วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำข้าว


น้ำข้าว

โดย

“ศ. กาญจนา”

           

                ขอหยุดพักเรื่องมวยไว้สักพัก แล้วค่อยมาคุยต่อในวันหลัง

 

                 ประมาณปี 2526- 2527 คุณเจี๊ยบเป็นนักเรียนสถาปัตย์ลาดกระบัง มาหาเราที่สำนักงาน เพื่อให้เราช่วยติดต่อหาที่เรียนต่อที่อเมริกา ขณะนั้นแกเรียนใกล้จะจบแล้ว ผลการเรียนที่ผ่านมาอยู่ในระดับดีทีเดียว อีกอย่างหนึ่ง แกก็เป็นลูกศิษย์เพื่อนผมที่เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่นด้วย เลยทำให้เราสนิทกับแกมากขึ้น เราตั้งใจว่าจะดูแลแกเป็นพิเศษ คุณเจี๊ยบลากลับด้วยความปลอดโปร่งใจ และบอกกับเราว่า ต่อไปนี้แกต้องยุ่งกับการเรียนและแข่งกีฬาให้คณะฯสักพัก ด้วยแกเป็นนักรักบี้ตัวสำคัญของทีม แกคงต้องหายหน้าไปอีกนาน แต่ถ้าทุกอย่างพร้อมเมื่อไรแกจะรีบกลับมาหาเราทันที

                คุณเจี๊ยบหายหน้าไปนานจนเรานึกว่า แกเปลี่ยนแผนการไปเรียนต่อเสียแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งแกโผล่มาหาหน้าตายิ้มแย้ม บอกว่าตอนนี้เรียนจบแล้ว อยากจะไปเรียนต่อให้เร็วที่สุด อยากจะรีบจบกลับมาเพื่อช่วยธุรกิจของคุณพ่อ ที่กำลังต้องการให้แกสานงานต่อ  แกลุกขึ้นช้าๆพร้อมเอ่ยลากลับ ขณะขึ้นรถก็หันหน้ามาคุยกับเราต่อ แกขยับเท้ายกเท้าอย่างระมัดระวัง ก้าวช้าๆเข้าไปในรถพร้อมกับโบกมือลาอีกที

                คุณเจี๊ยบได้ไปเรียนหนังสือที่ “จอร์เจีย เทค” เมือง แอ็ตแลนต้า มลรัฐ จอร์เจีย การเรียนเป็นไปด้วยดี ได้เพื่อนฝูงใหม่หลายคนทั้งไทยทั้งฝรั่ง คุณเจี๊ยบซื้อรถไว้คันหนึ่ง เอาไว้ขับไปเรียนหนังสือ และสำหรับเดินทางท่องเที่ยวไปต่างรัฐ ที่ข้างตึกเรียนในยูฯ มีช่องจอดรถช่องหนึ่ง ที่กว้างเป็นพิเศษและจอดง่าย ไม่ต้องเดินไกลเหมือนช่องจอดอื่นๆอีกด้วย คุณเจี๊ยบเลยอาศัยจอดเป็นประจำด้วยเห็นว่าสะดวกดี มีเพื่อนนักเรียนไทยและเพื่อนฝรั่งมองๆอยู่หลายครั้ง อาจจะเป็นเพราะคุณเจี๊ยบแกมีบุคลิกดี จึงมีแต่คนอยากจะรู้จักขอเป็นเพื่อนด้วย วันหนึ่ง ฝรั่งที่เป็นอาจารย์เดินมาหาคุณเจี๊ยบที่รถ และพูดเบาๆว่า

 

               “ยูคงไม่รู้ใช่ไหม ว่าที่จอดรถตรงนี้เขามีไว้สำหรับพวกคน แฮนดิแค็ป หรือคนพิการ ที่พวกเขาเดินไม่ค่อยจะไหว ยูดูรูปบนป้ายนั่นสิ เป็นรูปคนนั่งรถเข็น ยูต้องไปจอดที่อื่นเสียแล้วละ” อาจารย์ฝรั่งพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแล้วก็เดินจากไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณเจี๊ยบไม่ได้จอดรถตรงนั้นอีกเลย

                เมื่อกลางเทอมสุดท้าย คุณเจี๊ยบจัดปาร์ตี้ที่ๆพัก เชิญพรรคพวกที่กำลังจะเรียนจบด้วยกัน ให้มาเฮอาก่อนที่จะลาจากกัน ซึ่งก็เหลือเวลาอยู่อีกไม่นานนัก หลังจากปาร์ตี้ดำเนินไปพักใหญ่ คุณเจี๊ยบเหนื่อยเหงื่อโทรมกาย เลยขอตัวขึ้นไปพักที่ห้องชั้นบนสักครู่ บอกพรรคพวกว่าเดี๋ยวจะลงมาใหม่ เพื่อนหญิงชายที่สนิทมากๆสองคนไม่ยอม เดินตามขึ้นไปที่ห้องแล้วเปิดประตูเข้าไปโดยถือวิสาสะ ฉุดคุณเจี๊ยบที่นั่งอยู่ขอบเตียงให้ลุกขึ้น คุณเจี๊ยบเซถลาเกือบล้มต้องเอามือทั้งสองเท้าพื้นเพราะต้องยืนอยู่ด้วยขาเดียว ใช่แล้วครับ คุณเจี๊ยบถอดขาอีกข้างเอาวางไว้ข้างๆตัว เป็นขาเทียมที่คุณเจี๊ยบไม่บอกใครให้รู้เรื่องนี้ แกเลยต้องยืนขาเดียวจริงๆ คุณเจี๊ยบเล่าว่า แกประสบอุบัติเหตุขาหักจากแข่งรักบี้ เกิดแผลติดเชื้อเน่าเปื่อย จนในที่สุดหมอต้องทำการตัดขาข้างนั้นทิ้ง

                มิน่า แกถึงเดินได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนก่อน ตอนแกไปหาเราที่สำนักงานในกรุงเทพฯตอนหลังนั้น แกเคลื่อนไหวตัวช้ากว่าเดิมมาก แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็น นึกว่าแกเป็นคนสุภาพแสดงกริยาอ่อนน้อมกับผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้เวลาอยู่ในแอตแลนต้า ที่เป็นเมืองที่ผู้คนเริ่มจะแออัด เมื่อแกจะเดินไปทำธุระที่ไหนไกลๆ ก็พยายามไม่เดินรวดเดียวจบ ถ้าเริ่มเหนื่อยก็จะแอบนั่งพักสักครู่แล้วค่อยเดินต่อ ตอนโดนอาจารย์ฝรั่งเตือนไม่ให้จอดรถนั้น ก็ไม่อยากบอกความจริงให้อาจารย์รู้ เกรงว่าจะเก้อเขินกัน เลยต้องยอมเอารถไปจอดที่อื่น แล้วสู้ทนเดินไกลเอาหน่อย

 

                 เราฟังเรื่องนี้แล้วใจหายจะหาใครเป็นคนดีทรหดอดทนอย่างคุณเจี๊ยบนั้นแสนยาก ตอนนี้คุณเจี๊ยบกลับเมืองไทยแล้ว ได้เจอกับผมครั้งหนึ่งในงานสังสรรค์ของสมาคมฯของเรา แกยังมีท่าทางเข้มแข็งเหมือนเดิม นอกจากเพื่อนสนิทแล้วไม่มีใครรู้ถึงความพิการของแกเลย นี่ถ้าตอนโน้นอาจารย์ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นทราบเรื่องนี้เข้า ผมว่าน้ำข้าวต้องไหลออกตาแน่ๆ


 

โดย sorkanchana

 

กลับไปที่ www.oknation.net