วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บัวบานสะท้านภิภพ 1


บัวขาวสะท้านโลกันต์ บัวฉัน...สะท้านภิภพ ตอนที่ 1

                เมื่อวาน (5 ตุลาคม 2555) ผมคว้ากล้องที่ยืมมาจากชาวบ้านเขา กะจะเอาไปคืนในบ่ายนี้แล้ว ก็เลยต้องจัดเต็มครับ Canon EOS 60D เอามาลองดูสักหน่อย

                มุ่งหน้าไปยัง พิพิธภัณฑ์บัว ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ที่เคยไปมาแล้วหลายครั้ง คราวนี้ตั้งใจมากครับ กะจะไปถ่ายดอกบัว เพราะที่นี่มีอ่างบัวเต็มไปหมด แต่จะชมบัวงามก็ต้องยามสาย นะครับ เนื่องจากบัวจะบานตอนแสงอาทิตย์เริ่มจ้า  แต่วันนี้รู้สึกจะจ้าเกินไปไหมครับ

                ที่นี่เข้าชมฟรีครับ ไม่เสียเงินเสียทอง รีบไปนะครับเดี๋ยวบัวจะช้ำ เดี๋ยวน้ำจะขุ่น

                พอไปถึงไม่พูดพล่ามทำเพลงอันใด ถือกล้องไปกด ๆๆๆๆ เพราะไม่รู้จะพูดกับใครครับ ไปคนเดียว

                ดอกบัวที่นี่เขาจะมี 2 ส่วนครับ คือส่วนที่อยู่ในกระถาง กับส่วนที่อยู่ในสระ ส่วนที่อยู่ในกระถางนี่เราสามารถเดินถ่ายได้ตามสะดวก แต่อย่าใส่รองเท้าผ้าใบมานะครับ เพราะพื้นที่มันเปียกแฉะไม่เหมาะ ใส่รองเท้าสัมผัสมาดีกว่านะครับ หรือแปลง่าย ๆ ว่ารองเท้าแตะนั่นแหละครับ หรือใครกลัวเปื้อนให้ใส่รองเท้าบูทได้เลยครับ สบาย ๆ หน้านี้หน้าฝน หญ้ารกไปหน่อย

                แดดจ้านี่ดีกว่าแดดร่มนะครับ แต่ก็ไม่ถึงกับดีมาก แพราะแดดแรงเกินไปอาจทำให้เราถ่ายภาพ Over ได้ บางภาพผมปรับความเร็วชัตเตอร์ 1/4000s  ISO100 สังเกตุดอกบัวสีขาวและสีเหลืองบางภาพแสงมากเกินไปครับ มันก็จะทำให้ภาพไม่คมชัด และออกสว่างเกินไป

                คำถามก็คือ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ภาพไหนจะกำหนดค่าอย่างไร คำตอบง่าย ๆ ก็คือว่า ถ่ายมั่ว ๆ ไป โดยการปรับค่าไปเรื่อย ๆ กลับมาบ้านก็มานั่งดูเองก็แล้วกันว่า ที่เราตั้งค่าไว้เท่านั้นเท่านี้ แล้วภาพมันแตกต่างกันอย่างไร ช่างภาพฝึกหัดเขาก็ทำกันอย่างนี้ สมัยก่อนยิ่งลำบากครับ สมัยกล้องฟิล์ม ต้องเอาสมุดมาจดว่า ถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์เท่าไหร่ รูรับแสงเท่าไหร่ สมัยนี้สบายอภิมหาโครตะระเลยครับ แค่กด Exif ปุ่มเดียวเท่านั้นแหละครับคุณเอ้ย ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเทคนิคภาพก็จะหลั่งไหลออกมา รวมถึงวันเดือนปี เวลาที่ถ่ายภาพ ชนิดของกล้องที่ถ่าย โอ้ย ผมเกิดเร็วไปไหมครับ

                การวางจุดโฟกัส ก็เช่นเดียวกัน บางทีเห็นดอกไม้เยอะแยะ จนเบลอครับ ไม่รู้ดอกไหนสวยไม่สวย งงไปหมด ถ้าเราถ่ายดอกเดี่ยว ๆ เราก็หาโฟกัสให้ดี บางภาพผมวางโฟกัสไปที่กลีบดอก บางภาพก็เกสรดอก ลองสังเกตุดูนะครับ กรณีที่ต้องถ่ายหลาย ๆ ดอก นี่ก็มีปัญหาเหมือนกันครับ เพราะเราจะวางองค์ประกอบของภาพอย่างไร และจะให้ใครเป็นพระเอกพระรอง แต่ผมเป็นคนถ่ายภาพแบบ “มือไว” กด ๆๆๆๆ อย่างเดียวครับ ขนาดนี้ยังใช้เวลาไป 3 ชั่วโมง

                สังเกตุดูภาพดอกบัว 5 ดอกสีเหลืองนี้นะครับ ผมโฟกัสผิดไปที่ดอกที่เหี่ยวที่สุด ดอกสวย ๆ 4 ดอกที่รายรอบ เลยเบลอไปเลย

                แสงแดดเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายภาพดอกบัวอย่างไร ก็เพราะว่ามันจะเป็นเงาของตัวเรา บังดอกบัวเข้าให้นะสิครับ ธรรมชาติดอกบัวก็จะบานเข้าหาแสงอาทิตย์ เหมือนดอกทานตะวัน เมื่อเราถ่ายเราก็จะไปยืนประชันหน้ากับดอกบัว แล้วเงาของเราก็จะบังดอก หรือจะมีเงาของเราอยู่ในภาพไปด้วย วิธีการแก้ปัญหา คือต้องพยายามหามุมหลบให้ได้ครับ ลองปรับทิศทางดู หรือถ้าจะให้ดี ต้องห้อยหัวลงมาถ่ายนะครับ  อันนี้ล้อเล่นครับอย่าไปทำจริงเลยทีเดียว มันจะลำบากเกินไป แบบนี้ช่างภาพคงเสียชีวิตกันเพิ่มมากขึ้นนะครับ  ก็ให้ใช้เลนส์ไกลขึ้นมาหน่อย หรือไม่งั้นก็ใกล้ไปเลย (มาโคร)  เลือกเอาครับ

                การถ่ายภาพที่วัตถุนิ่ง ย่อมง่ายกว่าการถ่ายภาพเคลื่อนไหว และการถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวใหญ่ ย่อมง่ายกว่าวัตถุเคลื่อนไหวเล็ก ดอกบัวก็เป็นวัตถุที่ไม่เคลื่อนไหวครับ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะถ่ายที่ไหนมุมไหน มันก็ยังคงนิ่งให้เราถ่ายอยู่อย่างนั้น เราจึงมีเวลา เพียงแต่หามุมมองให้ดีครับ ว่าจะถ่ายด้านไหน ให้ด้านพื้นของภาพ ติดอะไรบ้าง เช่นใบ หรือก้านดอก

                เวลาถ่ายรูป ไม่ต้องรีบครับ และไม่ต้องชวนคนที่เขาไม่มีกล้องไปด้วยนะครับ เพราะจะเป็นเหตุของการขาดสมาธิในการถ่ายภาพ อย่าเอาภาระของการถ่ายภาพไปด้วย ถ้าพาคนอื่นไป เช่น แฟน หรือ ลูก ๆ ท่านจะไม่ได้ถ่ายภาพแบบจำเริญใจหรอกครับ

                อย่างที่ทราบนะครับ การถ่ายภาพมีหลายแขนง ถ่ายภาพเหมือน ถ่ายภาพเคลื่อนไหว ถ่ายภาพแบบเจาะจง (มาโคร) ถ่ายภาพวิว ถ่ายภาพสัตว์ปีก ช่างถ่ายภาพที่ชำนาญทั้งหมดก็มี แต่ไม่ได้หมายถึงจะชอบทั้งหมด คือหมายถึงว่า ถ่ายได้ แต่ไม่ชอบถ่าย บางคนไม่ชอบดอกไม้ ก็หามุมมองของการถ่ายภาพดอกไม้ไม่ได้ดี หรือไม่มีเซน นั่นเอง เขาก็จะไม่ถ่าย

                คำถามต่อมาคือ คุณถ่ายภาพแล้วจะเอาไปทำอะไรต่อ อย่าได้จนกับถำถามที่ว่า “จะถ่ายหาพ่อเธอหรือ” บางคนถ่ายภาพมาแล้วก็ทิ้ง เสียดายครับ อย่างน้อยบริจาคไปเลยก็ได้ แล้วผมบ้าไหม ที่ถ่ายภาพเพื่อเอามาสู่สายตาประชาชนทั่วไป ช่างถ่ายภาพมีความภาคภูมิใจเพียงเท่านี้ครับ คือการที่อยากให้สองตาของเราที่เห็นภาพ เอาไปให้คนอื่นอีกหลายร้อยสายตาได้เห็นภาพนั้นด้วย มันเป็นความสุขที่บอกต่อกันได้ครับ ที่จะเป็นประโยชน์กว่านั้นคือการ “ใส่คำ” ภาพบางภาพ ยิ่งใส่คำเข้าไปยิ่งโดนใจคนดูเข้าไปอีก แต่ควรใส่ให้เหมาะสมนะครับ

                นักถ่ายภาพไม่หวั่นหรอกครับ สำหรับผู้ที่ชอบขโมยภาพ ยิ่งน่าเกลียดไปกันใหญ่ถ้าเอาไปโดยไม่บอกกล่าว อย่างน้อยแจ้งกันนิดหนึ่ง แต่สำหรับผมไม่หวงหรอกครับ ถ้าภาพที่ได้ลงในสารระบบแล้วก็ห้ามใครเอาไปใช้ไม่ได้ ตามสบายเลยครับ

                ถ่ายรูปบัวจนเพลิน ย่ำน้ำตกโคลนไปเป็นช่วง ๆ แดดก็ร้อนได้ใจ แต่ความร้อนนี้ผมชอบครับ ผมไม่ชอบหนาว เออ แล้วไปอยู่ญี่ปุ่นได้ไงตั้ง 4 ปี เอาชีวิตรอดมาก็ด้วยกันปรับตัวนี่แหละครับ ที่นี่มีการผสมพันธุ์บัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมีการจำหน่ายพันธุ์บัวด้วยนะครับ อันนี้ผมโฆษณาให้ฟรีครับ

                บัวที่ผมถ่ายมีหลากหลายสี มีทั้งบัวขาวที่ชกมวยไม่ได้ บัวสีแดง สีชมพู สีเหลือง บัวหลวง บัวสีม่วง สีน้ำเงิน สีคราม โอ..ลายตา เชิญชมได้นะครับ แล้วจะมาต่อกันภาค 2 

 

เรื่องแนะนำ

 

ภาพบน แสงมากเกินไป เนื่องจาก ดอกบัวขาวมีการสะท้อนแสงออกมาด้วย ทำให้ได้ภาพสว่างเกิน

ภาพบน เลือก โฟกัส ที่เกสร 

ภาพบน ดอกบัวทั้ง 5 Focus  ผิด ทำให้ได้ภาพเบลอที่องค์ประกอบ

ภาพบน ดอกบัวหลวง ภาพนี้ตั้งใจ โฟกัส ที่เกสรด้านใน

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net