วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปู๊นปู๊นกระฉึกกระฉักกระฉึกกระฉัก ถึงก็ชั่งไม่ถึงก็ชั่ง.....มัน


หลายท่านคงเคยโดยสารรถไฟไทยของเรามาแล้ว    ผมเป็นคนหนึ่งละเคยใช้บริการรถไฟยาวนานกว่าห้าปีติดต่อกัน  เดินทางระหว่าง กรุงเทพฯปลายทางจังหวัดในภาคเหนือตอนบนจังหวัดหนึ่งเกือบทุกอาทิตย์   มีประสบการณ์ในการโดยสารรถไฟพอสมควร   ปัจจุบันนี้ถ้ามีความจำเป็นต้องเข้ากรุงเทพฯ  ผมมีทางเลือกหลายทาง  เช่นรถบขส.  เครื่องบินโดยสาร(จังหวัดที่ผมอาศัยอยู่มีเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯอาทิตย์ละหนึ่งเที่ยว)  รถยนต์ส่วนตัว  รถไฟผมจะใช้เป็นตัวเลือกสุดท้าย 

 

                เมื่อต้นปี ลูกคนโตพาหลานชายอายุห้าขวบกว่ากลับมาเยี่ยมบ้าน  ทุกครั้งเคยมารถส่วนตัว  แต่คราวนี้หลานอยากนั่งรถไฟบ้าง  ลูกเลยใช้บริการรถเร็วซึ่งมีตู้นอนโทอยู่สองตู้ เป็นตู้พัดลมหนึ่งตู้และปรับอากาศหนึ่งตู้  เพื่อให้หลานได้นอนมาจากต้นทางกรุงเทพฯ จะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยมากนัก    ครั้งนั้นรถเสียเวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ แต่ทำใจได้   เพราะมาถึงสถานีปลายทางตอนเช้าซึ่งเป็นเวลาตื่นนอนตามปกติพอดี   เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปเกิดขึ้นเช้าวันนี้เอง( ๗ ต.ค.๕๕) ลูกคนโตตั้งใจพาหลานชายและหลานสาวมาเยี่ยมปู่กับย่าในช่วงปิดเทอมอีกครั้ง   หลานสาว(สี่ขวบ)อยากนั่งรถไฟบ้าง   คราวนี้ลูกชายลองใช้บริการรถด่วน   พิจารณาจากเวลาการเดินรถแล้ว รถออกสี่ทุ่มถึงหนึ่งโมงเช้า  มาตู้นอนได้นอนเต็มอิ่มพอดี   แต่เอาเข้าจริงรถไฟใจดีมากครับ  แถมเวลามาตลอดทาง  แถมสะสมมาเรื่อยๆ   มาถึงสถานีปลายทางเอาตอน ๑๑.๒๐ น.  แถมให้กว่าสี่ชั่วโมง  หลานๆได้นั่งรถไฟกันจนเกินอิ่ม  แต่ผู้ใหญ่อิ่มจนเอียน  คงเบื่ออีกนานแสนนาน 

 

                ข้อคิดที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ

                ท่านใดมีภารกิจที่มีกำหนดเวลาแน่นอน  ถ้าไปไม่ทันเวลาแล้วมีความเสียหายใหญ่หลวง  โปรดเลือกใช้การเดินทางอื่นที่ให้ความมั่นใจได้ดีกว่า  ตรงเวลากว่า   ผมเคยพลาดการประชุมที่สำคัญเพราะการโดยสารรถไฟมาแล้ว

                ถ้าต้องการใช้บริการรถไฟจริงๆ  ก็ต้องทำใจในหลายเรื่อง  เรื่องสำคัญที่สุดคือความตรงต่อเวลาของการเดินรถ   อย่างเรื่องเล่าข้างบนนี้    เรื่องต่อไปคือความสะอาดของตู้โดยสาร  แม้จะมีความพยายามที่จะบริหารจัดการเรื่องนี้อย่างไร  ก็ไม่ค่อยดีขึ้นมากนัก  ถ้าอยู่ในตู้ที่มีการเปิดหน้าต่างท่านจะได้ของแจกติดตัวมาด้วย  เขาแจกให้ติดเสื้อผ้า ติดผม ติดจมูกจนยากที่จะลืมเลือน  นั่นคือกลิ่น  กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถไฟครับ

                เรื่องการบริการของคนรถไฟ  บางครั้งท่านอาจเจอะเจอคนที่มีอัธยาศัยดีบ้าง  ไม่ดีบ้าง  ต้องทำใจครับ  เมื่อหลายสิบปีก่อน  สมัยที่การจองตั๋วต้องไปที่หัวลำโพง   ห้องขายตั๋วล่วงหน้าจะอยู่ด้านล่างของโรงแรมราชธานี(โรงแรมของรถไฟ  ซึ่งอยู่ขวามือเมื่อเดินเข้าไปในอาคารหัวลำโพง) มีคนเข้ามาใช้บริการมากมาย  ผมเคยเห็นคนให้บริการคนหนึ่งอายุน่าจะใกล้วัยเกษียณ  ใช้วาจาเหมือนยังกับว่าเป็นผู้มีอำนาจ   มากกว่าคนที่จะต้องให้บริการผู้อื่นเลย  ผมได้แต่หวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว

                ว่ากันว่า รถไฟไทยกินบุญเก่ามาตั้งแต่สมัย ร.๕ และก็กินบุญนั้นเรื่อยมาจนถึงวันนี้  ไม่ได้สะสมบุญใหม่สักเท่าไหร่เลย    คนไทยไม่น้อยคงฝันอยากมี รถไฟความเร็วสูงกับเขาบ้าง  คนรุ่นผมอาจจะอยู่ไม่ทันเห็นรถไฟความเร็วสูงในวันนี้ก็ไม่เป็นไร   ขอให้ลูกหลานไทยเราได้มีโอกาสได้เห็นได้ใช้ในวันหน้าก็ยังดี  ใช่ไหมครับ

โดย usakanay

 

กลับไปที่ www.oknation.net