วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณขอมา !!!


            ฟุตบอล “ไทยพรีเมียร์ลีก” และ “ดิวิชั่น 1” ฤดูกาล 2012 กำลังจะรูดม่านปิดฉากในสุดสัปดาห์นี้ แต่ความน่าสนใจแทบจะไม่เหลือให้ลุ้นอีกแล้ว

            บทสรุปของ “แชมป์” และ “ตกชั้น” ทั้ง 2 ลีกมีคำตอบออกมาแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่ดิวิชั่น 1 ที่ต้องลุ้นหนีตกชั้นเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้น

            กระแสของลีกไทยในปี 2012 ยังถือว่าแรง และได้รับความสนใจจากแฟนบอลเหมือนในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาเหมือนเดิม

            แต่ฟุตบอลลีกไทยก็ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้เพื่อพัฒนาและแก้ไขกันต่อไป

            ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “โปรแกรมการแข่งขัน” ที่ยังคงเป็นปัญหาให้ต้องกุมขมับและหายากแก้ปวดหัวมารับประทานกันเหมือนเดิม

            ปัญหาที่น่าห่วงไม่น้อยไปกว่ากันคือ “แฟนบอล” ที่นับวันจะมีข่าวในทำนอง “ฮูลิแกน” และความวุ่นวายตามสนามต่างๆเยอะขึ้นทุกทีๆ

            แต่แน่นอนว่าปัญหาใหญ่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “ผู้ตัดสิน” ที่มีเหตุเชิ้ตดำทำฟลาว์อยู่บ่อยหน

            ปัญหาของผู้ตัดสินมีการพูดถึงกันมานานข้ามปี และในช่วงท้ายฤดูกาลที่กำลังจะจบลงไปถือว่าหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าเดิม

            ไม่น่าเชื่อว่าฟุตบอลลีกไทยกำลังพัฒนาไปในทางที่ดี องค์ประกอบหลายๆด้านพัฒนาขึ้นมามาก

            แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่พัฒนาเลยคือ “ความคิดและจิตใจ” ของคนทำทีมและผู้ตัดสินบางคน

            เหตุการณ์ “คุณขอมา” ในช่วงท้ายฤดูกาลจึงเกิดขึ้นแบบแพร่ระบาดไปในทั้งไทยพรีเมียร์ลีกและดิวิชั่น 1

            ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีการคาดเดาผลสกอร์ และบทสรุปต่างๆได้อย่างแม่นยำตั้งแต่เกมยังไม่ทันเริ่มเขี่ยบอล

            บางสนามมี “จุดโทษกังขา” เกิดขึ้น แบบแฟนบอลรวมถึงผู้บรรยายเกมยังงงว่า…เป่าได้ไง (วะ)

            นั้นคือเรื่องหน้าจอหรือในสนามที่แฟนบอลเห็นได้กันทั่วไป แต่เรื่องหลังไมค์ยังมีให้ละเหี่ยใจอีกมาก

            เชื่อกันหรือไม่ว่าก่อนเกมในสัปดาห์รองสุดท้ายของฤดูกาลนัดที่ผ่านมามีการ “คุณขอมา” กันให้อีกเพียบ

            เรื่องคนทำทีมขอกันนั้นไม่ได้ยินกับหูเลยไม่อยากจะเชื่อใคร แต่เรื่อง “กรรมการขอให้” อันนี้ยืนยันว่าน่าจะมีจริงแน่

            ข่าวลือทำนองนี้เกิดขึ้นมาเกือบทั้งฤดูกาล สำคัญที่่ว่าคุณได้ยินจากใครและน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน

            ส่วนตัวแล้วจากที่ได้ข้อมูลหลายๆฝ่ายมาประมวลผลหาความเป็นจริงแล้วขอสรุปว่าน่าเชื่อถือ

            ยกตัวอย่างบางกรณีที่มีคนทำทีมบางคนเล่าให้ฟังว่ามีผู้ตัดสินโทรศัพท์มาหาแล้วบอกว่า “เกมนี้ท่านขอ”

            แค่คำพูดคงไม่ทำให้เชื่อ แต่ถ้าคิดตามและวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆแล้วถือว่ามีเหตุและผลให้น่าเชื่อว่าจริง

            ที่ต้องเชื่อเพราะลองย้อนไปดูสิว่าตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมาเคยเห็นผู้ตัดสินบางคนที่ถูกคนด่าทั้งบ้านทั้งเมืองโดนลงโทษหรือไม่

            ผู้ตัดสินหลายคนอาจจะเดือดร้อนลงทำหน้าที่แล้วไม่ได้รับเงินค่าจ้างค่าเปา แต่สำหรับผู้ตัดสินบางกลุ่มฤดูกาลที่ผ่านมาถือเป็น “ปีทอง” เลยก็ว่าได้

            ไล่มาตั้งแต่ “หัวยันหาง” บางคนได้ดิบได้ดีเลื่อนขั้นเลื่อนยศ บางรายเป็นข้าราชการได้ขยับขั้นขยับระดับ “ซี”

            บางคนเจอคดีต้องตกงานอยู่ที่เก่าไม่ได้ แต่ยังสามารถไปบรรจุงานที่ใหม่ได้แบบคนในหน่วยงานเดียวกันยังงงว่ามาได้ไง

            นี่ยังไม่รวมถึงพวก “โคตรเชลียร์” ที่ได้ดิบได้ดีตีตรา “ฟีฟ่า” อีกหลายรายที่อาจจะรุ่งทางด้านผู้ตัดสิน แต่กำลังอยู่ในช่วง “เพื่อนไม่คบ”

            ผู้ตัดสินบางคนฝีมือทำหน้าที่แบบคนด่าทั้งฤดูกาล แต่ดันถูกเลือกเป็นระดับ “อีลีท” ของประเทศที่เป็นตัวเลือกแรกในการถูกส่งไปตัดสินในระดับนานาชาติ

            ไม่อยากจะบอกว่ามันเป็นกระบวนการแบบ “ทีมเวิร์ก” ของผู้ตัดสินยุคนี้ แต่มันคือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ออก

            เมื่อแต่ละคนไม่มียางอายใช้หน้าที่ของตัวเองหาผลประโยชน์ใส่ตัวจึงเกิดความฉ้อฉลและค้างคาใจของคนในวงการฟุตบอลมาตลอด

            อย่างการวางตัวผู้ตัดสินลงแมทช์ หลายสโมสรเฉลี่ยแล้วต่อฤดูกาลได้ผู้ตัดสินประมาณ 13-14 คนผลัดกันมาเป่า

            แต่ทำไมบางทีมมีผู้ตัดสินลงเป่าแค่ 8-9 คนซ้ำๆกัน และมีบางช่วงที่มีผู้ตัดสินสลับกันเป่าแค่ 2 คนหมุนเวียนกัน

            ผู้ตัดสิน 2 คนที่ว่าเป็นที่คาดหมายกันในวงการเชิ้ตดำแล้วว่าจะได้ดีในตำแหน่ง “ฟีฟ่า” ชัวร์ๆ

            นี่คือความเป็นจริงของวงการฟุตบอลไทยที่คนในวงการย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ อยู่ที่ว่าจะ “แกล้งโง่” ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเลยไม่แก้ไขหรือเปล่าเท่านั้นเอง

             แต่กับหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นมันแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีคนแกล้งโง่อยู่ เลยปล่อยให้มีเรื่องไม่เข้าท่าและไม่โปร่งใสเกิดขึ้นอย่างที่เห็น

            สิ่งเกิดขึ้นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อวงการฟุตบอลไทย แต่เป็นเพียงผลประโยชน์สำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น

            แล้วคนบางกลุ่มที่ว่านี้จะเชิดหน้าชูตาไปได้อีกนานแค่ไหน นี่คือคำถามที่ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน

            แต่ที่บอกได้แน่ๆคือหากคนในวงการฟุตบอลไทยนิ่งเฉยต่อพฤติกรรม “คุณขอมา” ที่ว่านี้ก็รับประกันได้เลยว่าฟุตบอลไทยเตรียมล่มสลายในเร็ววัน

            อยูที่ว่าจะตายช้าตายเร็วหรือเปล่าเท่านั้นเอง….ฟันธง 

 

*** บับเบิ้ล..บ้าบอล ในคมชัดลึก สปอร์ตวาไรตี้ 27 ต.ค. ***

โดย บับเบิ้ล

 

กลับไปที่ www.oknation.net