วันที่ พุธ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มวยในตำนาน


มวยในตำนาน

โดย

"ศ. กาญจนา"

 

 

                ชีวิตการต่อสู้บนผืนผ้าใบ เป็นชีวิตที่มีช่วงเวลารุ่งโรจน์อันแสนจะจำกัด ไม่มีผู้ใดจะยืนอยู่ค้ำฟ้าได้ เมื่อถึงวัยที่สังขารเริ่มร่วงโรย หลายคนก็อำลาวงการมวยได้ทันท่วงที แต่ก็มีอีกหลายคน ที่ทนเสน่ห์กลิ่นสาปนวมไม่ไหว บางคนทั้งๆที่อำลาวงการแล้วหวนคืนกลับเวที ก็มักจะเป็นตอนที่สภาพร่างกายไม่อำนวยเสียด้วย

 

                มีการชกครั้งประวัติศาสตร์คราวหนึ่ง เมื่อสุภาพบุรุษแห่งสังเวียนคนแรกของไทย “สมาน ดิลกวิลาศ” ที่เลิกชกไปหลายปีแล้ว ทนการรบเร้าของแฟนมวยและคณะกรรมการจัดมวยการกุศลไม่ไหว เมื่อประมาณปี 2493- 2494 เห็นจะได้ ตอนนั้นเป็นยุคที่ สุข ปราสาทหินพิมาย หรือ “ยักษ์ผีโขมด” กำลังมาแรงและรุ่งเรืองสุดๆ ยืนผงาดอยู่คนเดียวไม่มีนักมวยคนไหนจะมาเทียบได้ ด้วยแกมีพละกำลังมหาศาล มีหมัดขวาหนักเหมือนช้างถีบ มีศอกเข่าที่ตีเป็นจักรผัน จนหมดคนที่จะต่อกรด้วย กำลังจะขึ้นคานแขวนไว้บนหิ้งอยู่แล้ว เกิดมีบรรดาแฟนมวยเกือบทั่วประเทศ เรียกร้องให้เอาสมานที่เป็นขวัญใจแฟนมวยและได้แขวนนวมไปแล้วหลายปี ให้กลับมาชกกับสุข ในมวยรายการกุศลที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ หลายคนหวังว่าชั้นเชิงมวยไทยที่คล่องแคล่วชั้นครู และอาวุธที่หนักไม่แพ้กันของสมาน จะโค่นยักษ์สุขผู้แข็งแกร่งในขณะนั้นลงได้

                การชกวันนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน สมานที่มีหุ่นเจ้าเนื้อและมีอายุแก่เกินแกงไปแล้วหลายปี ได้ใช้ประสบการณ์หลอกดักชกดักเตะจนยักษ์สุขล้มก้นจ้ำเบ้า เมื่อสุขลุกขึ้นมารุกไล่ก็โดนสมานเชิดศอกใส่เสียหน้าหงาย แต่แล้วสมานก็หนีความจริงไม่พ้น หลังจากการชกผ่านมาได้เกินครึ่งทาง สุขก็เร่งมือลุยหนักชนิดไม่ยอมให้สมานหยุดพักหายใจตลอดยกสี่ทั้งยก เมื่อระฆังหมดยกดังขึ้น สมานที่แก่แล้วก็อ่อนระโหยเดินกลับมุมไม่ไหว พี่เลี้ยงต้องออกมาช่วยประคองพาสมานเข้ามุมไปบีบนวดให้น้ำ สมานพยายามหายใจลึกๆยาวๆอยู่สองสามครั้งแล้วก็สั่นหัว ครั้นถึงยกห้า แทนที่สุขจะไล่บดขยี้ต่อเหมือนยกที่ผ่านมา  กลับเป็นฝ่ายเบามือและประคองการชกจนครบยก ไม่ยอมน็อครุ่นพี่ให้คว่ำคาเวที เมื่อระฆังหมดยกห้าดังขึ้น การชกนัดประวัติศาสตร์ก็สิ้นสุดลง นักมวยทั้งสองเดินกลับเข้ามุมตนเอง แต่แล้วสมานก็หันกลับไม่ยอมเข้ามุม เดินโซซัดโซเซมายกมือสุขชูขึ้นก่อนที่กรรมการจะตัดสิน สุขทรุดตัวคุกเข่ากราบสมานกับพื้นเวที คนดูทั้งสนามพากันเงียบกริบ แต่แล้วก็พากันลุกขึ้นยืนตบมืออย่างสนั่นหวั่นไหว

 

                ตั้งแต่นั้นมา นักมวยรุ่นหลังๆก็ปฏิบัติตามด้วยถือเป็นประเพณีของมวยไทย จะมีการไหว้ขอขมารุ่นพี่อยู่เสมอ เป็นวัฒนธรรมบนสังเวียนมวยไทยที่แสนจะงดงามมาจนถึงปัจจุบัน

 

โดย sorkanchana

 

กลับไปที่ www.oknation.net