วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี “แกมี” ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน – วันที่ 2: คุณได้ “ไปต่อ” ตาไกไต


ความเดิมตอนที่แล้ว

เราเดินเล่นอยู่ใน อินทรามูรอส (เมืองเก่า) ได้สักพัก

ผมก็แยกทางกับเพื่อน แล้วก็ไปเดินเล่นอยู่ใน สวนสาธารณะ ไรซาล

สวนสาธารณะไรซาล หรือ Rizal Park เปรียบไปก็ประมาณสวนลุมบ้านเรา

เป็นสวนสาธารณะ ที่มีขนาดใหญ่มาก จะว่าไป ก็คือปอดของมะนิลากันเลย

ที่ด้านนึงของสวนสาธารณะ ถ้ามาจากฝั่งอินทรามูรอส

เราจะเจอกับสถาปัตยกรรม Filipino-Korean Soldier Monument 

ก็คืออนุสาวรีย์ทหารเกาหลี-ฟิลิปินส์ อันนี้ นี่เองครับ

สถาปัตยกรรมอันนี้ ชื่อ Soul Waves ที่พ้องเสียงกับคำว่า Seoul (เมืองหลวง เกาหลีใต้)

เป็นความร่วมมือระหว่าง เกาหลี กับ ฟิลิปปินส์ สร้างขึ้น และวางไว้ใน Rizal Park

ที่โดดเด่นมาก ๆ เป็นอนุสาวรีทองเหลือง ลาปู-ลาปู

ลาปู-ลาปู หรือ คาลิ ปูลาโค เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของเกาะ

ที่รวบรวมไพร่พล ต่อต้านการล่าอาณานิคมของสเปน

ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องย้อนหลังว่าเป็นวีรบุรุษคนแรกของฟิลิปปินส์

มีพิธีเปิดผ้าคลุมอนุสาวรีย์ ไปเมื่อ 27 เมษายน 2005

เช้าวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1521 ลาปู-ลาปู นำนักรบมัคตาน 1,500 คน

เข้าสู้รบกับนักสำรวจ และกองกิสตาดอร์ชาวโปรตุเกส เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน 

ผู้นำทหารสเปนติดอาวุธปืนสี่สิบเก้านาย ซึ่งภายหลังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ยุทธการมัคตาน 

ระหว่างยุทธการนี้ มาเจลลันและคนของเขาอีกหลายคนเสียชีวิต

(ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)

หลังจากนั้น ผมก็เดินเล่นอีกพักเดียว ก็เดินกลับมายัง อินทรามูรอส

ภายใน อินทรามูรอส มีโรงแรมเก่าแก่ สะอาด สะอ้าน และน่าพักมาก ๆ โรงแรมหนึ่ง

ชื่อโรงแรม อัศวินขาว หรือ White Knight ค่าห้องพักไม่ได้ถือว่าแพง

แถมอยู่ในอินทรามูรอส นั่นคือ ตื่นขึ้นมา เราก็สามารถเที่ยวชมในบริเวณเมืองเก่าแห่งนี้ได้เลย

โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และหากเหนื่อย จะกลับมาอาบน้ำอาบท่า นอนเล่นในโรงแรมก็ยังได้

ลอง search หา โดยใช้บริการของ อากู๋ (google) ดูนะครับ

มาถึงมื้อกลางวัน

มื้อกลางวัน วันนี้ เราเปิดเกมเสิร์ฟแรงด้วย หมู 3 ชั้น

ซึ่งความจริง น่าจะเรียกว่า หมู 4 ชั้นถึงจะถูก เพราะนอกจาก 3 ชั้นบน

ที่เราคุ้นเคยแล้ว ผู้คนที่นี่ เค้าก็ยังแล่ให้มีชั้นที่ 4 เป็นกระดูกติดมาด้วย อีกต่างหาก

ผมก็เลยเรียกมันว่า หมู 4 ชั้น เข้าใจว่า ใส่ซอสมะเขือเทศ แล้วเอาไปย่างจนเกรียม

หอม และอร่อยดีครับ

ถ้วยต่อมา เป็นซุป รสออกเปรี้ยว ๆ

คือเปรี้ยวเหมือนกินน้ำน้ำมะนาว หรือน้ำมะขาม

ใส่ผักบุ้ง กะ หมู 4 ชั้น

อย่างที่เคยได้บอกไปในตอนก่อน ๆ ว่า ผู้คนในฟิลิปปินส์ น้ำซุปจะออกรสค่อนข้างเปรี้ยว

รสเปรี้ยวที่ว่านี้ น่าจะมาจากผลส้ม kalamansi อย่างที่ได้บอกไปในตอนก่อน ๆ

(แต่ผู้คน เค้าค่อนข้างจะกินเค็มนะผมว่า อย่างไก่ทอด ก็จะออกรสเค็มกว่าบ้านเรา

แล้วอาหารส่วนใหญ่ ก็ชอบใส่ซอสมะเขือเทศด้วย)

มื้อนี้ เรายังมีปลา เป็นปลาซาดีนย่าง

อารมณ์ ก็จะประมาณนี้

ส่วนเพื่อนร่วมเดินทางของผม สั่งอาหารพิเศษอีกอย่าง

เป็นก๋วยเตี๋ยว คือมีทั้งเนื้อ ทั้งหมู ทั้งไก่ ผสมผสานมาในชามเดียว

นอกจากนี้ ก็ยังใส่ไข่มาด้านบนอีกด้วย เมนูนี้ เรียก บักชอย

หรือ บอกชอย อะไรสักอย่าง ผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ดูจากลักษณะแล้ว น่ากินจัง

นี่ครับ ผลส้ม kalamansi ลูกเล็ก ๆ รสเปรี้ยว แถมมีเม็ดเยอะอีกต่างหาก

ส่วนอันนี้ เป็นพริกเผา สไตล์ฟิลิปปินส์ ไว้กินกับ บักชอย

(ก๋วยเตี๋ยวลูกผสม ที่มีทั้งเนื้อ หมู และไก่ ใส่ไข่ ด้วย)

ปิดท้ายด้วย กล้วยทอด 

เป็นกล้วย ทอดในน้ำมันมะพร้าว ทอดเสร็จ ก็ตักขึ้น โรยน้ำตาล

กินเล่น ๆ ผมว่า ก็อร่อยดี

โปรแกรมช่วงบ่าย เราจะเดินทางไป ตาไกไต เพื่อชมภูเขาไฟ ในวันพรุ่งนี้

ตาไกไต อยู่ห่างจาก มะนิลา ไปประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

ระหว่างทาง เดินไปขึ้นรถบัส พวกเราก็เจอกับเด็ก ๆ นักเรียน มหาวิทยาลัย LPU ใส่เสื้อแดงแบบนี้

มาเรียนหนังสือ และมีกิจกรรม อยู่ภายในบริเวณสวนสาธารณะ ที่อยู่ภายในป้อม อินทรามูรอส

บรรยากาศก็คึกคัก สนุกสนานดี

กล้อง 3 ตัดภาพมาอีกที 

นี่คือ รถที่จะพาเราไป ตาไกไต จำง่าย ๆ ว่า เป็นรถไป เมนเดส

จะผ่าน ตาไกไต (ส่วนที่พักเรา อยู่ใน โอลิวาเรส) 

ให้บอกคนขับว่า เราจะขอลง ไตไกไต คนขับจะรู้เอง

เมื่อได้ตั๋วโดยสารแล้ว ก็เตรียมตัว ไปกันเลย

ที่เห็น เป็นตั๋วโดยสาร ราคา 91 เปโซ (ประมาณ 69 บาท)

บรรยากาศวันศุกร์ ช่วงบ่าย รถออกนอกเมือง ถือว่า ติดใช้ได้เลยทีเดียว

แต่ดีที่บนรถ เปิดรายการทีวี GMA (แกมม่า ที่น่าจะเป็นคู่แข่ง ช่องสำคัญ กับ GMM แกรมมี่ บ้านเรา)

เพราะละครที่ฉายนั้น น้ำเน่าสุด ๆ ขนาดผมฟังไม่รู้เรื่อง ยังนั่งดูใจจด

ผ่านไป 3 เบรคแล้ว เนื้อเรื่องก็ยังไม่คืบหน้าไปถึงไหนเลย ยังคงวนเวียนอยู่ตรงเดิม ๆ

มันเป็นเรื่องของฆาตรกรโรคจิต ที่ไล่ล่าคนในบ้าน ซึ่งก็มีแม่ และลูกชายวัยไม่เกิน 10 ขวบ

ระหว่างไล่ล่า ความจริง ๆ ก็ค่อย ๆ เผยออกมาทีละนิด จนผมจะลงรถแล้ว เรื่องก็ยังไม่คืบไปไหน

แต่คนในรถนี่ นั่งชม ลุ้นกันตัวเกร็ง ส่วนผมเอง ก็เกือบเยี่ยวราด ลุ้นมากไปหน่อย

ดีว่า ถึงตาไกไต เสียก่อน

มื้อเย็นวันนี้ เราฝากท้องไว้ ที่นี่ (เพราะเราต้องพึ่งพาห้องน้ำของที่นี่

ในรัศมี 100 ม. รอบ ๆ ไม่มีร้านค้าไหนใดอื่นอีกเลย ที่มีห้องน้ำ นอกจากที่นี่)

เป็นไก่ทอด 1 ชิ้น กินกับข้าวสวย (ในห่อ) เหมือนกับจะหุงข้าวออกมา เละ ๆ

มาพร้อมกับน้ำเกรวี่ และน้ำอัดลม 1 แก้ว สนนราคาค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 89 เปโซ

(ก็ประมาณ 68 บาท) ถือว่า ไม่แพงเว่อร์

ด้านหน้า มีซุ้มลูกชิ้นทอด ซึ่งจะหาได้ง่ายมาก ในเมืองแบบนี้

แต่ผมไม่ได้ลอง เพื่อนร่วมเดินทางลองแล้ว บอกมีแต่แป้ง ผมก็เลยเลิก

กล้อง 3 ตัดภาพ ไปยังที่พักของเราคืนนี้ดีกว่า

คืนนี้ เราไม่ได้จองที่พักมาจากกรุงเทพฯ ด้วยกะมาตายเอาดาบหน้า

ดีว่าเจอที่พัก ราคาพอรับได้ สะอาด สะอ้าน ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว

คืนนี้ เราพักกันที่ โรงแรม ตาไกไต คันทรี่ 

บรรยากาศที่ล้อบบี้ ถือว่าสวยใช้ได้

ยังคงเป็นที่ ล้อบบี้ แต่เป็นอีกมุม

ที่ front พนักงานที่นี่ น่ารักครับ หน้าเหมือนคนไทยเลย

โถงทางเดิน

มาดูสภาพภายในห้องพักของเรากันดีกว่าครับ

สะอาด สะอ้าน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มุมนั่งเล่น

ตู้เสื้อผ้า (แม้จะดูน่ากลัวไปหน่อย)

สำรวจห้องน้ำกันครับ

มีผ้าขนหนูให้ครบครัน

น้ำอุ่น น้ำร้อน น้ำเย็น ใช้ได้ครับ

ก่อนจากกันวันนี้ ขอสรุปค่าใช้จ่่ายตลอดวันที่ 5 ตค 55

10 จิบนี่ south pier

10 ต่อ ไปอินทรามูลอส

20 น้ำเปล่า

100 ข้าวกลางวัน

12 กล้วยทอดน้ำมันมะพร้่าว

91 ค่ารถไปตาไกไต

89 แมคโดนัลด์

1500 โรงแรม 

60 เฮอร์ชี่คิสเสสร้อน

รวม 1,892 x .755 = 1431 บาท

พบกันใหม่ ในตอนต่อไปครับ.

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net