วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยว "ลาว" อย่างไร "ไม่เสียตังค์" :: ตลาดอินโดจีน วัดริมโขง มุกดาหาร


ตลาดอินโดจีน

หลังจากเดินทางออกจาก Savan Vegas เมื่อเช้านี้ โดยรถของโรงแรมพาเรามาส่งยังด่านศุลกากรสะหวันเขตเพื่อผ่านพิธีการ ปกติแล้วตรงด่านศุลกากรแห่งนี้ จะมีร้านปลอดภาษี หรือที่เราเรียกกันว่า ดิวตี้ ฟรี แต่เนื่องด้วยเรามาถึงกันเช้าเกินไป ทำให้ร้านดังกล่าวยังไม่เปิดให้บริการ

วัดยอดแก้วศรีวิชัย

เราผ่านพิธีการที่ด่านศุลกากรสะหวันเขต มีการตรวจตราสิ่งของที่จะนำออกนอกประเทศเป็นปกติ แล้วก็ขึ้นนั่งบนรถบริการข้ามสะพานมิตรภาพไทย - ลาวแห่งที่ 2 (มุกดาหาร) เพื่อมายังด่านศุลกากรฝั่งไทยอีกครั้งหนึ่งอย่างเรียบร้อย ผ่านฉลุย

พระพุทธชีนสิริมงคล

เนื่องด้วยคนรู้จักและคนขับรถเป็นคนใจดี เห็นว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ยังไม่ได้เสียเงินจากการช๊อปปิงดิวตี้ ฟรีกันเลย ก็เลยพาเราแวะเที่ยวกันที่ "ตลาดอินโดจีน" หรือตลาดชายขอบประเทศนั่นเอง

ลายปูนปั้นในวิหารพระพุทธชีนสิริมงคล

พระพุทธชีนสิริมงคล

เมื่อซักสิบกว่าปีก่อนที่มาเดินตลาดแห่งนี้ ดูอึมครึม มอซอมีสภาพไม่ต่างกับตลาดปีนัง แถว ๆ คลองเตยแต่อย่างใด แต่ปัจจุบันทั้งหมดได้เปลี่ยนไปแล้ว สภาพดูดีกว่าก่อนมากมาย แถมยังสะอาดสะอ้านทำให้ตึกแถวที่เรียงรายตามถนนเลียบแม่น้ำโขงที่ยาวกว่า 1 กม. นี้น่าเดินมากขึ้นอีกด้วย

พระธาตุพนมจำลอง

ตลาดอินโดจีนแห่งนี้เกิดขึ้นมาหลังการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ “เปลี่ยนสนามรับเป็นสนามการค้า” ในปี 2535 สมัยรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัน ได้มีการก่อสร้างตึกแถวตามถนนสำราญชายโขง มีการสร้างศาลาเรารักมุกดาหารเป็นจุดชมทัศนียภาพแม่น้ำโขง มีการปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงตลาดอินโดจีนเพิ่มขึ้นที่ใต้ศาลาดังกล่าวอีกด้วย

ประตูสู่อินโดจีน และทิวทัศน์ริมฝั่งโขงจากศาลาเรารักมุกดาหาร

ตลาดอินโดจีนถือว่าเป็นตลาดขายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน แม้นว่าสินค้าต่าง ๆ จะเป็นสินค้าเดิม ๆ ที่เคยเห็นและมีขายอยู่อย่างดาดดื่นในย่านนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มาจากประเทศจีน ลาวและเวียดนาม ที่มีราคาถูกแต่ขาดความคงทน และปราณีตในการผลิตจึงไม่ได้รับความสนใจจากพวกเรามากนัก

ทิวทัศน์ริมฝั่งโขงจากศาลาเรารักมุกดาหาร

นอกจากนี้ที่บริเวณตลาดอินโดจีนที่จัดทำป้าย ประตูสู่อินโดจีน และสุดเขตแดนสยามไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแล้ว ยังมีศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง อยู่ในบริเวณนี้ด้วย

มีเรื่องเล่าขานกันต่อมาว่าในราวปี พ.ศ. 1896  ว่าเจ้าฟ้างุ้มแห่งเมืองล้านช้าง เป็นบุตรเขยของกษัตริย์เมืองอินทะปัดได้พาลูกหลานอพยพตามลำแม่น้ำโขงผ่านเมืองหนองคาย เมืองนครพนม ผ่านเข้าสู่เขตเมืองมุกดาหารบริเวณปากน้ำห้วยมุกจึงเกิดเหตูการณ์เรือล่มบริเวณปากห้วยมุก ทำให้ธิดาสาวทั้งสองคนมีพระนามว่าพระนางพิมพา กับพระนางลมพามา สิ้นชีพิตักษัยบริเวณแม่น้ำโขงหน้าศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง จึงได้สร้างศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงธิดาทั้งสองของเจ้าฟ้างุ้มแห่งเมืองลานช้าง

เครื่องหัตถกรรมที่ชาวบ้านทำ และนำมาวางขาย

ต่อมาในสมัยเจ้ากินรี เจ้าเมืองมุกดาหารคนแรก ได้เกิดอภินิหารเกิดขึ้นอย่างบ่อยครั้ง ในวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 6 เจ้ากินรีจึงได้ทำการสืบทราบประวัติแห่งความเป็นมาและก่อตั้งศาลขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2315  เพื่อให้ดวงวิญญาณสองธิดาทั้งสองได้สิงสถิตอยู่ และได้ขนานนามว่า “หอเจ้าแม่สองนางพี่น้อง” นับตั้งแต่นั้นสืบมา

ภายในตลาดอินโดจีน ชั้นใต้ดินด้านล่างศาลาเรารักมุกดาหาร

วัดศรีสุมังค์  (วัดช้าง)

พอลงจากศาลาเรารักมุกดาหาร เราจะเห็นวัดยอดแก้วศรีวิชัย ตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับศาลา วัดแห่งนี้ มีวิหารใหญ่ประดิษฐาน "พระพุทธชีนสิริมงคล" ไว้เพื่อให้ชาวบ้านประชาชนเข้ามาสักการะบูชา

เครื่องแขวนในอุโบสถวัดศรีสุมังค์

ชาวบ้านมาประกอบพิธีทางศาสนา

วัดยอดแก้วศรีวิชัยนี้ ก่อสร้างเมื่อปี 2369 โดยพระยาจันทร์สุริยวงษ์ (กิ่ง) เจ้าเมืองมุกดาหารลำดับที่สอง พร้อมกับเจ้านางยอดแก้ว ผู้เป็นภรรยา ครั้นต่อมาในปี 2389 พระจันทร์สุริยวงษ์ (พรหม) ผู้เป็นลูกได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่พร้อมกับตั้งชื่อว่า “วัดยอดแก้วศรีวิชัย” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้านางยอดแก้วผู้เป็นมารดา นอกจากนี้ภายในวัดยอดแก้วศรีวิชัยยังมีองค์พระธาตุพนมจำลอง อีกด้วย

เมื่อออกจากวัดยอดแก้วศรีวิชัย ไปไม่ไกลเท่าไหร่ เราก็พบกับ วัดศรีสุมังค์  (วัดช้าง) ซึ่งก่อสร้างเมื่อปี 2473 ภายในวัดจะมีพระธาตุศรีสุมงคลประดิษฐานอยู่ ลักษณะรูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนมองค์เก่า ก่อสร้างเมื่อปี 2539

อุโบสถใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ศาลเพียงตา

ในวันที่เราไปกันนั้น ทางวัดได้มีการจัดพิธีทำบุญเพื่อหาเงินสร้างพระอุโบสถ ซึ่งชาวบ้านที่ไปทำบุญก็ให้การตอนรับเราเป็นอย่างดี เราเข้าร่วมพิธีทำบุญกับเขาสักพัก ก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้านหันหลังให้ทั้งวัด ทั้งบ่อน เพื่อกลับบ้านของตัวเองอีกหน และสิ้นสุดการเดินทางในครั้งนี้ พร้อมได้ ทริคในการเที่ยวดี ๆ ว่าจะเที่ยว "ลาว" อย่างไรให้ "ไม่เสียตังค์" ต่อไป

ข่องมงคล

พระพุทธรูปในอุโบสถใหม่

พระประธานในพระอุโบสถใหม่

โดย สายลมที่ผ่านมา

 

กลับไปที่ www.oknation.net