วันที่ อังคาร ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระทรวงศึกษาเผาโรงเรียนฉันทำไม???


  โรงเรียนวัดท่าม่วง ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอรัตภูมิ แต่เพิ่งมาเปลี่ยนในภายหลังเป็นอำเภอควนเนียง โรงเรียนหลังนี้สร้างเมื่อ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๖ มีอายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี ซึ่งเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง มีฉลุลวดลายศิลปะสวยงาม ด้วยฝีมือของพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญ เจ้าอาวาสวัดท่าม่วง 

  อาคารหลังนี้ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ของวัดท่าม่วง โดยทางเจ้าอาวาสวัดคือพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญต้องการที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ให้เยาวชนหมู่บ้านใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนหนังสือ รวมถึงได้ศึกษาธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่นีีเป็นการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาตั้งแต่ป.๑-ป.๖

 การเรียนการสอนประกอบไปด้วยคุณครูและพระสงฆ์เป็นผู้สอนวิชาธรรมะเพื่อขัดเกลาจริยธรรม มีเด็กที่เข้ามาเรียนสมัยนั้น ๑๐๐-๒๐๐ คน ก่อนที่จะมีอาคารเรียนหลังใหม่เข้ามาอีก ๒ หลังที่ตั้งอยู่ติดริมทะเลอ่าวบ้านทึง รวมถึงอาคารเอนกประสงค์อีก ๑ หลัง ปัจจุบันโรงเรียนวัดท่าม่วงได้ร้างไปนานแล้ว โดยกระทรวงศึกษาสั่งปิดโรงเรียนข้ออ้างที่ว่า นักเรียนน้อย ขาดทุน

  สำหรับสภาพอาคารเรียนต่างๆก่อนหน้านี้ยังใช้การได้ดีและสมบูรณ์มากๆ หลังถูกทิ้งร้างตอนนี้เริ่มทรุดโทรมขนานหนัก แต่หากมีการบูรณะซ่อมแซมก็ยังสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆได้อีกมากมาย

  ด้วยพื้นที่ตั้งของโรงเรียนวัดท่าม่วงอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและบริสุทธิ์เหมาะกับการที่จะใช้เป็นสถานศึกษาอย่างยิ่งยวด มีวัด มีทะเล มีป่าชุมชนชายเลน มีชุมชนล้อมรอบ ใกล้อำเภอ ถนนหนทางสะดวกสบาย และที่สำคัญสามารถรองรับนักเรียนได้เป็นนับหลายร้อยคนเลยทีเดียว

  ทางชุมชนพยายามที่จะร้องขอใช้อาคารเรียนที่ทิ้งร้าง(หลังเก่า)นำไปทำเป็นศูนย์วัฒนธรรมชุมชนและอนุรักษ์อาคารเรียนไม้หลังนี้ไว้ แต่ทางกระทรวงศึกษาไม่อนุญาต ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนวัดท่าม่วง แต่กลับปล่อยทิ้งร้างให้ผุพัง และล่าสุดมีคนขโมยไม้พื้นกระดานไปแล้วบางส่วน

  ส่วนอาคารเรียนที่เพิ่งสร้างมาใหม่ในภายหลังก็ไม่ต่างอะไรกันถูกทิ้งให้ร้างอย่างเปล่าประโยชน์ มีวัวควายเข้าไปอาศัยอยู่ ประตูหน้าต่างก็ผุพังไปมากแล้วเหมือนกัน 

  ผู้เขียนได้มีความพยายามประสานกับชุมชนและอบต.ให้ช่วยหาทางพูดคุยและทำหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการขออนุญาตใช้อาคารดังกล่าวเพื่อเปิดเป็นศูนย์อบรมและเป็นที่ทำการอบต.หรือเป็นค่ายลูกเสือ หรือศูนย์ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนบ้านอ่าวทึง ด้วยบริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับผืนป่าชายเลนชุมชนกว่า ๒๐๐๐ ไร่ และมีคลองท่าม่วงล้อมรอบเป็นเกาะกลาง และสามารถเชื่อมไปได้อีกหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา แต่ก็ยังไม่คิบหน้าแต่ประการใด รับทราบว่ากระทรวงศึกษาไม่อนุญาตเช่นกัน

 

  สมัยก่อนคนในละแวกวัดมี บ้านท่าม่วง บ้านอ่าวทึง บ้านสายเรียบ บ้านไอ้ฉะ บ้านวังเนียน บ้านควนดม บ้านโคกทราย บ้านบ่อหมาก เรียนกันในวัดซึ่งใช้ศาลาการเปรียญในการเรียนการสอน

 

 

 

  พ่อท่านเที้ยนจึงมีความคิดในการสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งการสร้างเสนาสนะสถานต่างๆ ท่านจึงได้เดินทางจากวัดท่าม่วงไปบ้านท่องแต้ว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อตัดไม้มาสร้างเสนาสนะสถาน โดยมีผู้ติดตาม 2 คน คือ นาย เถี้ยน ติธรรมโม นาย ขิ้น ติธรรมโม ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของท่านเป็นลูกของนายเซี้ยน

 

 

 

  ท่านมีพาหนะก็คือควาย 3 ตัว โดยนายนำ สุขงาม เป็นคนมอบให้และช้างอีก 4 เชือก จากชาวบ้านแถวท่องแต้ว ท่านได้ปลูกสร้างขนำในป่า(ภาษากลางเรียกว่า กระท่อม) ปกติแล้วการเดินป่าต้องมีคาถาป้องกันตัวพอสมควรเพราะต้องเจอสัตว์ป่ามากมายรวมทั้งเสือ

 

 

 

  การที่จะโค่นหรือตัดต้นไม้ใหญ่ในป่าเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การโค่นหรือตัดในแต่ละครั้ง ต้องใช้คาถาอาคมกำกับและการขอขมาลาโทษ ดูฤกษ์ว่าควรตัดวันไหน เวลาไหน และดูทิศที่จะลงขวานเพื่อโค่นไม้(ในอดีตไม่มีเลื่อยไฟฟ้าเหมือนในปัจจุบัน) การส่งเสบียงอาหารก็ได้รับความช่วยเหลือจากนายโข้ แซ่ลิ่ว ชาวบ้านสีสอน ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา นายไข่หับครก อนันตพงค์และนางแกวดภรรยาของนายไข่หับครกชาวบ้านท่องแต้ว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

 

 

 

  พอตัดไม้เสร็จแล้วท่านก็จะใช้ช้าง 4 เชือกและควาย 3 ตัว ลากไม้ไปยังริมคลองภูมีเพื่อผูกแพแล้วลากไม้ไปตามลำคลองภูมี การร่องแพต้องใช้คนจำนวนมากเพราะคลองภูมีมีสภาพคดเคี้ยวมาก กำลังสำคัญที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคือ นายขุ้ย ศรีไสย นายทุ่น ศรีไสย นายกลิน บุญรอง นายกลัน บุญรอง นายสั้น สุขแก้ว นายขิ้น ติธรรมโม นาย เถี้ยน ติธรรมโมและพ่อท่านเที้ยน

 

 

 

 ท่านใช้เวลาร่วมเดือนกว่าจะร่องแพถึงปากคลองภูมีที่บ้านปากบางภูมี ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา แล้วร่องแพจากทะเลปากบางมายังทะเลบ้านอ่าวทึงจนถึงปากคลองท่าม่วงมาขึ้นฝั่งที่ริมคลองท่าม่วง ท่านเดินทางไปมาระหว่างวัดท่าม่วงกับบ้านท่องแต้วใช้เวลาเกือบปีกว่าขนไม้มาทั้งหมด

 

 

 

  หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปตัดไม้บริเวณบ้านควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นไม่มีใครกล้าตัดหรือโค่น เพราะชาวบ้านลือกันว่ามีภูตผีปีศาสสิงสถิตย์อยู่ในต้นไม้ พ่อท่านเที้ยนก็ได้ตัดไม้มาหมดสุดท้ายก็มาตัดไม้ที่บ้านโคกทราย ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ที่นี่แหละที่เกล็ดไม้กระเด็นเข้าตาข้างซ้ายของท่านทำให้ตาซ้ายบอด

 

 

 

  เมื่อสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงเสร็จแล้ว(หลังเก่า) การทำงานไม้ทุกชนิดท่านจะลงมือเลื่อยไม้ด้วยตัวท่านเองเพราะให้คนอื่นทำจะไม่ถูกใจท่าน ครั้งนึงท่านพลาดพลั้งโดนเลื่อยวงเดือนทำให้นิ้วกลางและนิ้วนางข้างขวาขาด เมื่อสร้างเสนาสนะสถานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการปรับภูมิทัศย์รอบๆวัดด้วยการขนทรายใส่รถลุน(ภาษากลางเรียกรถเข็น)จากป่าช้าริมคลองท่าม่วงมาถมในวัดท่าม่วง

 

 

 นี่คือความลำบากและความพยายามของพระรูปหนึ่งที่วัดท่าม่วงคือพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญ ท่านได้จัดสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงให้แก่ทางราชการ 1 หลัง เพื่อเป็นการสนุบสนุนการศึกษาของชาติ ปัจจุบันโรงเรียนวัดท่าม่วงมีสภาพร้างและน่าเสียดายยิ่ง..

โดย ฅนป่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net