้อย ใส่ลงไป

ตามด้วยน้ำตาลทราย,เกลือป่น

(สัดส่วนมากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของวัตถุดิบครับ)

 

สุดท้าย ใส่นมสดลงไป ตั้งให้เดือด ประมาณ3 นาที

ปิดไฟ..ยกลง ตักใส่ถ้วย

ถ้วยเตรียมไว้ตั้งแต่ยังไม่สุก...ลูกสาว..

นี่ครับ อีก1เมนู กล้วยบวชชีนมสด

ทำง่ายๆ..ไม่มีกะทิก็ใช้นมสดแทน

อร่อยไปคนละแบบเลยครับ..หอมกลิ่นนมสด

เรื่องกล้วยๆ...ที่กล้วยๆ...กล้วยทำอะไรก็อร่อยครับ

มีความสุขทุกๆท่าน..ทุกๆวัน.....ครับผม

*************************

 

โดย ดงละดอน

 

กลับไปที่ www.oknation.net