วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี “แกมี” ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน – วันแรก: วันเดินทาง


4-8 ตุลาคม 2555 - ทริปเก็บตกอาเซียน ก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 

จองตั๋วเครื่องบินลายเสือได้ในราคาถูก ประมาณ 3,xxx บาทไปกลับ 

บวกค่าโหลดสัมภาระไปกลับอีก 700

บวกค่าเลือกที่นั่งล่วงหน้าไปกลับอีก 500

บวกค่าธรรมเนียมหักบัตรเครดิต

ที่สุดแล้ว ไปจบที่ 4,3xx บาท ไปกลับ ถือว่าไม่แพง

และเมื่อพร้อมกันแล้ว เราก็เตรียมตัวออกเดินทางกันเลยครับ

เช็คสภาพอากาศกันก่อนออกเดินทาง

จากการพยากรณ์ จะเห็นว่า ฝนจะตกทุกวัน จนถึงวันกลับเลย

แต่พอเอาเข้าจริง มีฝนตกบ้างเล็กน้อย นอกนั้นร้อนตับแลบ

เริ่มต้นจากตรงจุดนี้...

ตารางของเราวันนี้ จะประมาณนี้

0940 เช็คอินสุวรรณภูมิ

1030 คิงพาวเวอร์เล้าจ์น

1100 เดินขึ้นเครื่อง

1145 เครื่องออก

1600 เครื่องลงคล้าก

1630 ขึ้นบัสเข้ามะนิลา

2000 ลงบัสป้ายสุดท้าย

2015 กินไก่จอลลี่บี

2100 ถึงโรงแรม sogo malate

2200 พักผ่อนตามอัธยาศัย

0140 นอน

เนื่องด้วยวันคล้ายวันเกิด ตรงกับวันที่ 9 ตุลาคม ผมก็เลยได้บัตรอวยพร

รู้สึกเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันที และมันก็กลายเป็นการเดินทาง ที่แสนพิเศษด้วย

ขอบคุณมากครับ

และอันนี้ คือของขวัญเกิด จากคิงพาวเวอร์ ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว

รสชาติ อร่อยใช้ได้เลยแหละ เป็นรัม หอม ๆ

อาหารมื้อนี้ แลดูรักสุขภาพน่าดู เป็นสลัด น้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่น

เบื้องหลังการถ่ายทำ สลัด เมื่อกี้นี้ ก็จะประกอบไปด้วยผักสลัดต่าง ๆ

และน้ำสลัด มีให้เลือกทั้งแบบสลัดสไตล์ญี่ปุ่น หรือเป็นน้ำสลัดทาวเซ่น ไอส์แลนด์

อันนี้ เรียก cold cut ก็คือ โลโลน่าพริก กับโบโลน่า ธรรมดา ไม่ใส่พริก

แซนวิช ไก่ย่าง

ผ่านจากอาหารคาวไปแล้ว ก็มาเริ่มของหวานกันด้วย เค้กชอคโกแลต หน้านิ่ม

และ เดนิส บลูเบอรี่ ชิ้นเล็ก

นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีขนมขบเคี้ยว

และเครื่องดื่ม soft drink

หรืออยากจะจัดหนักชุดใหญ่ใส่สูทกันก่อนขึ้นเครื่อ

ก็มี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไวให้บริการ

ก็แล้วแต่ ตามใจเลือกกันเอาเอง

เลือกเอาได้นะครับ น้ำอัดลม หลากสี

ที่สุดแล้ว ผมก็เลือก อันนี้ครับ

จากนั้น ก็วิ่งกันไปขึ้นเครื่อง หวิดจะ off load 

(ภาษาชาวบ้าน เรียก ตกเครื่อง) 

แล้วเค้าก็ไม่มีระบบตามตัวแบบสายการบินดัง ๆ ด้วย 

มาไม่ทัน คือตกเครื่องเลย

กล้อง 3 ตัดภาพ อีกที ก็ขึ้นมาอยู่บนเครื่องแล้ว 

แสดงว่า ยังไม่ off load ไม่ตกเครื่อง แน่นอน

ส่วนนอกเครื่อง...

ฟ้าดำทะมึนมาเชียว

ในที่สุด เครื่องก็ออกแล้ว

เครื่องไต่ระดับ

ไต่ระดับขึ้นไป ได้อีก

บินเหนือเมฆ

เวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก เพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก 

เราก็ใกล้จะถึงแล้ว

ขนมที่ขโมย (เอิ่ม เรียก "หยิบติดมือ" ดีกว่า) มา 

ก็ถุงลมโป่งพอง เสียอย่างกะจะระเบิดเสียให้ได้

อันนี้ ก็ถุงลมโป่งพองเหมือนกัน

ถึงแล้วคับฟิลิปปินส์ ผมชอบนะ บินไม่นาน 

เพียงแค่ 1 เพลิน จากสุวรรณภูมิ ก็ถึงแล้ว

ถึงแล้วคับ สนามบินนานาชาติ Diosdado Macapagal ที่คล้าก

จากนั้น ก็นั่งรถข้ามเมือง อีก 450 เปโซ ก็ประมาณ 340 บาท 

จะ 450 เปโซ หรือ 340 บาท ไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นคือ นั่งรถข้ามเมือง กันนานเกือบ 4 ชั่วโมงได้

นี่คับสภาพรถ ฟิลทรานโค ผมว่านั่งรถเข้าเมือง ใช้เวลานานกว่านั่งเครื่องจากไทย มาฟิลิปปินส์ เสียอีก 

แล้วในรถ ก็มีแต่ฝรั่งอุ้มลูก บ้างก็ลูก 1 บ้างก็ลูก 2 กระจองอแงกันอย่างกะรถขนเชลย จะเอาไปเข้าค่ายกักกันงั้นแน่ะ 

แถมแอร์ก็เย็นเสียอย่างกะอยู่ขั้วโลก หวิดจะเป็นไข้เอาง่าย ๆ

แต่สิ่งทีดี น่าจะเพียงสิ่งเดียวก็คือ เปิดรายการวิทยุที่เล่นเพลงเพราะต่อเนื่อง 43 นาที 

สถานีชื่อ Easy Rock 97.9 เพลงฝรั่งยุค 80's เพราะ ๆ ทั้งนั้นเลยครับ

นี่ครับ ตารางเวลารถออก เลืกเอาตามชอบ 

ส่วน P450 ก็คือ 450 เปโซ (340 บาท) ราคาเดียว

ส่วนเวลา ก็เลือกเอาสะดวกไป หรือกลับเวลาไหน ก็เลือกเอาเวลานั้นเลย

มื้อแรกของเรา เกือบทั้งเมืองที่ผ่านมา นับตั้งแต่รถวิ่งเข้าเมืองมา

เจอแต่ จอลลี่บี เต็มไปหมด 

หะแรก ผมคิดว่าเป็นร้านขายนม มาตอนหลังถึงรู้ว่าเป็นร้านไก่ทอด 

ที่เห็นอยู่นั้น set ไก่ 2 ชิ้น กินกะข้าวสวย และน้ำเกรวี่ 

สนนราคา ค่าความเสียหายอยู่ที่ 130 เปโซ ก็ประมาณ 100 บาทไทย 

ใน set มีน้ำซาสี่ (sarsi) มาให้ด้วย

นี่คับน้ำ (sarsi) ซาสี่ รสดั้งเดิมเลย เด็กรุ่นใหม่ ๆ จะไม่รู้จักแล้วคับน้ำซาสี่

ถ้ายังไม่หนำใจ ไปกินต่อเซเว่น จะกดใส่ big gulp กินให้สาแก่ใจอยาก แค่ไหนก็เชิญ

เซเว่นที่นี่หอมกรุ่นชอคโกแลตร้อน จากตู้นี้ครับ 

กลิ่นชอคโกแลตร้อน ที่เป็นเอกลักษณ์ หอมอบอวลไปทั้งร้าน

สนนราคา ค่าความเสียหาย แก้วเล็ก 40 เปโซ (ประมาณ 30 บาท)

แก้วกลาง 50 เปโซ (ประมาณ 38 บาท)

ส่วนแก้วใหญ่ (มาที่นี่ ผมกินแล้วใหญ่ ไป 2 แก้ว) 

สนนราคาแก้วอยู่ที่ 60 เปโซ (ประมาณ 46 บาท)

บางสาขา มีโปร ซื้อคู่ ลด 10 เปโซ (ประมาณ เกือบ 8 บาท) ด้วย

ก็แล้วแต่ความชอบ เลือกได้ตามความถนัด และกำลังทรัพย์ เลยครับ

แต่กลิ่นชอคโกแลต มันหอยตลบอบอวลไป ตั้งแต่เปิดประตูร้านเข้าไปเลยครับ

นี่ครับ French Vanilla Cappuccino หอม อร่อยมากเลยครับ 

อย่างที่บอกราคาไปแล้ว อันนี้เป็นแก้วใหญ่ 

ก็ไปเลือกขนาดที่ใช่ รสชาดที่ชอบกันเอาเอง ก็แล้วกัน

(ความจริงมันหวานอยู่แล้ว ผมเห็น sugar free เลยฉีกซองน้ำตาล

เทลงไป 2 ซอง ดีนะ ที่ยังไม่ถึงขั้นหวานจนกินไม่ได้ 

รสมันจะออกหวาน มากไปหน่อย

ในร้านเซเว่น มีคาราบาวแดงขาย ด้วยนะครับ

กล้อง 3 ตัดภาพ เข้าห้องพักเลยครับ คืนนี้ เราพักที่ hotel sogo malate

ห้องสะอาด สะอ้าน สโลแกนเค้าก็คือ so clean so good ยิ่งสะอาด ยิ่งดี

ซึ่งความจริงแล้ว hotel sogo มันเป็นโรงแรมม่านรูด

แล้วโรงแรมม่านรูดที่ว่า ก็มีอยู่ทั่วหัวระแหง เต็มกรุงมะนิลาไปหมด

แถมยังซื้อสื่อ มีป้ายโฆษณา เต็มเมืองไปหมด ยังแอบนึกในใจว่า

ดีนะ ตอนจอง ไม่ได้หลับหูหลับตา เห็นราคาถูก ซัดเลย ไปจองเอา โรงแรมม่านรูดเข้า ล่ะเป็นเรื่องแน่เลย

อันนี้ ไม่ใช่ ม่านรูดนะครับ (ม่านรูด อยู่ติด ๆ กัน เดินทะลุถึงกันได้)

หัองหับ ก็ถือว่า ใช้ได้เลยครับ

มุมปลายเตียง

สภาพห้องน้ำ

มีสิ่งอำนวยความสะดวก ครบ เรียกว่า แทบจะเดินตัวเปล่า ๆ เข้ามาได้เลยครับ

สภาพในห้องน้ำ

จุดเด่นของโรงแรมในแถบนี้ คือแอร์ครับ สภาพเก่าไม่ว่า 

แต่เสียงนี่สิครับ ดังอย่างกะนอนข้างเครื่องไฟมหรสพ 

ไม่แน่าใจ ว่าแอร์ หรือเรือหางยาว

(มารู้ตอนหลังว่า นี่เป็นแอร์พิมพ์นิยมของที่ฟิลิปปินส์ ไม่ว่าเก่าใหม่ ทรงนี้ตลอด

ที่เห็นในภาพ ไม่ได้ถือว่าสภาพเก่ามากนะครับ เพียงแต่ทรงมันโบราณ

เราไม่คุ้นตา ก็เลยนึกว่า มันเก่า เพราะแอร์บ้านเรา ออกแบบสวย ๆ ครับ)

ปิดท้ายการเดินทางวันแรกด้วยรองเท้าแตะในห้องพัก 

กฎคือใช้ฟรี จะใส่เดินรอบโรงแรมก็ไม่ว่า แต่ห้ามเอากลับบ้าน 

แหม เห็นผมเป็นคนขี้ขโมยหรือไงกันนะ 

นี่ถ้าไม่ห้ามไว้ก่อน ก็คงจับยัดกระเป๋าไปแล้ว!!! 

แต่ประเด็นคือ ใส่แล้วแต๋วแตก 

คนมองกันทั้งโรงแรม ตั้งแต่ผู้จัดการ ยันภารโรงกันเลย

เดินรอบโรงแรมแล้ว ก็มานั่งพัก ตรงล้อบบี้ กับรองเท้าแดงคู่ใจ

มาอยู่ที่นี่ โทรกลับเมืองไทย กระจ้าย...ย เพราะโทรฟรี ในห้อง ก็ฟรี

วิธีการก็คือ กด *8 รอสัญญาน 

แล้วกด 011 ตามด้วย 662 ตามด้วยเบอร์บ้าน 7 หลัก 

หรือ 668 ตามด้วยเบอร์มือถือ 8 หลัก

สรุปแล้ว อาหารของคนฟิลิปปินส์ ที่ผมได้สัมผัสนะครับ เอาเท่าที่ผมได้สัมผัส 5 วัน 4 คืน

ก็คือ คนฟิลิปปินส์ กินเปรี้ยวมาก น้ำแกง น้ำซุป ถ้าออกเปรี้ยวได้ ออกเปรี้ยวเลย เปรี้ยวแบบเปรี้ยวสุด ๆ

มีน้ำแกงอันนึง เดี๋ยวจะเห็นใน review มันออกรสเปรี้ยว จากผลมะนาวที่เค้าเรียกว่า calamansi

มันคือมะนาวที่เม็ดเยอะ ๆ ลูกเล็กนิดเดียว มีเม็ดเกือบ 10 เม็ดได้ แล้วเค้าก็จะเติมมะขามเปียกลงไป

แล้วก็ใส่กะปิลงไปอีกนิดหน่อย กับพริกไท แค่นี้ ก็ได้น้ำซุป ไว้ซดกับมื้ออาหารให้คล่อง ๆ คอแล้ว

อีกอย่างหนึ่งที่พบเห็นก็คือ (เจอตั้งแต่มื้อแรกแล้ว) คนฟิลิปปินส์ นิยมทอดอาหารด้วยน้ำมันมะพร้าว มื้อแรกผมกัดไก่ทอดคำแรก ผมก็รู้เลยว่าเป็นน้ำมันมะพร้าว เพราะผมเหมือนจะสัมผัสกลิ่นหืน ๆ อะไรบางอย่างในมะพร้าวได้ แบบ sixth sense แบบนั้นเลยอ่าคับ แล้วเค้าก็ทอดกันกลิ่นหืน เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด โดยเฉพาะให้ห้างใหญ่ ๆ กลิ่นหืนน้ำมันนี่ คละคลุ้งไปหมดเลย

ก็แปลกดี เดี๋ยวจะทะยอยเขียนเป็น review ที่ต่าง ๆ แล้วจะเอา post มาแปะให้ดูกันนะครับ

สรุปค่าใช้จ่าย 4 ตค 55

450 บัสเข้าเมือง

130 ไก่จอลลี่บี

60 แท็กซี่

60 French Vanilla Capuccino

รวม 700 เปโซ x .755 = 528.5 บาท

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net