วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลเอกประยุทธ์เบรคนายธาริตหัวทิ่ม รู้นะ จะใช้รางวัลนำจับกลบความจริงเรื่องชายชุดดำ


สันทัด กรณี จากโพสต์ทูเดย์ เขียนจี้ใจดำธาริตได้ตรงจุดหัวใจแบบพอดิบพอดี

"ไปดูเรื่องตลกๆ ดีกว่า คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ รายนี้แต่ก่อนยืนกระต่ายขาเดียวไม่มีคนชุดดำ เหมือน เหวง โตจิราการ นั่นแหละ ตอนนี้คุณธาริตมามุขใหม่ กระมิดกระเมี้ยนยอมรับการมีอยู่ของชายชุดดำติดอาวุธ แถมใส่ดรามาเต็มที่

“ดีเอสไอตั้งรางวัลนำจับ ‘ชายชุดดำ’ รายละ 1 ล้านบาท ให้กับผู้ที่สามารถแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม 7 คดี คือ สังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เจ้าหน้ที่ทหาร นักข่าวญี่ปุ่น นักข่าวอิตาลี และประชาชน ในเหตุการณ์ปี 2553”

เหอๆๆๆๆ จากนี้ไปคงสนุกมากมาย ชายชุดดำมือสังหารตามใบสั่งคนอำมหิต กำลังถูกทำให้กลายเป็นเรื่องตลกโดยดีเอสไอ...อัจฉริยะมาก เยี่ยมครับ!"

แม้กระทั่งศาลมีคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150 วรรค 5 ในข้อสงสัยเรื่องกระสุนปืนจากศพนายพัน คำกอง ด๊อกฯเหลิมยังมาบอกว่า ใช่เลย อภิสิทธิ์ สุเทพ สั่งฆ่า ทั้งๆที่ตรงนั้น คือการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร ผู้ที่ต้องพิสูจน์การกระทำก็คือเจ้าหน้าและหน่วยงานนั้นๆ ว่าได้กระทำโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะเดียวกัน ได้มีการปฎิบัติหน้าที่อย่างเป็นขั้นตอน ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองหรือไม่เช่นกัน  ไม่ใช่ว่าการออกคำสั่งนั้นเป็นเจตนาที่ประสงค์ต่อผลและเล็งเห็นผล ว่าต้องมีคนตาย ตามที่คำพูดของคนที่มีลักษณะเป็นการชี้นำอย่างเห็นได้ชัด

ขณะนี้ อยู่ในระหว่างการไต่สวนของศาลถึงสาเหตุการตายของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพญี่ปุ่น ดังเช่นกรณีนายพัน คำกอง ตรงนี้น่าสนใจ เพราะกลางที่ประชุม คณะทำงานพิจารณาเรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่ามีชายชุดดำในการชุมนุมหรือไม่ เจ้าหน้าที่ของดีเอสไอยอมรับว่ากระสุนปืนที่ปลิดชีพช่างภาพญี่ปุ่น คือกระสุนปืนที่ใช้กับปืนอาก้า ที่เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ใช้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่ ข้อมูลตรงนี้ ก็จะถูกสังคมนำไปเทียบเคียงกับเรื่องของนายพัน คำกอง ทันที และความจริงก็จะเปิดออกมาว่า นอกจากทหารที่ใช้ปืนแล้ว ยังมีคนอีกพวกหนึ่งที่มีปืนด้วย คนพวกนี้ ก็คือ ชายชุดดำนั่นเอง อย่างไรก็ตามก็สมควรที่ต้องรอฟังคำสั่งศาล ซึ่งถือเป็นที่สุด

ความตาย 2 ครั้ง จาก 2 คน แตกต่างกันที่วันที่เกิดเหตุ นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพญี่ปุ่น ตายเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 อันเป็นวันที่ชายชุดดำปรากฎตัวขึ้นมา แล้วเริ่มปฎิบัติการอย่างเหี้ยมโหด ส่วนนายพัน คำกอง วันที่ตายคือ 15 พ.ค. 53 ห่างกันเป็นเดือน เวลานั้น ชายชุดดำเปลี่ยนยุทธวิธีมาเป็นการดักซุ่ม แล้วกระทำตัวดั่งเช่นสุนัขลอบกัด แทนที่จะเปิดเกมส์เหมือนวันที่ 10 เม.ย. 53

ไม่ทราบเหมือนกันว่านายธาริตจะทำเก๋ไก๋ไปเรื่อย หรือทำตลกโปกฮาไปถึงไหน ว่าการตั้งรางวัลนำจับชายชุดดำ เป็นการตอบสังคมแล้วนะ ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วถ้าจับไม่ได้ หรือไม่มีเบาะแส ดีเอสไอทำหน้าที่ไปแล้ว แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขนาดตั้งรางวัลนำจับแล้ว ก็ยังหาชายชุดดำไม่เจอ ดังนั้น ชายชุดดำจึงเป็นแค่เรื่องเล่าเท่านั้น ถ้าเป็นแบบนี้ ทักษิณ แกนนำเสื้อแดง และเสื้อแดงชั้นปลายแถว ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาผู้ก่อการร้าย ก็คงไม่ผิด เป็นผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยความสงบ สันติ อหิงสา โดยไม่ต้องไปมองถึงการชุมนุมที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน การทำลายทรัพย์สิน ฆ่าเจ้าพนักงวานผู้ปฎิบัติหน้าที่ มีการเผาบ้านเผาเมือง ผู้ชนะจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ เพื่อให้ฝ่ายตนดูดี

แต่ถ้ามีชายชุดดำจริงๆ โดยมีการยืนยันจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จากกระบวนการยุติธรรมที่น่าเชื่อถือ นายธาริตในฐานะผู้บังคับบัญชาของดีเอสไอ จะบอกเช่นไร ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว คิอว่าทำง่าย จงทำไป แต่มีคนๆหนึ่งซึ่งมาแปลก เขาบอกทันทีเลยว่าดีใจ ที่นายธาริตตั้งค่าหัวชายชุดดำ ไปฟังเขากล่าว คนที่ผมบอกชื่อ"พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา"

“ผมรู้สึกดีใจ และถือเป็นสิ่งที่ดีที่ได้ข่าวว่า ตั้งรางวัลนำจับ คิดว่าเจ้าหน้าที่รับได้ ถ้าหาให้เจอว่าใครทำร้ายใคร แต่ถ้าทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างเดียวถือว่าไม่ค่อยเป็นธรรม เพราะเจ้าหน้าที่ก็เหมือนประชาชนที่สูญเสียเหมือนกัน ถามว่า เจ้าหน้าที่ถืออาวุธฝ่ายเดียวใช่หรือไม่ ถ้าเจ้าหน้าที่ถืออาวุธฝ่ายเดียว เจ้าหน้าที่ไม่น่าตาย แต่จะเป็นใครล่ะ ผมไม่รู้ ก็ดีใจที่จะไปหาผู้กระทำผิดมา ต้องไปหาหลักฐาน และต้องทำงานไปด้วยเหตุผล ส่วนใครจะยิงใคร และเป็นพวกไหน ผมไม่รู้ แต่ต้องไปหามาให้เจอ และให้ความเป็นธรรมเขา จะเจตนาหรือไม่ หรือเข้าใจผิด หรือเป็นพวกไหน ไม่มีใครรู้ แต่ผมทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ไม่ได้ต้องการยิงใส่ประชาชนตรงๆ  เราไม่เคยทำ เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาก็ทำไปตามระเบียบ การยิงคนไม่ใช่ยิงง่ายๆ ต้องไปหากลุ่มคนตรงกลางที่ยิงให้เจอ ซึ่งคนพวกนี้ใจร้ายมาก หวังว่า คงจะหาให้พบ และว่ากันไปตามกระบวนการตามกฎหมาย”(เดลินิวส์)

คำพูดของผู้บัญชาการทหารบก ตอบได้หมด และเหมือนเป็นการปรามไปยังนายธาริตด้วย ว่าอย่าทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล แต่นายธาริตจะมีความรู้สึกหรือไม่ คงไม่มีใครทราบได้ นอกจากธาริตเอง เพราะขนาดกระดาษทรายเบอร์ 5 เรียกว่าพี่ ก็หนาขนาดนั้น จะรู้สึกอะไรได้ ถูก-ผิด ไปว่ากันที่ศาล เอาหลักฐานมาแบกันดู แล้วสู้กันไป ไม่ใช่ไซโคแบบโน้นแบบนี้ ขู่ฟอดๆเดหมือนคำราม แต่ฟังดูดีๆ กับเป็นเสียงว่า Boxๆๆบางครั้ง กับคนเปลี่ยนสี กระล่อนปลิ้นปล้อน ต้องทำเป็นเออออห่อหมกไปด้วย แต่ความจริงแล้ว "รู้นะ ว่าคิดอะไรอยู่"

โดย ทนายเบิ้ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net