วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันนั้น ... วันประกาศอิสรภาพจากนักโกงเมือง


 

..... จากบทความ   ‘ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๕ : หลากสี .. หนึ่งใจ .. ปฐมบทมวลชนแม่น้ำร้อยสาย ’    ซึ่งผู้เขียนทิ้งท้า

บทความด้วยคำถามที่ว่า .. “จะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรไม่ให้กลับเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองอีก  เพื่อที่เราทุกคน

จะได้ไม่ต้องออกมาขับไล่พวกเขาอีกในไม่กี่ปีข้างหน้า”       ปรากฎว่าวันนี้เมื่อได้มานั่งอ่านข่าวจึงทราบว่า เสธ.อ้าย

ได้ตอบคำถามข้อนี้เอานี้ไว้แล้ว  ผ่านการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์        ดังปรากฎอยู่ในรายงานพิเศษ

โมเดล เสธ.อ้าย แช่เข็งประเทศ 5 ปี’  ที่เผยแพร่ออกมาในช่วงบ่ายของการจัดการชุมนุม (ซึ่งก็ทำให้ผู้เขียนตกข่าวนี้

ไปโดยปริยาย เพราะมัวแต่อยู่ที่สนามม้านางเลิ้งทั้งวัน) .............................................................................

 

 

 

 

..... ‘แช่แข็งประเทศ’      วาทกรรมสนุกปากที่ผู้เขียนรู้สึกว่าไม่ค่อยจะตรงกับความเป็นจริงสักเท่าใดนัก เพราะจริงๆ

แล้วจากเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ มันก็เป็นเพียงแค่แนวทางในการพักไม่ให้นักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศเท่านั้น หา

ใช่การ ‘แช่แข็ง’  ที่จะทำให้ประเทศต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่แต่อย่างใด และถึงแม้คำให้สัมภาษณ์นี้ จะมีลักษณะไปในทาง

ที่เป็น  ‘ความเห็น’  ซึ่งอาจจะต้องมีการปรึกษาหารือในรายละเอียดกันต่อไปอีกครั้ง ก่อนที่จะประกาศเป็น ‘ข้อสรุป’ ใน

จุดยืนของการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้พอได้รู้แล้วว่า บนเส้นทางการชุมนุมเบื้องหน้ามีแนวทาง

ในการดำเนินการอย่างไรต่อไป ...........................................................................................................

 

..... เมื่อเชื่อมโยงแนวคิดกับความจริงที่ปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า    ..      นักการเมืองคือสิ่งไร้ค่าที่ไม่เคยสร้าง

ประโยชน์อะไรให้กับประเทศนี้อย่างแท้จริง”        ก็น่าที่จะพอคาดเดาได้ว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมหลายคน คงยินดีที่จะยอมรับ

กับแนวคิดเช่นนี้ของเสธ.อ้าย เป็นแน่   เพราะหลายอย่างที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นกันอยู่แล้วว่า     ภายใต้การ

บริหารประเทศด้วยน้ำมือของนักการเมืองยุคนี้สมัยนี้ นับวันทุกอย่างมีแต่จะแย่ลง       เช่นนั้น มิสู้ลองหันมาทำดูแบบ

นี้ซักครั้งดูบ้างมันจะเป็นไร  ( ซึ่งในส่วนรายละเอียดของเรื่องนี้ ที่ว่าจะทำอย่างไรหรือทำได้จริงไหม  คงต้องนำมาว่า

กันอีกครั้งหลังจากมีข้อสรุปที่ชัดเจนกว่านี้ )    และเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงยังจุดที่เงื่อนไขจากทางผู้นำการชุมนุมพร้อม

แล้ว   พลังมวลชนที่แสดงออกมาให้เห็นเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ที่ผ่านมา ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้วว่าเอาด้วยแน่นอน

ประเด็นที่น่าสนใจต่อจากนี้จึงอยู่ที่ว่า .. แล้วการเคลื่อนมวลชนเพื่อกดดันรัฐบาลอย่างเต็มรูปแบบ จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด

 

 

 

Photobucket

 

 

..... ‘ตีเหล็กให้ตีตอนร้อน’    ในบรรยากาศที่กำลังใจของประชาชนกำลังลุกโหมไปด้วยความหวัง หากปล่อยเอาไว้ให้

เนิ่นนานจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไฟกองนี้จะไม่ค่อยๆ มอดดับลง .....................................................................

 

..... ‘เสบียงนำหน้า กองทัพตามหลัง’ แม้ผู้ชุมนุมจะพร้อมใจกันมาโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน   แต่ใครจะกล้าปฏิเสธว่า

การจัดการชุมนุมแต่ละครั้งอย่างไรก็ต้องใช้เงิน      ยิ่งเป็นการชุมนุมที่ไม่มีมหาเศรษฐีระดับนักโทษหนีคดีคอยให้การ

สนับสนุนด้วยแล้ว การชุมนุมใหญ่ๆ จะจัดขึ้นได้อีกสักกี่ครั้ง ........................................................................

 

..... วิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิง’ ด้วยอุปนิสัยนักรบของ เสธ.อ้าย ที่ไม่ใช่คนพิรี้พิไรให้มากความ หากทุกอย่างพร้อม มี

หรือที่คนอย่างท่านจะไม่เร่งดำเนินการให้มันจบลงไปโดยเร็ว ......................................................................

 

 

..... จากปัจจัยภายในทั้ง ๓ ประการของกลุ่มผู้เคลื่อนไหวไล่รัฐบาลตามที่กล่าวมานั้น            เมื่อผนวกเข้ากับปัจจัย

ภายนอก ทั้งจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาล ชนิดที่เรียกว่าปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปหนึ่งนาที

บ้านเมืองก็ยิ่งเสียหายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย  และจากเงื่อนไขเวลาที่วันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่รออยู่เบื้องหน้า

อันอาจทำให้การชุมนุมยืดเยื้อออกไปได้ ผู้เขียนจึงค่อนข้างให้น้ำหนักไปในทิศทางความเป็นไปได้ที่ว่า .. ..............

 

..... การชุมนุมครั้งต่อไปจะเป็นการชุมนุมเพื่อวัดกำลังเป็นครั้งสุดท้าย      ก่อนตัดสินใจยื่นข้อเรียกร้องพร้อมเงื่อนไข

เวลาให้กับรัฐบาล หากมีประชาชนเข้าร่วมด้วยอย่างล้นหลามเป็นประวัติการณ์  ข้อเรียกร้องจะถูกส่งให้กับรัฐบาลทันที

และเมื่อเงื่อนไขเวลาตามข้อเรียกร้องสิ้นสุดลง     การเคลื่อนไหวของประชาชนเพื่อกดดันรัฐบาลครั้งใหญ่ก็จะเริ่มต้น

ขึ้น  และทั้งหมดนั้นผู้เขียนเชื่อว่าสมควรเกิดขึ้นและจบลงภายในสิ้นปีนี้เป็นอย่างช้า ....................................................

 

..... จะเดินหน้าต่อไป หรือหยุดอยู่เพียงเท่านี้ .. ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมในครั้งหน้าเท่านั้น ... ...... 

 

 

 

 

..... หากในวันนั้น ... ประชาชนที่มามีเพียงไม่กี่แสน  ก็คงต้องทำใจยอมรับว่าการชุมนุมที่เคยคิดกันว่าถูกจุดติดขึ้นมา

แล้วนั้น เป็นเพียงภาพลวงตาที่พวกเราหลงคิดหลงเชื่อไปกันเอง แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม ผู้คนเดินทางกันมา

อย่างล้นหลามหลักหลายแสนเฉียดล้าน ก็มั่นใจกันได้เลยว่า โอกาสที่ประเทศไทยจะได้ประกาศอิสรภาพจากเงื้อมมือ

ของนักโกงเมืองนั้น .. อยู่ไม่ไกลเกินจริงเลย ... ......................................................................................

 

 .... แน่นอนว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ   ‘นารีหนังหน้าหนา’     และบรรดานักการเมืองเขี้ยวลากดินแก่ง่ายตายช้าทั้ง

หลายเหล่านั้น ย่อมไม่มีวันยอมลงจากอำนาจอย่างง่ายดายอยู่แล้ว            แต่ด้วยจำนวนผู้คนมหาศาลเกินกว่าที่จะ

ใช้ใบหน้าหนาๆ ให้เป็นประโยชน์ได้       จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่รัฐบาลจัด

ตั้งมวลชน’  ของตนเองขึ้นมาเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมแทน แต่ทางเลือกเช่นนี้ยังคงค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อรัฐบาลเช่น

กัน เพราะหากไม่สามารถควบคุมฝูงชนจัดตั้งของตัวเองได้    จนนำไปสู่เหตุการณ์วุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ก็เท่ากับตัว

รัฐบาลสร้างเงื่อนไขอันชอบธรรมในการรัฐประหาร เพื่อยึดอำนาจของพวกตนไปนั่นเอง ...................................

 

..... อีกประการหนึ่งซึ่งก็เป็นไปได้เช่นกันคือ .. รัฐบาล  ‘ยุบสภา’  หนีมันซะเลย แล้วประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่โดย

เร็วที่สุด ซึ่งผลของการเปลี่ยนสถานะจาก ‘รัฐบาล’  มาเป็น รัฐบาลรักษาการณ์’  นี้  อาจทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดอาการ

‘เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ลำบาก’      ขึ้นมาได้ เพราะนอกจากการชุมนุมตามสิทธิที่รับรองโดยรัฐธรรมนูญ จะกลาย

เป็นการกระทำที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญขึ้นมาโดยปริยายแล้ว การจะถอยออกมาเพื่อยุติบทบาทชั่วคราว  ก็

มาติดที่ตนเองเคยประกาศเอาไว้อีกว่า .. จะล้างนักการเมืองโกงกินให้หมดสิ้นไปจากประเทศเพื่อเปลี่ยนถ่าการบริหาร

ประเทศไปสู่คณะบุคคลที่มีธรรมาภิบาลต่อไปเสียอีก  ฟังดูอาจจะเหมือนน่าหนักใจ แต่พูดก็พูดเถอะครับ   ถึงผู้เขียน.

จะไม่แน่ใจว่า ในสถานการณ์เช่นนั้นทางแกนนำผู้จัดการชุมนุมจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่ตนเองก็ยังรู้สึกเชื่อลึกๆ

ว่า พวกท่านเหล่านั้นย่อมมี  ‘ไม้เด็ด’  ไว้รับมือกับมุขนี้ของรัฐบาลเอาไว้อยู่แล้ว ...............................................

 

 

 

 

..... “จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว  ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง   ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง   สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยว

หวาดเสียวใจ  ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม   หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้   จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป   เปลี่ยนเมืองใหม่

ศักราชแห่งประชา  คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น   แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา   ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา

ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ” ..... .......................................................................................................

 

..... ถ้อยความบางส่วนซึ่งครั้งหนึ่งถูกนำมาเผยแพร่กันอย่างแพร่หลายในอินเตอร์เน็ต   ซึ่งทางวัดท่าซุงออกมาชี้แจง

แล้วว่าไม่ใช่คำทำนายของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำตามที่มีผู้กล่าวอ้างแต่อย่างใด    โดยเหตุที่ผู้เขียนยกขึ้นมากล่าวถึงใน

บทความนี้ ก็มิได้ต้องการจะชี้ชวนให้คล้อยตามเห็นจริงตามคำกล่าวนั้น เพราะจะอย่างไรเสีย ทุกอย่างยังคงขึ้นอยู่กับ

การกระทำของมนุษย์ทั้งสิ้น เช่นเดียวกับผลของการชุมนุมใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่ว่าจะสำเร็จ

หรือล้มเหลวประการใด .. ประเทศไทยย่อมหลีกไม่พ้นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ..   สุดแต่เพียงว่าจะถูกเปลี่ยนไปในทาง

ใดเท่านั้นเอง ... .............................................................................................................................

 

..... จะเปลี่ยนเป็น  ‘ยุคที่นักการเมืองเมืองเถลิงอำนาจขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นดิน’  โดยนับแต่นี้จะไม่มีใคร    หรือคนกลุ่ม

ใดขัดขวางไม่ให้พวกเขาโกงกิน กอบโกยผลประโยชน์ของประเทศได้อีก .. หรือ.. จะเป็น    ‘ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยน

เมืองใหม่ศักราชแห่งประชา’    ที่นักการเมืองฉ้อฉลถูกกวาดล้าง คนไทยได้เห็นคนดีก้าวขึ้นมาบริหารประเทศให้เจริญ

ก้าวหน้าต่อไป (ตามคำกล่าวข้างต้น) ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนคนในชาติเท่านั้นว่า ..... ............

 

..... จะเลือกนิ่งเฉย ก้มหน้ายอมรับกับสิ่งที่นักการเมืองทำกับประเทศ  หรือเลือกที่จะออกมาผนึกกำลัง ร่วมแรงร่วมใจ

กันเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้ดีขึ้น เมื่อโอกาสในวันนั้นมาถึง ..... ..........................................................

 

 

..... วันที่ประเทศและคนไทย .. ประกาศอิสรภาพจากนักโกงเมือง ........................................................

 

 

 

พรายพิลาศ

 

 

 

คำปราศรัย เสธ.อ้าย บนเวทีการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล

ราชตฤณมัยสมาคมฯ (สนามม้านางเลิ้ง)

๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๕

 

 

 

 

 

โดย พรายพิลาศ

 

กลับไปที่ www.oknation.net