วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี "แกมี" ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน - วันที่ 2: อินทรามูรอส


ความเดิม ตอนที่แล้ว

เรานั่งเครื่องบินลายเสือ มาลงที่คล้าก นั่งรถเข้ามะนิลา

เมื่อคืน เราพักกันที่ โซโก้ มาลาเต

ฝั่งตรงข้าม ที่พักของเรา เป็นร้านเซเว่น 

ส่วนข้าง ๆ ที่พัก เป็น มิยาบิ!!!

จุดขายของโรงแรมที่เราพักคือ โทรไปหาใครก็ได้ในโลกใบนี้ ฟรี!!! 

ใจป้ำ ดีเน๊าะ 

ส่วนวิธีการให้หาอ่านเอาจากตอนที่แล้ว

5 ตุลาคม 2555

กล้อง 3 ตัดภาพกลับมา 

อาหารเช้าวันนี้ครับ มีข้าวผัด มีไข่คน scrambled egg 

มีไส้กรอกแป้งผสมเครื่องเทศ (คือมันเป็นแป้งมาก ๆ)

กับ pork tocino หรือหมูหวาน

มีอาหารเช้า ซีเรียล ด้วย

นอกนั้น ก็มีขนมปัง กินกับเนย และกาแฟ

สุดท้าย แต่ไม่ใช่ท้ายสุด แตงโม

สัปปะรด

ปิดท้าย เช้านี้ ด้วยกล้วย ที่เกาหลี สั่งนำเข้าจากฟิลิปปินส์ 

เพื่อไปทำนมกล้วย เพราะเกาหลี มีแต่ภูเขา และปลูกกล้วยไม่ขึ้น 

แต่ทำนมกล้วย อร่อย... มาก!!!

นี่คือ เพื่อนร่วมเดินทาง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เพื่อนร่วมชะตากรรม

ตารางของเราวันนี้ จะประมาณนี้

0700 ตื่น

0800 กิน

0900 ล้อหมุน

0930 อินทรามูรอส

1100 ไรซาลพาร์ค

1200 กินข้าว

1400 ขึ้นบัสไปตาไกไต

1700 ถึงตาไกไต

1900 ถึงที่พัก + พักผ่อนตามอัธยาศัย

2300 นอน 

จากหน้าที่พักของเรา ขึ้น jeepney ที่ป้ายข้างรถ

เขียนว่า pier south พอขึ้นแล้ว ก็บอกคนขับว่า intramuros

พอลง jeepney ก็จะเจอ นี่ครับ manila cathedral 

และผู้คนมาประท้วง เพียบ!!! เพราะข้าง ๆ กัน ท่าจะเป็นรัฐสภา

อ่ะ กล้อง 3 ตัดภาพกลับมา อินทรามูรอส

บรรยากาศรอบ ๆ ดูเหมือนจะปกติดี แต่ถ้าดูดี ๆ จะเห็นผู้คนมาชุมนุมมากมาย

ล้วนแล้วแต่สวม "เสื้อเหลือง" ด้วยกันทั้งนั้น!!!

สื่อ มาเพียบ สำนักข่าวเกือบจะทุกสำนัก ต่างมารอทำข่าว

นี่ครับผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง เลียนแบบหรือป่าวเนี่ยะ 

นักข่าวก็มาเพียบ แถมอีกพักเดียว รถถังก็มา 

เสียดายถ่ายไม่ทัน กลัวโดนยิงด้วยแหละ

นี่คับ กลุ่มผู้ชุมนุม ท่าจะเป็นเรื่องใหญ่นะคับ 

แถมประสานเสียงกันขับไล่ใครบางคน เสียงดัง

ผมว่า การเมืองเราไม่ยุ่ง มุ่งเที่ยวกันต่อดีกว่านะ

นี่คือ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในอินทรามูรอส

อินทรามูรอส อยู่  ณ ริมแม่นํ้าฟาร์ซิก

สร้างในปี ค.ศ. 1571 โดยสเปน ผู้นําการก่อสร้างคือ Migule Lopez de Legazpi 

สร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานจากโจรสลัด

จากนั้น ก็ถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ในการดูแลของอังกฤษในช่วงปี ค.ศ. 1762  

จากนั้น สเปนตีคืนมาได้ ปี ค.ศ. 1964 2 ปีถัดมา  

แล้วก็ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1898  

ก่อนจะถูกญี่ปุ่นเข้าทําลายและยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  

หลังจากเดินทางข้ามผ่านกาลเวลา เจอทั้งพายุ แผ่นดินไหว ไฟไหม้ และภัยสงคราม

อินทรามูรอสก็แทบจะไม่เหลืออะไร จนกระทั่งกลายเป็นเมืองร้างไป

ที่สุดแล้ว ทางการก็เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์  จนมีสภาพดีขึ้นอย่างในปัจจุบัน  

และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม เมื่อเดินทางมา มะนิลา

ภายในป้อม ถือว่าเป็นศูนย์กลางในการปกครอง การศึกษา วัฒนธรรม ศาสนา และการค้า 

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเหมือนเมืองในสมัยยุโรปยุคกลาง ที่มีกำแพงล้อมรอบ

และมีป้อมค่ายรายล้อมอย่างมิดชิด บนพื้นที่เกือบ 400 ไร่ 

โดยมีกำแพงหินสูงล้อมรอบ ภายในมีโบสถ์ โรงเรียน และสถานที่ราชการตั้งอยู่

ตอนนี้ ก็เดินชมรอบ ๆ บริเวณภายในป้อมกันไปก่อน

ที่เห็นนั้นเป็นคอกม้า ที่ยังคงใช้งานอยู่

เดี๋ยวเราจะข้ามไปดูโบสถ์เก่าแก่ ที่อยู่ในบริเวณป้อมอิทรามูรอสกันครับ

นี่เป็น โบสถ์ ซาน อะกุสติน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1571 

โบสถ์นี้เพิ่งฉลองครบรอบ 440 ปีไป เมื่อปี ค.ศ. 2011 

โบสถ์สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสเปน สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง

ปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 

จากยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1993

แถมบาทหลวง หน้ายังเหมือน ใครเอ่ย 

(ลองเดากันเล่น ๆ ดู อีกสักประเดี๋ยว จะกลับมาเฉลย)

นี่คับ ภายในโบสถ์ ซาน ออกุสติน 

ซึ่งถ้าจะเข้าชม ต้องเสียค่าเข้าชม คนละ 100 เปโซ (75.50 บาท)

แต่ผมไม่ได้เข้าไปชมด้านใน เลยมีแค่บรรยากาศภายนอกมาให้ชมกัน

โคมแก้วเจียระไน ภายในโบสถ์

ก่อนจะ "ไปต่อ" ดูสิงโตหน้าโบสถ์ กันก่อน

คำถามคือ จะรู้ได้อย่างไร 

ว่าสิงโตหน้าโบสถ์ ตัวไหน เป็นตัวผู้ ตัวไหน เป็นตัวเมีย

เฉลยเลยก็แล้วกัน เพราะคำถามนี้ ไม่มีรางวัล

สิงโตตัวเมีย จะมีลูกบอล หรือเหยียบลูกบอลไว้ 

เพราะลูกบอล มีไว้ให้ลูกสิงโตเล่น 

ซึ่งสิงโตที่เลี้ยงลูก ก็คือ สิงโตตัวเมีย นี่เอง

ตัวนี้ ตัวเมียแน่นอน เพราะสิงโตที่เลี้ยงลูก เป็นสิงโตตัวเมีย เท่านั้น 

และถ้าสังเกตให้ดี ๆ ในภาพ ข้าง ๆ ลูกสิงโต (ตรงเท้าขวาหลัง) ก็มีลูกบอลด้วย

จบจากโบสถ์ ซาน ออกุสติน ผมก็แยกกับเพื่อนร่วมทางของผม

โดยผมแยกไปสวนไรซาล ก่อนที่จะแวะกลับมากินข้าวกลางวันพร้อมกันตอนเที่ยง

ยังไงติดตามกันต่อ ในตอนหน้านะครับ

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net