วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์กับตำนานการสร้างนานถึง 30 ปีของพระเจ้าหลุยส์ที่14 !!!


 

วันนี้ (12 กค.55) คือวันที่ 2 ของการท่องเที่ยวที่ปารีส หรือนับเป็นวันที่ 6 ของทริปการเยือนยุโรปของกลุ่มเราค่ะ 

เช้าวันนี้พวกเราค่อนข้างเสียเวลากับการกลับไปคุยเรื่องการขอคืนเงินมัดจำค่าที่พักกับโรงแรมเดิมที่ย้ายเราไปพักที่อื่นให้เรียบร้อย...เพราะหัวหน้าเจ้าหน้าที่ต้อนรับเข้ากะประมาณ 10 โมงเช้า ฉะนั้นกว่าจะแล้วเสร็จก็เกือบเที่ยงแล้ว... หลังคุยเสร็จเราโชคดีที่เห็นร้านอาหารไทยใกล้ๆ แถวนั้นพอดีก็เลยถือโอกาสเข้าไปลิ้มรสอาหารไทยที่ปารีส ซึ่งเจ้าของไม่ใช่คนไทย....

จากนั้นเราก็จะพยายามเดินตามแผนที่เรากำหนดการท่องเที่ยวไว้ โดยวันนี้เป้าหมายแรกคือการออกเที่ยวไปยังพระราชวังแวซายส์ และที่อื่นๆ...ติดตามดูนะคะ

   

 

 

แผนการท่องเที่ยวปารีส

เราวางแผนตั้งแต่อยู่เมืองไทย บางรายการก็สามารถทำตามหวัง แต่บางรายการก็พลาดเพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะอากาศ เพราะฝนตกบ่อยๆ

Day 5 (July 11 @Night)  :  http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/10/09/entry-1
1.เดินดูหอไอเฟล
2.เดินช็อปปิ้งถนน Champs Elysees (...แผนการในข้อนี้เราไม่สามารถทำได้เพราะเวลาไม่เอื้ออำนวยและอากาศเย็นมากไม่น่าเดินเท่าไร อีกอย่างกลุ่มเราไม่คุ้นทาง โดยเฉพาะกลางคืน จึงไม่น่าเดินช็อปปิ้ง)

Day 6 (July 12)
1. เที่ยวพระราชวังแวซายน์ & เดินดูเมืองรอบๆ ใกล้
2. ชมวิหารนอร์เธอร์ดาร์ม      ....ไม่สามารถทำได้ หมดเวลาก่อน :-((
3. ล่องแม่น้ำแซน (ตอนเย็น) ....ฝนตก ไม่สามารถอีกเหมือนกัน :-(( 
** สรุปว่าในวันที่ 2 เราสามารถเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายส์ และเดินช็อปปิ้งเท่านั้นค่ะ

Day 7 (July 13) 
1.ชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louve)
2.เดินเที่ยวจตุรัสคองคอร์ด

 

การเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายส์ เราไปโดยรถไฟเดินทางออกนอกเมืองประมาณ 45 นาที ถึงที่หมายปลายทาง

ที่สถานี Chateau de Versailles  

 

 

 

 

 

แผนที่พระราชวังแวร์ซายส์

 

 

 

 

 

 พระราชวังแวร์ซายส์ (ฝรั่งเศส: Château de Versailles)

เป็นพระราชวังหลวงแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่แวร์ซายส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกรุงปารีส พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก และนับเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันด้วย

 

 ประวัติพระราชวังแวร์ซายส์ 

เดิมนั้น เมืองแวร์ซายส์เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น มีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง บริเวณส่วนใหญ่เป็นป่าเขา เยี่ยงชนบทอื่น ๆ ของฝรั่งเศส เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แห่งฝรั่งเศส ยังทรงพระเยาว์ ขณะพระชนมายุได้ 23 พระชันษา ทรงนิยมล่าสัตว์ในป่า และทรงเห็นว่าตำบลแวร์ซายส์น่าจะเหมาะแก่การประทับเพื่อล่าสัตว์ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักขึ้นมาใน พ.ศ. 2167 โดยในช่วงแรกเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ สำหรับพักชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ขึ้นครองบัลลังก์ มีประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังแห่งใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการปกครองของพระองค์ จึงเริ่มปรับปรุงพระตำหนักเดิมในปี พ.ศ. 2204 ใช้เงินทั้งหมด 500,000,000 ฟรังก์ คนงาน 30,000 คน และใช้เวลาอยู่ถึง 30 ปีจึงแล้วเสร็จในพ.ศ. 2231 ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว เป็นแบบอย่างศิลปกรรมที่งดงามมาก ภาย ในแบ่งออกเป็นห้องๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องเสวย ห้องสำราญ ฯลฯ ทุกห้องล้วนมีเครื่องประดับงดงามตระการตาและภาพเขียนที่มีชื่อเสียง

การก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์แห่งนี้ได้นำเงินมาจากค่าภาษีอากรของราษฎรชาวฝรั่งเศส ต่อมาจึงได้มีกองทัพประชาชนบุกเข้ายึดพระราชวังและจับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศส กับพระนางมารี อองตัวเนต ประหารด้วยกิโยติน ในวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2332 ปัจจุบันพระราชวังแวร์ซายส์ยังอยู่ในสภาพดีและเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้

 

เหตุผลที่ได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลกพระราชวังแวร์ซายส์ได้รับจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2522 ที่ประเทศอียิปต์ ด้วยข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังต่อไปนี้

(i) - เป็นตัวแทนซึ่งแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาด
(ii) - เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
(vi) - มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

แหล่งข้อมูลจาก website "วิกิพิเดีย"

 

หลังจากลงจากรถไฟ เราก็เดินผ่านตึกสวยงามและบรรยากาศที่น่าเดินเที่ยว เลยอดที่จะเก็บภาพประทับไม่ได้ค่ะ 

 

 

 

เราต้องเดินผ่านต้นไม้เหล่านี้ ดูร่มรื่นและสวยงามดี

 

 

 

 ภาพด้านหลังสุดของเรา คือ เขตพระราชวังแวร์ซายส์

 

เดินผ่านรถคันนี้พอดี ขอถ่ายรูปด้วยดีกว่า เพราะรถน่ารักดีค่ะ... มีคนขับนั่งอยู่ด้วยนะคะ  

 

 

และก่อนจะเดินไปถึงลานหน้าพระราชวังแวร์ซายส์ จะผ่านรูปปั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้ทรงสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นมา...

ใช้เวลาสร้างนานมากๆ ถึง 30 ปี ทีเดียว...

 

 

 

 

เดินตามเรามานะคะ...จะพาเที่ยว.. จะสังเกตเห็นว่าคิวรอเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ยาวววว...มากๆ

  

 

 

ยังคงสังเกตเห็นว่าคิวรอเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ยาวววว...มากๆ อีก...

 

ยังคงสังเกตเห็นว่าคิวรอเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ยาวววว...มากๆ อีก...

 

ยังคงสังเกตเห็นว่าคิวรอเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ยาวววว...มากๆ อีก...  รอไม่ไหวค่ะ....

 

ขอเก็บภาพรอบนอก และยืนดูคิวรอเข้าชมพระราชวัง...

 

 

 

 คิวรอเข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์ยาวววว...มากๆ

 

 

 

 

 

 

 

Main Gate หรือประตูหลักที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าพระราชวังแวร์ซายส์ สวยงามมากค่ะ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้วยสถานการณ์ไม่อำนวย ท้องฟ้ามืดคลื้มและฝนกำลังจะตก เราไม่สามารถรอที่จะเข้าไปชมพระราชวังได้ เพราะนักท่องเที่ยวรอเข้าคิวกันเยอะมากๆๆๆ  แต่อย่างน้อย กลุ่มเราก็ดีใจที่ได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้แล้ว... เอาไว้หากมีโอกาสมาคราวหน้า ค่อยเข้าชมให้ได้ค่ะ

และครั้งนี้ก็ไม่ได้ถ่ายคลิปวีดีโอไว้เลย เพราะดูบรรยากาศ อากาศ และสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ชวนให้ถ่ายซะเลย เพราะไม่ได้เข้าไปข้างในพระราชวัง  แต่ก็ได้หาคลิปวิดีโอแนะนำสถานที่พระราชวังแวร์ซายส์มาให้ชมความสวยงามกันนะคะ

 

 

 ชมคลิปวิดีโอแนะนำพระราชวังแวร์ซายส์  

 

Chateau de Versailles, France  

 

 Gardens of Versailles, France

 

by : hoosiertim

 

......กลุ่มเราเดินทางกลับเข้าเมืองปารีสประมาณ 4 โมงเย็น ซึ่งมีฝนตกปรอยๆ ตลอดเวลา ไม่สามารถเดินทอดน่องไปตามท้องถนนได้ตามปกติ... แต่แผนการอย่างหนึ่งที่เข้ากับบรรยากาศเวลานี้ก็คือ การเข้าไปในห้าง เพื่อหาซื้อกระเป๋าไปฝากน้องๆ ที่ทำงานที่พวกเราทุกคนได้รับฝากมากันคนละหลายใบ...

 

 เดิน...เดิน...เดิน... "ช็อปปิ้ง" ตามประสาผู้หญิง...

...เป้าหมายของเราก็คือ ซื้อกระเป๋าที่น้องๆ จากที่ทำงานออเดอร์จากเมืองไทยกันค่ะ จะไม่พยายามแวะอย่างอื่นเพราะเราต้องการทำเวลาด้วยค่ะ หากมืดค่ำกว่านี้จะทำให้เราเดินทางกลับลำบากขึ้น เพราะความไม่คุ้นเคยทาง และการขึ้นรถไฟหลายต่อในช่วงเวลากลางคืน

ร้านแรกที่เราเดินผ่าน คือ ร้าน Louis Vuitton  ร้านนี้และกระเป๋ายี่ห้อนี้ไม่ใช่เป้าหมายของเราแต่อย่างใด เพราะไม่มีใครต้องการซื้อในวันนี้เลยค่ะ รวมทั้งไม่มีใครฝากซื้อด้วย ...แต่เราก็อยากเก็บภาพมาให้ทุกคนได้เห็นบรรยากาศของนักท่องเที่ยวที่มียืนรอซื้อหน้าร้าน... โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย อย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ดูวันนี้ไม่น่าจะมีคนไทยนะคะ

 

 

 

ดูจากภาพคนที่เข้าคิวซื้อกระเป๋าหลุยส์วิตองนั้น ทะลักออกมานอกร้านเลย... นับว่าคนซื้อต้องง้อคนขายมากๆ 

แม้ว่าราคาแพงแสนแพง ^^ หลายคนยินดีจะยืนรอ !!!

สำหรับกลุ่มเราแล้ว...ถ้าหากวันนี้มีใครฝากพวกเราซื้อหลุยส์วิตองละก้อ... ขออนุญาตไม่ยืนรอนะคะ เพราะรอไม่ไหวจริงๆ...อิอิ

 

 

ส่วนเป้าหมายของเราคือกระเป๋า Longchamp  ร้านนี้แหละ ที่ราคาย่อมเยากว่าหลุยส์วิตองตั้งเยอะ  คนก็น้อย จับจ่ายก็ง่าย มีตั้ง 2 ร้านใหญ่ๆ ให้พวกเราเลือกๆ ตามแบบที่น้องๆ ฝากซื้อให้ครบถ้วน กันทุกคน ก็เตรียมตัวกลับที่พักกันค่ะ...

สำหรับราคากระเป๋า Longchamp นั้น หากเทียบราคากับเมืองไทย ก็ราคาถูกกว่ามากและบางรุ่นราคาถูกกว่าเกือบครึ่งเลยทีเดียว เราซื้อกระเป๋าที่ห้างสรรพสินค้าได้รับส่วนลดและ Tax Free แต่จะได้คืนกลับเข้าบัตรเครดิตประมาณ 1-2 เดือนแล้วแต่ระบบเอกสาร แต่ถ้าหากเราไปซื้อที่ Duty Free ที่สนามบินปารีส เค้าจะหัก Tax Free ออกไปเลยไม่ต้องมานั่งคืนภายหลัง

ยังงั๊ยก็ตาม ก็ยังคงไม่คุ้มกับการนั่งเครื่องบินมาช้อปปิ้งกระเป๋าถึงปารีส... ว่ามั๊ยค่ะ??  และหากใครมาปารีสรับรองว่าจะต้องหิ้วกระเป๋า Longchamp กลับไปไม่น้อยใบอย่างแน่นอนค่ะ  เพราะกลุ่มเราก็เกือบคนละ 8-10 ใบ แม้ว่าจะกลัวตม.ตรวจค้นก็ตาม  แต่พอเดินทางกลับถึงเมืองไทยก็ไม่มีการตรวจค้นเลยค่ะ

 

 

ระหว่างการเดินทางกลับที่พัก เรายังคงไปซ็อปปิ้งต่อที่ร้านฟาร์มาซี ซึ่งจะมีเครื่องสำอางค์หลากหลายยี่ห้อขายที่นั่น หนึ่งในนั้นที่ต้องการซื้อคือ ลาโรส-โพเชย์ (LA ROCHE-POSAY) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตที่ฝรั่งเศสโดยตรง ราคาก็ถูกกว่าเมืองไทยเยอะเช่นกัน จนพวกเราทุกคนต้องซื้อกันกลับมาหลายอย่างค่ะ...

และแล้ว...การเดินทางท่องเที่ยววันที่ 6 สิ้นสุดพร้อมกับเงินในกระเป๋าแฟ๊ปกับกระเป๋าและเครื่องสำอางค์ไปพอสมควรแล้ว ขอกลับที่พักเพื่อเตรียมแพ็กกระเป๋า และพักผ่อนเตรียมตะลอนเที่ยวในวันสุดท้ายอีกวันคะ....

... อย่าลืมแวะมาอ่านกันนะคะ.... @^_^@

 **********************************

 

อ่านทริปย้อนหลังทั้งหมดที่นี่ค่ะ  http://www.oknation.net/blog/BlackTulip

 

 

 

 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net