วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี "แกมี" ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน - วันที่ 3: ป้อม ซาน ติเอโก


ความเดิมตอนที่แล้ว

เรานั่งรถมาจากตาไกไต ตอนนี้เข้ามามะนิลาแล้ว เสร็จจากมื้อกลางวัน...

6 ตุลาคม 2555 (บ่ายโมงตรง เป้ะเว่อร์)

โปรแกรมช่วงบ่าย เราเริ่มกันที่ ป้อม ซาน ติเอโก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

เรากลับมาเริ่มต้นกันที่ อินทรามูรอส กันอีกครั้งหนึ่ง เป็นวันที่ 2 แล้ว

ที่เห็นนั่น เป็นสนามกอล์ฟ ซึ่งอยู่ด้านหน้ากำแพงเมืองโบราณ พอดี เป้ะเลยครับ

มองออกไปไกล ๆ เห็นหอนาฬิกา นั่นก็คือ ศาลาว่าการ มะนิลา มหานคร

ส่วนหลังกำแพงเมืองโบราณเข้าไปนั่น ก็คือ เขตอินทรามูรอส ที่เมื่อวาน เรามาเยี่ยมชมกันไปแล้ว

กลับมา อินทรามูรอส วันนี้ บรรยากาศต่างจากเมื่อวานลิบลับ ไม่มีผู้คนคราคร่ำ มาประท้วงหน้าทำเนียบ

บริเวณด้านหน้า Manila Cathedral ก็เลยดูเงียบเหงาไปถนัดตา (มีม้อบบ้าง อะไรบ้าง ก็ดีนะ)

ด้านหน้าทำเนียบ ที่เคยมีผู้คนมายืนตะโกนเย้วเย้ว อยู่เมื่อวานนี้

วันนี้ การชุมนุมก็สลายไปหมดแล้ว เงียบเหงาเหมือนกัน (อาจจะด้วยว่า วันนี้เป็นวันเสาร์ด้วยแหละ

ม้อบ อาจหยุดทำงานเสาร์อาทิตย์ หรือไม่ ก็ได้รับการตอบรับ ผลเป็นที่พอใจ ไปตั้งแต่เมื่อวาน

วันนี้ ก็เลยเงียบเหงาอย่างที่เห็น)

บ่ายวันนี้ เราเริ่มต้นกันที่ ป้อม ซาน ติเอโก ค่าเข้าชม 75 เปโซ (ประมาณ 57 บาท)

พอซื้อตั๋วเข้าชมเสร็จ ก็มีคนมา approach อีกแล้ว ขาย package ครับท่านผู้ชม 

เปิดเกมเสิร์ฟแรง ราคาต่อคน รวมค่าบรรยาย นู้นนี้ เบ็ดเสร็จ ตกคนนึงพันกว่า เกือบ 2 พัน

เดินหนีแทบไม่ทัน อย่างที่เคยบ่นไปในตอนก่อน ๆ แล้วว่า ผู้คนที่นี่ เข้าใจว่าผมเป็นเศรษฐีน้ำมัน

มาจากเมืองไทยหรือไงก็ไม่รู้ เข้ามาเปิดเกมเสิร์ฟแรง ขายของแต่ละอย่าง ละลายทรัพย์อย่างแรงทั้งนั้นเลย

มิหนำซ้ำยังถาม เมื่อวานไปไหนมา ก็เลยบอก มาอินทรามูรอสนี่แหละ 

เสร็จช่วงบ่าย ก็ไปตาไกไต ไปดูภูเขาไฟตาอัล

แล้วมาวันนี้ ก็เข้าเมืองมา ถึงเอาเกือบเที่ยง เข้าที่พัก กินข้าวเสร็จ ก็มานี่เลย

มันมีเหน็บเราเล็ก ๆ ว่า แหม amazing race กันจังเลยนะ!!!

ซื้อตั๋วได้เรียบร้อยแล้ว บริเวณด้านหน้า ก็จะเป็นบริเวณที่พักผ่อนหย่อนใจ มีสวน มีน้ำพุ 

และบรรดารูปปั้นทั้งหลายทั้งมวล อย่างที่เห็น

อันนี้ ผมก็ชอบนะ

ที่ชอบสุด ๆ เห็นจะเป็นที่ยืนด้านหลัง ไม่รู้สิครับ ผมชอบชุดแบบที่มีหมวกคุมแบบนั้นจังเลย

มอง มุมไกล ๆ อีกสักรูป แล้วเราก็จะเข้าไปในป้อม ซานติเอโก กันแล้ว

“ป้อมซานติเอโก” (Fort Santiago) เป็นป้อมปราการที่ถือว่าเป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึก

ที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปะสิก จากอ่าวมะนิลา ป้อมแห่งนี้ถูกทำลายจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐ

แต่ต่อมาถูกบูรณะซ่อมแซมเพื่อให้เป็นปูชนียสถานแห่งเสรีภาพ

ป้อมแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สวยงามดึงดูดสายตามากที่สุดจากยุคอาณานิคมของสเปน

ป้อมปราการขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1571

ป้อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษมานานนับปี และยังเป็นที่กักขังวีรบุรุษแห่งชาติ

อย่าง โฮเซ่ ไรซาล (หรือบางที คนฟิลิปปินส์ ก็ออกเสียงเป็น ริซัล)

และยังเป็นที่กักขังเหล่านักรบเสรีภาพ ในช่วงเวลาการทำสงคราม ระหว่างการยึดครองของญี่ปุ่น

ปัจจุบันตัวโครงสร้างของป้อมปราการได้ถูกบูรณะซ่อมแซม เพิ่มเติมสวนหย่อมเขียวชอุ่ม

และมีโรงละครของป้อมซานติเอโก 

บริเวณป้อมซานติเอโก ถือเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอินทรามูรอส

ตั้งอยู่บนถนนเจเนอรัลลูน่า และเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดการแวะชม

นี่ครับ โฮเซ่ ริซัล เป็นหมอ นักเขียนและวีรบุรษคนสำคัญของฟิลิปปินส์

โฮเซ่ ริซัล มีส่วนในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชจากสเปน 

เขาถูกจับและถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเมื่อ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2439 

(ตอนที่อายุได้เพียง 35 ปี) สนใจ ตามไปอ่านต่อได้ในวิกิพีเดีย

การเสียชีวิตของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวฟิลิปปินส์

ลุกขึ้นสู้จนขับไล่สเปนออกไปได้สำเร็จ

แม้ว่า ในเวลาต่อมา กลับต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของอเมริกา ก็ตาม

พาเข้าไปชมด้านในกันดีกว่า

ด้านในมีพิพิธภัณฑ์ริซัล ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ

ของ ดร.โฮเซ รีซัล ไว้เพื่อระลึกถึง และเปิดให้ผู้คนเข้าชม

ซึ่งวันเสาร์ที่เราไปกันนั้น ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย ๆ ประมาณบ่าย 3

มีคนไทยเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ (ตามที่มีการจดสถิติไว้) แค่ 12 คน

รวมผมและเพื่อเข้าไปอีก 2 ก็เป็น 14 คน ประเทศที่มาเยี่ยมชมมาก ๆ

เห็นจะเป็นจีน (ทั้งแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน) และเกาหลี 

รวม ๆ กัน ทั้งจีน ทั้งเกาหลี ทั้งไต้หวันนี่ ประเทศหนึ่ง เกิน 100 ทั้งนั้นเลย

ภาพนี้ น่าจะเป็นภาพวาด เพื่อระลึกถึง การถูกประหารชีวิตของ ดร. โฮเซ่ ริซัล

ตอน 7 โมงเช้าของวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2439

ภายในพิพิธภัณฑ์ ก็จะมีบรรดาข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ

รวมถึงงานปั้นของ ดร.โฮเซ่ ริซัล สมัยยังมีชีวิตอยู่

อันนี้ ผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นสัตว์ทดลองวิทยาศาสตร์ สมัยที่คุณหมอ เรียนแพทย์

ในยุโรป (เป็นเวลา 5 ปี) หลังจากที่ชีวิตต้องเผชิญมรสุมต่าง ๆ มากมาย

(ตอนอายุประมาณ 10 ขวบ) อย่างที่บอกไปแล้ว สนใจ อ่านเพิ่มจากวิกิพีเดียได้ครับ

ผมไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสืออะไรเหมือนกัน

ส่วนอันนี้เป็นนามบัตร ของคุณหมอ

อุปกรณ์ผ่าตัด หรือทรมาน ผมไม่แน่ใจ เห็นแล้วเสียว

ที่คือสถานที่จองจำ โฮเซ่ ริซัล ไปจนถึงวันก่อนประหารชีวิต

เป็นห้องมืด ๆ เล็ก ๆ มีหน้าต่างทรงสูงอย่างที่เห็น

แลดูน่าอึดอัด ปนน่ากลัว อย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

ส่วนอันนี้ เป็นตัวอักษรเบล ที่จัดวางไว้บริเวณหน้าทางขึ้นบันไดไปชั้น 2

ที่โถงบันได มันภาพวาดสีน้ำมันสวย ๆ วางเรียงรายอยู่หลายภาพเหมือนกัน

ถึงชั้นบนแล้วครับ อันนี้ ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะเป็นเถ้ากระดูกหรืออะไร

เดินออกจากตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เราจะเห็นแม่น้ำปาซิก

แม่น้ำสายสำคัญของประเทศ ที่คนฟิลิปปินส์ใช้อุปโภค บริโภค

และประโยชน์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรม 

ถ้าเปรียบไป ก็คงคล้าย ๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยาของบ้านเรา

บรรยากาศช่วงบ่าย ๆ วันเสาร์นี่ ชิล ๆ เย็น ๆ สบายมาก ๆ เลยครับ

รูปปั้นของ ดร. โฮเซ่ ริซัล ที่บริเวณด้านนอก

ชมวิวกันอีกพักใหญ่แล้วเราก็จะเตรียมเดินทางไปย่าน China Town กัน

ปิดท้าย ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

และยังคงหลงเหลืออยู่ภายในป้อม ซาน ติเอโก แห่งนี้ ก็นำเอามาจัดแสดง

ในตอนหน้า เราจะนั่ง jeepney จากหน้าป้อม ไปลงที่โบสถ์ Santa Cruz และจะแวะเที่ยวย่าน China Town 

ที่อยู่ใกล้ ๆ กันนั้นเอง (และรับประทานอาหารมื้อเย็น กันใกล้ ๆ China Town นั่นด้วย)

โปรดติดตาม ตอนต่อไปกันให้ได้นะครับ.

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net