วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทวงคืนยศนามให้ วัดพระบรมธาตุ..ข้อเรียกร้องคุณค่าทางจิตใจของชาวนคร ต่อ ครม.สัญจร


 

ในระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๕ นี้ คณะรัฐมนตรีได้เลือกสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการจัดทำโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จำนวน ๔ จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง พร้อมกันนี้จะประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจใน ภูมิภาค(กรอ.ภูมิภาค) ในวันที่ ๒๑ ต.ค.  และมีประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ ๒๒ ต.ค.นี้

หน่วยงานราชการทั้ง ๔  จังหวัดต่างร่วมกันเสนอโครงการพัฒนาด้านสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อเป็นพืนฐานในการนำความเจริญมาสู่ท้องถิ่นของตนเอง  รวมเป็นวงเงินหลายพันล้านบาท เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ทั่วภูมิภาคที่คระรัฐมนตรีเคยจัดประชุม ครม.สัญจรไปแล้ว

ตัวอย่างเช่น  จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรี ๕ โครงการ ได้แก่ โครงการสมัชชาหมู่บ้าน/ชุมชนพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด,  โครงการวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นมรดกโลก, ขุดลอกคลองท่าซักเพื่อป้องกันอุทกภัยจังหวัด(หมู่ที่ ๒ - ๙ ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช), โครงการก่อสร้างถนนสายชายทะเล-บ้านสี่กั้ก ตำบลท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา และโครงการการก่อสร้างสะพานข้ามคลองชะอวด ต.ชะอวด ต.เคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช

นอกจากนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของแต่ละจังหวัดก็ยังได้นำเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกมากมายหลายโครงการ

 

 

ในการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้  ภาคเอกชนของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เคลื่อนไหวและร่วมกันเสนอต่อคณะรัฐมนตรีสัญจรให้มีการคืนยศนามของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ให้กลับไปใช้นามเดิมของวัด คือ "วัดพระบรมธาตุ" และยังคงให้เป็น พระอารามหลวง ชั้น “วรมหาวิหาร” ต่อไป หากการคืนยศนามกระทำได้สำเร็จก็เท่ากับว่า วัดพระบรมธาตุฯ ก็จะยังคงแสดงถึงความเป็นพระอารามที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติภูมิกับการเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่เคยเป็นราชอาณาจักรที่สำคัญที่เคยมีพระมหากษัตริย์ปกครองตนเองอย่างเอกเทศตั้งแต่ก่อนการถือกำเนิดกรุงสุโขทัย

สำหรับประวัติของวัดพระมหาธาตุฯ นั้น เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองตามพรลิงค์ หรือ นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราชสร้างเมืองใหม่บนหาดทรายแก้ว(ปัจจุบันคือ เมืองนครศรีธรรมราช) เป็นเมืองประวัติศาสตร์และศูนย์กลางของพระพุทธศาสนามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๗ สร้างเป็นเจดีย์รูปทรงโอคว่ำ หรือเจดีย์ทรงสถูปอนุราธปุระ  ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศิลปะศรีลังกา ซึ่งพระเจ้าเทวานัมปิยาติสสะ ทรงสร้างขึ้นเป็นถูปเจดีย์องค์แรกในพุทธศาสนาที่เมืองอนุราธปุระ  จึงเรียกศิลปะแบบนี้ว่า ศิลปะลังกาสมัยอนุราธปุระ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๔ – ๑๖ พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชก็มีลักษณะแบบเดียวกันกับเจดีย์ถูปาราม แห่งเมืองนุราธปุระ ซึ่งก็ได้รับอิทธิพลต่อมาจากอินเดียในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช (ตรงกับสมัยพุทธศตวรรษที่ ๓)

ในเวลาต่อๆ มา เจ้าเมืองในยุคสมัยต่างๆ ก็มีการก่อสร้างต่อเติมและบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมาจนเป็นปัจจุบันนี้ นามเดิมของวัดอันเก่าแก่แห่งนี้มีชื่อเดิมใช้ตลอดมาว่า “วัดพระบรมธาตุ”

นอกจากนี้ตาม “ตำนานพระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช” และ “ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช” ก็ใช้ชื่อหรือเรียกนามนั้นว่า “พระบรมธาตุเจดีย์” มาโดยตลอด เช่นเดียวกันกับนักประวัติศาสตร์อีกหลายท่านเรียก เช่น อ.ศรีศักร วัลลิโภดม ก็ยังใช้เรียกในนามเดิมมาโดยตลอดว่า “วัดพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช”  และเรียกพระเจดีย์รูปทรงสถูปอนุราธปุระนี้ว่า “พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช”

 


 

ชื่อ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” นี้ได้จาก กระทรวงธรรมการได้มีประกาศแผนกสังฆการี  เรื่องการจัดระเบียบพระอารามหลวง ลงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๘  ให้เรียกว่า “วัดพระมหาธาตุ” เป็นพระอารามเอกชั้นเอก ชนิด “วรมหาวิหาร” ซึ่งมีเพียง ๖ แห่งในประเทศเท่านั้น ซึ่งเป็นการลดชั้นชื่อและความสำคัญจาก “วัดพระบรมธาตุ” เป็น “วัดพระมหาธาตุ” และเท่ากับว่าชื่อ “พระบรมธาตุเจดีย์” ก็ต้องเปลี่ยนนามเป็น “พระมหาธาตุเจดีย์” ไปโดยปริยาย 

 

 

 

 

ดังนั้น ในการเตรียมการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ ชาวนครศรีธรรมราชกำลังเคลื่อนไหวจุดประกายความคิดเพื่อขอเลื่อนชั้นขึ้นให้สมเกียรติกับความสำคัญในอดีตและการเป็นมรดกโลกด้วย ประจวบเหมาะกับที่จะได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่เกาะสมุยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรีมากราบไหว้องค์พระมหาธาตุ ที่ จ.นครศรีธรรมราชนี้ด้วย ชาวนครศรีธรรมราชจึงได้พร้อมใจกันเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อคืนยศนามวัดพระมหาธาตุฯ ไปเป็นดังเดิม นอกจากนี้รัฐบาลชุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐมนตรี “คนคอน” ก็เป็นผู้ผลักดันให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับชาวนครศรีธรรมราชด้วยกันแล้ว ชาวนครจึงคาดหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการยกฐานะไปสู่ยศนามต่อไป

 

 

โดยนามใหม่นี้ ตามที่ภาคประชาชนได้เสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร  และหากออกตามพระราชกฤษฎีกาที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบก็จะเป็นตามนามเดิมอย่างสมความภาคภูมิใจและมีผลต่อคุณค่าทางจิตใจของชาวนครศรีธรรมราชว่า

“วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร”

มิใช่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” อีกต่อไป

...........................

 

บล็อกเกอร์ NN1234 รายงาน

 ..................................................

หนังสืออ้างอิง

ปรีชา นุ่นสุข, “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร”, หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน ฤทธิโชติ), กรุงสยามการพิมพ์, ๒๕๒๙

ศรีศักร วัลลิโภดม, นครหลวงของไทย, สำนักพิมพ์เมืองโบราณ,กรุงเทพฯ, 2540

 ...................................................

ภาพประกอบเรื่อง ด้วยความเคารพต่อผลงานและขอขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพ (ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก สนง.นททท.ครศรีธรรมราช)

 ..................................................

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง (คลิกที่ชื่อเรื่อง)

วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก..ใครจะได้อะไร?  

มรดกโลก..มรดกทางวัฒนธรรมเมืองนคร ประเพณี ๑๒ เดือน (ตอนที่ ๑)

โดย NN1234

 

กลับไปที่ www.oknation.net