วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สายน้ำ..คำถาม?..ในคำตอบ..นั่งเรือรอบเกาะเกร็ด??


  สายมากแล้วสำหรับวันที่หลายคนเรียกมันว่า"วันหยุด""วันพักผ่อน""วันครอบครัว"หรือสุดแล้วแต่ความหมายในแต่ละบุคคลไป บางคนอาจเป็นวันที่ถูกบังคับให้ต้องพาครอบครัวไปเที่ยว ด้วยอยากจะนอนๆๆๆยาวซักวันหลังทำงานเหนื่อยเหน็ดมาตลอดสัปดาห์ แต่ยังไงต้องใช้ให้คุ้ม ให้ครอบคลุม ให้เบ็ดเสร็จในวันเดียวว่างั้นเถอะ

  จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ไหนๆก็ไหนๆก็ไปพักผ่อนกันเถอะพี่น้อง เพราคนเราในปัจจุบันวันพักผ่อนมันน้อยเสียเต็มประดา บอกได้ว่าแทบไม่มี บางครอบครัวต้องรีบกุลีกุจอกันตั้งแต่ไก่ยังหลับ เพราะถ้ารอไก่โห่ คงต้องเสียกาลไปมากโข ทำให้วันหยุดนี้หดสั้นไปทันที

  ยิ่งคนกรุงแล้วไซร้ต้องวางแผนกันหนักๆเพราะด้วยเหตุผลด้านการจราจรเป็นหลัก ต้องวางแผนทั้งเส้นทาง สถานที่ และเวลา มิงั้นอาจชวดเอาง่ายๆ ฮ่าๆๆๆ

  ส่วนพี่น้องต่างจังหวัดสบายบรื๋อ ม่วนซื่นโฮแซว สะดวกโยธิน ถ้าไม่คิดมาเที่ยวเมืองหลวง  ถ้าคิดเข้าเมืองหลวงเมื่อไหร่เตรียมตัวได้เลย ริดสิดวงบานแน่ๆ ทั้งระยะทาง ทั้งมาเจอรถติด บวกกับการหลง และงงกับป้ายบอกทาง อิอิ มันเยอะจริงๆและมั่วมากๆ

 ช่วงนี้อากาศย่างหน้าหนาวกรุงเทพฯมันหนาวเสียเหงื่อแตกเชียว ต้องกินน้ำกันจนเยี่ยวกันไม่ทันเลยแหล่ะ เลยถือโอกาสแวะที่เกาะเกร็ด แหล่งท่องเที่ยว ขึ้นหน้าขึ้นตาของเมืองนนทบุรี ไ(ไม่ใช่สิวนะ) ลองไปเยี่ยมๆมองดูบ้างกลัวตกเทรนด์

 เดินทางช่วงบ่ายโมงเศษๆ เศษไปซักชั่วโมงได้ ตีว่าบ่ายสองโมงแล้วกัน หุหุ จากที่พักไม่ไกลมากนักเพราะอยู่ในอาณาบริเวณพื้นที่เดียวกัน แต่ไม่เคยไป ด้วยหาวันหยุดยาก และงงๆกับเส้นทาง เรามันบ้านนอก ถูกบังคับมาอยู่กรุง ไม่รู้ว่าเมืองนนท์คือกรุงเทพฯหรือไม่นะครับ แต่คนบ้านผมเขาบอกว่าตรงไหนรถเยอะๆ รถติดมากๆ มีไฟแดงมาก แล้วคนไม่ค่อยรู้จักกัน ก็เรียกว่ากรุงเทพนะลูกเหอ..ที่สำคัญยิ่งห้องติดกัน บ้านติดกัน ไม่รู้จักน่านหล่ะชัดเลย"กรุงเทพฯ"

  เดินไปถึงปั๊ปจอดรถใต้สะพานพระราม๕ เดินหาเส้นทางไปท่าเรือข้ามไปยังเกาะเกร็ด เดินไปได้สัก ๑๐๐ เมตร แอ๊ะ..ชักร้อน ชักเมื่อยแฮะ พยายามควานหาเส้นทางลัดไปท่าเรือ เอาว่ะ..เข้าทางประตูวัดบ่อนี่หล่ะคงใกล้ เดินไปได้อีก๒๐๐ เมตร ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปตามทางเพราะเห็นวินมอเตอร์ไซค์ขับผ่าน บังเอิญพบชายตัวดำร่างท้วม แต่งกายด้วยชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวหม่นๆ สังเกตุคอเสื้อดำปี๋ นุ่งกางเกงกีฬาขายาว รองเท้าลำรอง เหงื่อไคลเต็มหน้าไหลไปถึงคางคอ 

 

.. ชายคนนี้ตะโกนทักสอบถามว่า..ไปเกาะเกร็ดหรือครับ..?

..ครับ..ผมตอบ

..ถ้าไปเกาะเกร็ดพี่ลงเรือทางนี้ดีกว่า..เดินไปยังไงก็ไม่รอบ..

..ไม่มีอะไรเลย..พี่จะไปดูอะไร..

เสร็จแล้วเขาก็แนะนำตัวพร้อมกางเอกสารหลักฐานและแผนที่สถานที่ท่องเที่ยวเกาะเกร็ด พร้อมแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าหน้าที่ของทางเทศบาลเกาะเกร็ดนนทบุรี

..ว่าแล้วเขาก็สาธยายไป..

..สุดท้ายจบลงที่..ค่าเรือ ๔๐๐ บาทครับพี่เที่ยวได้รอบเกาะเลยผมรับรอง..

..ถ้าไม่จริงมาเอาเงินคืนไปเลย..

..อ้าวไหนๆก็บ่ายแก่แล้ว ลองนั่งเรือดูซิว่ารอบเกาะมันมีอะไรเผื่อจะดีกว่าเดิน..

  จากนั้นเขาก็พาเดินไปท่าเรือหางยาว เพื่อขึ้นเรือ ท่าเรือก็อยู่ตรงที่ผมจอดรถนั่นหล่ะใกล้กันแค่จมูกกับปาก 

..ขึ้นเลยครับ..

..ค่าโดยสารครับ ๔๐๐ จ่ายตรงนี้ครับ..

  ขึ้นเรือปั๊ปขับนายท้าย ที่ไม่ใช่พันท้ายนรสิงห์ก็บิดคันเร่งเสียเต็มสปีด แค่อ้าปากไม่ทันหุบ 

..ถึงแล้วครับเกาะเกร็ด..

..เดี๋ยวพี่ลงท่านี้นะครับ ไปหาอะไรกินก่อน..

..ผมคิดในใจทั้งที่ผมกินมาแล้ว เขารู้ได้ไงว่าผมจะกินข้าว อืมม์..(การตลาดเยี่ยม)

..แล้วเจอกันครับ หากเดินไปถึงวัดเสาธงทอง โทรหาผม แล้วผมจะมารับ..

..อ้อ..อย่าทำเบอร์หายนะเดี๋ยวอาจต้องได้กลับเอง..

..อ้าวซวยหล่ะกรูส์์ ยิ่งขี้หลงขี้ลืมอยู่ด้วย..

บรรยากาศอย่างที่บอกครับตลอดเส้นทางที่จะเดินไปจุดนัดหมายมีสินค้าข้ามจังหวัดมายมายที่พ่อค้าแม่ขายนำมาจำหน่ายมากมายก่ายกอง โดยเฉพาะเสื้อผ้าออกแบบตามแนวตลาดน้ำต่างๆที่ผุดขึ้นมาเยอะแยะจนแท๊กซี่ก็งง! ผู้โดยสารก็บอกไม่ถูกว่าตลาดน้ำไหน ฮ่าๆๆ ตลอดแนวขนานไปกับลำน้ำเจ้าพระยา

 ครับตามนิสัยพระยาชมตลาดอย่างผม ชม ถ่ายภาพ อย่างเดียว ไม่เกี่ยวกะตังค์ในกระเป๋าเลย ไม่ได้กินผมหรอกพี่น้อง นอกเสียจากมันจะจี๊ดเข้าหัวใจทั้งซีกซ้ายซีกขวา สินค้านั้นจะต้องโดน..ไม่ให้หลุดมือไปง่ายๆ

 

ตลอดรายทางผมพยายามอย่างยิ่งที่จะกวาดสายตาหาร่องรอยความโบราณเพื่อเก็บภาพ ด้วยความชอบส่วนตัว และก็ได้ภาพมาบ้างแต่ไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ หรือผมหาไม่เจอก็ไม่รู้ เอาเท่าที่ได้แล้วกันครับ (ในใจต้องเอาให้คุ้มกับเงิน๔๐๐)

 ไม่นานก็ถึงจุดนัดหมายที่วัดเสาธงทอง ระหว่างทางที่เดินเห็นพ่อค้าแม่ขายเริ่มเก็บข้าวของกลับกันแล้ว บังเอิญหูดันไปได้ยินเสียงบ่นมาแว่วๆ..

..นี่ถ้าไม่เก็บค่าที่ไม่มาแล้ว เซ็ง..

คงเจอพระยาชมตลาดอย่างเราเยอะนะซิ แหม่ ก็เล่นมีเหมือนกันทุกตลาดนี่

 

ลงเรือที่วัดเสาธงทอง ไปต่อที่ตลาดน้ำวัดสว่างอารมณ์อีก โห..ตลาดอีกแล้ว ไปถึงเขาเก็บของหมดแล้ว ชวดครับชวดพี่น้อง เลยปล่อยหอยลงกะทิ โอ้ๆๆไม่ใช่ลงแม่น้ำเอาบารมี เอาบริวาร เผื่อเขาจะได้ขยายพันธุ์แม่ค้าจะได้จับมาขายอีก..ซะงั้น

 

 

ชักไม่ไหวขึ้นเรือดีกว่า ซึ่งคนขับเรือจอดเทียบท่ารอเราอยู่ ตั้งแต่ย่างเท้าขึ้นตลาดน้ำแห่งนี้แล้ว ตอนลงจะไปต่อ อ้าว..ใคร ทำไมมีสมาชิกมาเพิ่มอีกสอง  งงๆ..ทั้งๆที่เราเหมามานะเนี่ย นายท้ายเล่นคูณสองดับเบิ้ลเว่ยเห้ย

..พี่จะไปต่อที่ชุมชนผ้าบาติกไหม..

..ไปซิครับ ไหนบอกรอบเกาะ..นายท้ายเริ่มเหลี่ยมกับเราแหล่ะ

พอเรือไปเทียบท่าที่ชุมชนผ้าบาติก สมาชิกใหม่ทั้งสองคนในลำเรือก็ไม่ยอมขึ้นมากับเรา แต่นั่งกดดันรอเราอยู่ในเรือซะงั้น พร้อมบ่นเข้าหู 

..จะขึ้นไปทำไมไม่รู้ เขาไม่มีอะไรหรอก..

ผมขึ้นไปก็ไม่มีอะไรมาก เห็นแต่เพียงร้านค้าขายผ้าบาติกเหมือนสหกรณ์ประมาณนั้น แต่แหล่งและกระบวนการทำนั้นไม่เห็นเลย ผิดหวังอีกรอบ หรือเขาปิดไปแล้วตอนนั้น กอปรกับมีสมาชิกใหม่นั่งกดดันอยู่เลยเดินดูๆก็กลับลงเรือ

 นายท้าย ขับวนไปเรื่อยๆไม่เกิน ๑๐ นาทีถึงจุดที่ขึ้นเรือตอนบ่ายเป็นอันจบทริป

..แล้วจุดอื่นๆหล่ะครับ..ไม่เห็นพาไป

..ออ..เขาปิดหมดแล้วครับ

..ขอบคุณนะครับ..

"อ้าวแล้วตอนขึ้นเรือทำไมโฆษณาเสียดิบดี ไม่บอกว่าไม่ทัน รู้งี้เดินดีกว่านั่งเรืออาจจะไปเที่ยวได้รอบเกาะกว่านี้ ไม่ได้ให้ขับเรือรอบเกาะแต่ผมอยากดูวิถีในเกาะ ตายๆๆๆ"

สุดท้ายไม่จบทริปเหมือน"หลงเกาะ" เสียค่าโง่ไป ๔๐๐ บาท พร้อมนายหน้าหาหัวไม่เห็น ว่าจะถามซักหน่อยในแผนที่โปรโมทเสียคุ้มเชียว..

                                                ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,สวัสดี,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

ภาพที่พอเก็บได้ในทริปนี้..

 

 

โดย ฅนป่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net