วันที่ อังคาร ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปารีส เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า...มหานครแห่งความรัก นั้นจริงหรือ??


    วันนี้ขอขึ้นต้นด้วยคำถามอันเนื่องมาจากประสบการณ์ "ปารีส" เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า..."มหานครแห่งความรัก" นั้นจริงหรือ??....

    ทริปวันที่ 5 ปลายทางคือกรุงปารีส  หลังจากเราเดินทางออกจากเมืองเจนีวา (Geneva) สวิสเซอร์แลนด์โดยรถไฟ TGV มุ่งหน้าสู่มหานครแห่งความรัก คือ "กรุงปารีส" ประเทศฝรั่งเศส โดยใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีรถไฟ Gare de Lyon  ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่มีผู้คนหนาแน่นและพลุกพร่านมากเลยทีเดียว... 

     ทริปก่อนหน้านี้ ณ เมืองเจนีวา, สวิสเซอร์แลนด์ http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/09/29/entry-1

 

 

 

 

 

     การเดินทางระหว่างนั่งรถไฟขบวนด่วน TGV ไปยังปารีสค่อนข้างสะดวกสบายมาก  มีเพียงบรรยากาศทิวทัศน์ข้างทางขณะรถไฟวิ่งผ่านไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไรนักหากจะเทียบย้อนกับทิวทัศน์ของสวิสเซอร์แลนด์ที่เพิ่งเที่ยวผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา...  พื้นที่หลายส่วนที่ออกจากเมืองเจนีวาเริ่มค่อนข้างแห้งแล้ง  ต้นไม้ใหญ่ช่วงระหว่างทางมีให้เห็นไม่เยอะ... ไม่มีทะเลสาบและภูเขาสวยๆ ตามระยะทาง   ค่อนข้างแตกต่างจากช่วงที่เราเคยนั่งรถไฟผ่านเข้าไปยังตัวเมืองอินเทอร์ลาเค่นคะ  ด้วยเหตุนี้ ทำให้เราไม่มีภาพสวยๆ ระหว่างเดินทางบนรถไฟมาฝากเลยค่ะ...

     เวลาล่วงมาถึงชั่วโมงที่ 3 ซึ่งก็ได้เวลาที่รถไฟเข้าเทียบชานชาลา "Gare de Lyon"   ณ นาทีแรกที่เดินลงจากรถไฟ ร่างกายก็เริ่มปะทะกับความหนาวเย็นที่จำต้องควานหาเสื้อกันหนาวมาสวมใส่โดยทันที 

     อากาศวันนี้ที่ปารีสช่างแตกต่างจากสวิสเซอร์แลนด์เสียจริงเชียว แม้จะเป็นวันเดียวกันและเพียงแค่ข้ามเขตแดนมาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ท้องฟ้ามืดครื้มคล้ายๆ ฝนจะตกลมพัดผ่านปะทะใบหน้ารู้สึกถึงความเย็นนั้นได้...

     จากนั้นเราเดินไปสอบถาม Information Center เพื่อขอแผนที่เส้นทางต่างๆ พร้อมสอบถามว่าเราจะไปที่พักเราควรจะเดินทางแบบไหนดีเพราะเรามาพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่กันทุกคน  หลังจากที่ได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เราก็ตกลงใจว่าขอนั่งรถ Taxi เข้าเมืองเพื่อตรงไปยังที่พักดีกว่า ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็คือไม่ต้องเหนื่อยกับการยกกระเป๋าใบใหญ่ย้ายรถไปหลายต่อเพื่อให้ไปถึงที่พัก... เราเข้าคิว Taxi แจ้งเค้าขอคันใหญ่สามารถจุกระเป๋าใบใหญ่ของทั้ง 4 คนรวมทั้งพวกเราทุกคนได้ด้วย... ไม่นานรถ Taxi ก็มาจอดรับเราพร้อมกับหนุ่มน้อยชาวฝรั่งเศสที่หล่อเหลาทีเดียว... ค่า Taxi ของเราเข้าในเมืองประมาณ 60 Euro (ประมาณ 2400 บาท) ยอมจ่ายเพราะสถานีรถไฟไกลจากที่พักจริงๆ

 

 

 

     

     ที่พักถูกจองผ่าน website: www.hostelworld.com ตั้งแต่อยู่เมืองไทยเพราะต้องใช้แนบการขอวีซ่า โดยจ่ายค่ามัดจำบางส่วนก่อนและจะจ่ายเต็มเมือเช็คอินห้องพัก โรงแรมชื่อ "Eiffel Villa Garibaldi Hotel" เป็นโรงแรมระดับ 2 ดาวค่อนข้างสวยใน, สะอาดและติดถนนใหญ่ สามารถเดินไปดูหอไอเฟลได้ง่ายพร้อมเดินทางไปไหนก็สะดวก... 

 

 

 

 

 "ความแน่นอน" ก็คือ "ความไม่แน่นอน" ประจักษ์ชัดที่ปารีส!!!

      ออกเดินทางออกจากสถานีรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึง Eiffel Villa Garibaldi Hotel  และมีเจ้าหน้าที่ต้อนรับของโรงแรมสาวสวยมายืนรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้อนรับถามเราว่า "คุณชื่อ xxxxxxx ที่จะมาพักกับโรงแรมใช่มั๊ย? "  ...เราตอบว่า "ใช่"  เค้าก็แจ้งเราว่า "ห้องพักที่คุณจองไว้กับเรานั้นไม่ว่างแล้วนะ!!!" :-((  และบอกว่าไม่ต้องกังวลหรอกเค้าจะจ่ายค่า Taxi ในส่วนที่เดินทางจากที่นี่ไปยังโรงแรมอีกแห่งที่ได้จองไว้ให้แล้ว (ค่า Taxi ประมาณ 30 Euro) ... สำหรับพวกเราแล้ว ค่า Taxi ไม่ใช่ประเด็น แต่ที่สำคัญคือความปลอดภัยมากกว่า...

      เราชักโมโหหน่อยๆ พร้อมถามกลับไปว่า "ทำไมห้องไม่ว่างทั้งๆ ที่ทุกอย่างมีการจองไว้แล้วจำนวน 2 ห้อง 2 คืนและยืนยันทั้งสองฝ่ายหมดแล้วก่อนเดินทางมาถึงปารีส"  เค้าก็บอก "ไม่ทราบเหมือนกัน แต่หัวหน้าเค้าแจ้งไว้ให้บอกพวกคุณแบบนี้ และให้บอกว่าระบบคอมพิวเตอร์โรงแรมผิดพลาด!!!"  แถมยังบอกอีกนะว่า "คืนที่ 2 พวกคุณสามารถกลับมาพักกับเค้าก็ได้นะ แต่วันนี้ (คืนแรก) ไม่ว่างแล้ว"...

     งงๆๆๆ!!   แต่ครั้นเราจะต่อว่าเจ้าหน้าที่ต้อนรับมากไปก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่สามารถเข้าพักคืนนี้ได้อย่างแน่นอน... เราจำต้องให้ Taxi คันเดิมพาไปยังโรงแรมที่เค้าบอกว่าได้ติดต่อไว้ให้แล้ว...เพราะ ณ เวลานั้นก็ 2 ทุ่มกว่าๆ แม้ว่ายังไม่มืด ดวงอาทิตย์ยังไม่ลาลับขอบฟ้า แต่เรากลุ่มเราเป็นผู้หญิงจำเป็นต้องหาที่พักให้เร็วที่สุดก่อนจะมืด...

      Taxi นำพาพวกเราไปยังอีกโรงแรมหนึ่งที่ไม่ห่างไกลกันมากนักใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเห็นจะได้ ผ่านตรอกซอกซอยจนมาจอดประมาณกลางซอยซึ่งห่างจากถนนใหญ่พอประมาณเดินเหนื่อย..... ทันทีที่เราเห็นโรงแรมดังกล่าว "โอ้พระเจ้า!!! เราจะต้องมาพักที่นี่คืนนี้ หรือนี่??... โดยไม่จำเป็นต้องดูห้องพักก่อนเลย" เพราะดูไม่ค่อยแตกต่างจากโรงแรมห้องแถวเลย แถมดูน่ากลัว ไม่เห็นคนเดินผ่านไปผ่านมาเลย...  ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ต้อนรับดันเป็นผู้ชายตัวใหญ่ที่มีหน้าตาเป็นอาวุธที่ออกจะน่ากลัวมากๆ  มิหนำซ้ำยังทำท่าทางแปลกๆ เหมือนรู้สึกดีใจล่วงหน้าว่าหมูเข้าอวยแน่คืนนี้...  แต่ช้าก่อน... แม้ว่าเราจะเริ่มกลัว แต่ขอลงไปโวยวายสักหน่อยว่าส่งพวกเรามาสถานที่แบบนี้ได้อย่างไร  เราบอกเค้าไปว่า "ฉันขอไปพักที่อื่นดีกว่า เพราะมันเดินไกลหอไอเฟล"  เค้าบอกว่างั๊ยรู้มั๊ยค่ะ "แล้วแต่พวกคุณ แต่ถ้าห้องพักไม่ว่างสำหรับพวกคุณก็ช่วยไม่ได้นะ คุณอาจจะได้นอนข้างถนนนะ"...  โอ้โห้!! พอได้ยินคำว่า "นอนข้างถนน" เท่านั้นแหละ เลือดทั่วร่างกายเริ่มสูบฉีดขึ้นไปบนอยู่ใบหน้าจนหมดในบัดดล  ไม่ใช่อายนะคะ แต่โมโหสุดๆๆๆ :-((    ...ก็บอกตัวเองว่าเย็นไว้ๆ เพราะกลัวจะออกจากโรงแรมเค้าไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ 

       เรารีบต่อสายไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตอนรับของโรงแรมแรกที่ชื่อ Eiffel Villa Garibaldi Hotel ทันทีว่า "พวกฉันจะไม่พักที่นี่ และช่วยพาไปส่งที่โรงแรมอื่นที่ติดถนนใหญ่ แพงกว่านี้ก็ยอมจ่าย แต่ขอความสะอาด สะดวก และปลอดภัยด้วย"  ส่วนเงินค่าจองห้องพักจากที่เดิมพรุ่งนี้เช้าเราค่อยว่ากัน แต่เราไม่ทิ้งแน่ๆ... เพราะต้องไปคุยกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้นเอง...

      ไม่นานเราก็ได้โรงแรมที่ติดถนนจริงๆ แม้ว่ายังดูไม่สะดวกตามที่คาดหวัง แต่ก็ขอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก่อนก็แล้วกัน เพราะหากเราตัดสินใจพักที่โรงแรมของผู้ชายคนนั้น คิดไม่ออกเลยว่า คืนนั้นพวกเราทุกคนคงจะนอนฝันร้ายน่าดูเชียว...

     และนี่ก็เป็นหนึ่งเหตุการณ์ที่เราเองนึกไม่ถึงว่าจะเจอ แม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์การจองที่พักในต่างประเทศจาก Website ทั้ง Agoda หรือ Hostelworld มาก็หลายครั้งหลายคราแล้วก็ตาม  แต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนและคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอที่เมืองปารีสที่หลายคนหลงไหลอยากจะมาเที่ยวกัน!!!

     หลังจากที่เราได้ที่พักใหม่ ที่สะดวกติดถนนใหญ่และใกล้สถานีรถไฟแล้ว ก็ Check In เข้าห้องพักเพื่อเก็บข้าวของเตรียมเดินเที่ยวหอไอเฟลยามพลบค่ำและค่ำคืนทันที ซึ่งเวลาขณะนั้นประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ดวงอาทิตย์เตรียมลับขอบฟ้า  แต่เรายังสามารถเดินลัดเลาะไปตามซอยเพื่อไปยังหอไอเฟลได้อย่างสบาย...     

     ... อยากจะบอกว่า พวกเราเองไม่เคยลืมคำเตือนและคำล่ำลือและอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการมิฉาชีพในแถบยุโรปในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำก่อนการเดินทางมาแล้ว ซึ่งฝรั่งเศสก็ติดหนึ่งในนั้นด้วย.... และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเริ่มระแวดระวังตัวและสิ่งของเช่นกระเป๋าเล็กไปจนถึงประเป๋าใหญ่ของพวกเราอย่างจริงจังมากขึ้นถึงมากที่สุด ...เพราะก่อนหน้านี้เที่ยวแบบสบายๆ ที่สวิสเซอร์แลนด์มาแล้ว... 

 

 

ภาพจาก Website

    

    เอาหละเมื่อตัดสินใจมาเที่ยวปารีสแล้ว...เรื่องแค่นี้จิ๊บจ้อยสำหรับพวกเรา... เพราะต้องเที่ยวให้สนุก และควรเต็มที่กับวันอันมีค่าในต่างแดนของเรา... เพราะเมื่อกลับเมืองไทยแล้วเราจะได้ไม่รู้สึกเสียดายและเสียความรู้สึกที่มัวแต่เสียใจ... เพราะเมืองปารีส เป็นเมืองที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะมาเที่ยวกันทั้งนั้น จริงมั๊ยค่ะ?

 

     ...มาถึงตรงนี้แล้ว หากเอ่ยชื่อ “ปารีส” แล้วคงจะมีน้อยคนที่ไม่รู้จักเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศสแห่งนี้  เพราะปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยของโลกยุคปัจจุบัน รวมเข้ากับอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ จึงทำให้กรุงปารีสถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้...

     ปารีส นั้นมีชื่อเล่นมากมาย (ซึ่งไม่นับการออกเสียง ว่า /พาริส/ หรือ /แพริส/ ในภาษาอังกฤษ และ /ปารี/ ในภาษาฝรั่งเศส) แต่ชื่อที่น่าจะมีคนรู้จักมากที่สุดก็คือ คือ "นครแห่งแสงไฟ" (หรือภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า  La Ville-lumière) ซึ่งมีความหมาย โดยนัยว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนและความรู้ และมีความหมายตรงตัวว่าเป็นเมืองที่สว่างไสวเต็มไปด้วยแสงไฟอีกด้วย  และมีชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งของเมืองนี้ คือ “มหานครแห่งความรัก” ... จะเห็นว่าที่ผ่านมาคู่รักหลายคู่ไปขอแต่งงานที่ปารีสกัน แม้แต่ดาราไทยเราก็ยังติดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ^^

 

“ปารีส” ยังติดอันดับที่ 6 ของ 10 อันดับของเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ปี 2012

 ภาพจาก Website http://men.mthai.com/men-around/6186.html

 

 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของเมืองปารีส...

 

 by bestflightsza

 

.......กำหนดการเดินทางท่องเที่ยวของเราเมื่อมาถึงปารีสยามค่ำคืนในวันแรกคือการ เดิน "ชมหอไอเฟล" และก่อนไปชมหอไอเฟลจากภาพที่เราถ่ายกันมา  ขอแนะนำตำนานหอไอเฟลกันก่อนนะคะ

 

  ตำนาน "หอไอเฟล"    

 และกว่าจะมาเป็น หอไอเฟล ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก Eiffel Tower   

หอไอเฟล (อังกฤษ: Eiffel Tower, ฝรั่งเศส: Tour Eiffel) หอคอยโครงสร้างเหล็ก ที่Champ de Mars บริเวณแม่น้ำแซน ในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส สถานที่และสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) โดย กุสตาฟ ไอเฟล ผู้ออกแบบคนเดียวกับเทพีเสรีภาพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การจัดงานแสดงสินค้าโลกในปี 1889 (พ.ศ. 2413) ฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม หอไอเฟลทำขึ้นจากโลหะ 15,000 ชิ้น หนักถึง 7,000 ตัน ยึดต่อด้วยน๊อต 2,500,000 ตัว สีทาทั้งหมด 35 ตัน สูง 1,050 ฟุต สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 7,799,401 ฟรังก์ แรกๆที่หอไอฟสร้างเสร็จ หอไอเฟลได้รับการประณามโดยทั่วไปว่าเป็นไอเดียที่ประหลาดและไม่เข้าท่า หอคอยไอเฟลได้ชื่อว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในช่วงเวลา พ.ศ.2432-2473 ในปัจจุบัน หอคอยไอเฟลมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปี นับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

หอไอเฟลมีความสูง 300 เมตร (986 ฟุต) ซึ่งไม่รวม เสาอากาศ 24 เมตร (72 ฟุต) ด้านบนนั้น ถ้าเปรียบเทียบกับตึกแล้วจะมีประมาณ 75 ชั้น ในขณะที่ก่อสร้างปี พ.ศ. 2432(ค.ศ. 1889) หอไอเฟลนั้นเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดบนโลก โดยถูกล้มตำแหน่งเมื่อเมืองนิวยอร์กได้สร้าง ตึกไครสเลอร์ สูง 319 เมตร(1046 พุต)  น้ำหนักเหล็กที่ใช้ก่อสร้างนั้นทั้งหมด 7,300 ตัน และถ้ารวมทั้งหมดก็เป็น 10,000 ตัน ส่วนจำนวนบันไดนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด เมื่อแรกเริ่มนั้นมี 1710 ขั้น ในทศวรรษที่ 1980 มี 1920 ขั้น และในปัจจุบัน มี 1665 ขั้น

ข้อมูลจาก Website: http://variety.teenee.com/world/33185.html

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Website: http://variety.teenee.com/world/33185.html

 

ภาพบรรยากาศหลากหลายมุมจาก Website

ภาพบรรยากาศช่วงมีหิมะจาก Website

 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

 ภาพถ่ายธรรมดา...จากกล้องธรรมดาๆ ของพวกเราค่ะ... 

 

      หลังจากเกริ่นข้อมูลเกี่ยวกับหอไอเฟลมาพอสมควรแล้ว ...ถึงตอนนี้มาชมภาพถ่ายที่เราสามารถถ่ายจากกล้องธรรมดาๆ กันนะคะ

บรรยากาศถนนหน้าหอไอเฟล

บรรยากาศถนนหน้าหอไอเฟล

บรรยากาศริมถนนหน้าหอไอเฟล

 

 

 

ภาพนี้ถ่ายขณะนั่งบนรถ Taxi วิ่งผ่านหอไอเฟล...

 

ถ่ายขณะนั่งบนรถ Taxi วิ่งผ่านหอไอเฟล...

 

ภาพแรกที่เดินเข้าใกล้หอไอเฟล

 

เข้าใกล้มากขึ้น

 

 

 

มีโอกาสได้ถ่ายภาพรวม 4 คน แต่พอดีว่าฝรั่งที่ถ่ายภาพให้สามารถถ่ายได้แค่ฐานของหอไอเฟล 

 

 

 

 

 

มีโอกาสได้ถ่ายภาพรวม 4 คนอีกครั้ง ภาพนี้คนถ่ายจะต้องนอนหงายเพื่อให้เห็นปลายหอไอเฟลเท่าที่จะทำได้นะคะ

 

 

 

สีเหลืองสวยงามมากค่ะ...

 

 

 ยอดหอไอเฟล ที่เปิดไฟสว่างสวยงามมากๆ

 

 

 

ร้าน Hot Dog อยู่ฝั่งตรงข้ามหอไอเฟล ทำให้อิ่มระหว่างเดินชมหอไอเฟล

 

ภาพวาดหอไอเฟลที่ซื้อติดตัวกลับมาเมืองไทยค่ะ

 

สำหรับ Entry นี้ขอเล่าเฉพาะเกี่ยวกับการเที่ยวชมหอไอเฟลก่อนเท่านั้นนะคะ...  

 

 ความสุขมา...เมื่อเจอ The Mercure Paris Centre Tour Eiffel Hotel...

       Mercure Paris Centre Tour Eiffel เป็นที่พักใหม่ในคืนที่ 2 ที่ปารีสของพวกเรา เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวอยู่ไม่ห่างจากที่พักเดิมเท่าไร แต่เนื่องจากคืนแรกเราไม่ทราบและไม่เห็นว่ามีโรงแรมนี้อยู่แถวนั้นก็เลยไม่ได้พัก  ราคาห้องพักที่โรงแรมนี้ก็ดูไม่เบาเลยทีเดียว ราคาเกือบหมื่นต่อห้องต่อคืน และเราก็จองกัน 2 ห้องเพื่อให้การพักผ่อนของพวกเราคุ้มกับการเจอเรื่องแปลกๆ ในคืนแรกของปารีส ยอมจ่ายเพื่อความสบายในคืนสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทย...และสามารถฝากกระเป๋าไว้จนเกือบ 5 โมงเย็นก่อนขึ้นเครื่องกลับ

http://www.mercure.com/gb/hotel-2175-mercure-paris-centre-tour-eiffel/index.shtml

 

ภาพถ่ายจากหน้าต่างห้องพัก Mercure Paris Centre Tour Eiffel Hotel 

 

ภาพถ่ายจากหน้าต่างห้องพัก Mercure Paris Centre Tour Eiffel Hotel

 

ภาพถ่ายจากหน้าต่างห้องพัก Mercure Paris Centre Tour Eiffel Hotel

 

ภาพถ่ายจากหน้าต่างห้องพัก Mercure Paris Centre Tour Eiffel Hotel

 

ชมทริปปารีสกันต่อในครั้งหน้านะคะ...

 

 **********************************

 

อ่านทริปย้อนหลังทั้งหมด :  http://www.oknation.net/blog/BlackTulip

 

 

ติดตามทริปปารีสวันที่ 2: เที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์กับตำนานการสร้างนานถึง 30 ปีของพระเจ้าหลุยส์ที่14 !!!

http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/10/18/entry-2

 

 

 

 

 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net