วันที่ อังคาร ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แสนซื่อ


แสนซื่อ

โดย

“ศ. กาญจนา”

               

                ชีวิตต่างแดนมันก็ยังงี้แหละ ชอบคิดถึงคนโน้นคนนี้มั่วไปหมด บางทีก็เหงาจับขั้วหัวใจ เลยต้องพยายามหาเรื่องมาทำไม่ให้อยู่นิ่ง คนไทยเรามีนิสัยประจำชาติก็คือ ชอบต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อ ใครมาถึงชานเรือนก็ต้องต้อนรับ

 

               ฉะนั้นจึงมีการจัดปาร์ตี้กันบ่อย ยิ่งมีแขกต่างเมืองมาละก็ ต้องมีกินเลี้ยงสังสรรค์ทุกที คราวนี้ก็เหมือนกันเพื่อนผมส่งข่าวมาว่า จะมีพรรคพวกจากชิคาโก้เดินทางไปไมอามี่และจะแวะค้างที่แอ็ตแลนต้า 1 คืน เลยนัดเพื่อนฝูงที่สนิทๆ 5- 6 คนมากินข้าวคุยกันหน่อย ไม่ได้เจอกันนานแล้ว และจะเป็นการเลี้ยงต้อนรับแขกต่างเมืองไปในตัว ผมรีบตอบรับไปทันทีและจัดหาข้าวของติดไม้ติดมือไปร่วมวงไพบูลย์ด้วย   หลังอาหารมื้อเย็นเสร็จสิ้น ก็เริ่มจับกลุ่มคุยกัน เพื่อนที่มาจากชิคาโก้รำพันว่า อยากจะมีตำรวจท้องที่เป็นคนไทยจริงเลย อีกคนก็อยากจะมีนักกีฬาเชื้อสายไทยดังติดอันดับของรัฐสักคน และมีคนหนึ่งในกลุ่มพวกเรานี่แหละพูดขึ้นว่า ภาษีที่ได้รับการยกเว้นในการบริจาค ปีๆหนึ่งรวมกันก็นับว่าไม่น้อย น่าจะถือโอกาสให้คนไทยที่นี่บริจาคเงินส่วนนั้น มาช่วยพัฒนาบ้านเกิดของตนก็น่าจะดีไม่น้อย ใครในที่นี่สักคนน่าจะเป็นตัวตั้งตัวตีชักชวนให้คนอื่นทำตาม เสร็จแล้วค่อยขยายเครือข่ายออกไปต่างรัฐต่างเมือง วันนั้นมีแต่คนเห็นด้วยกันทุกคน ส่วนคนที่จะเป็นตัวตั้งตัวนีนั้น ป่านนี้ทุกคนที่นั่นก็คอยๆกันอยู่

                เมื่อเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากัน หนุ่มสาวหลายคนเริ่มสนุกคึกคัก เอาเรื่องเปิ่นๆในชั้นเรียนบ้าง นอกโรงเรียนบ้าง มาเล่าสู่กันฟัง มีอยู่ครั้งหนึ่ง หมอไทยคนหนึ่งช่วยคนเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุ ได้ทำการปฐมพยาบาลคนเจ็บจนปลอดภัย ได้รับคำชมเชยจากผู้พบเห็น ขณะเดียวกันก็โดนบริษัทประกันมันฟ้องจนเอาตัวแทบไม่รอด หาว่าเสือ--ก ไปพยาบาลคนเจ็บไม่เข้าเรื่อง  หมอแกเจอฝรั่งเอาเรื่องอย่างไม่เข้าท่าครั้งนั้นคงเข็ดไปจนตาย

                สาวอีกคนหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์ที่แปลกกว่าใครเพื่อน โดนไอ้หนุ่มไทยด้วยกันมันตื๊อตามจีบ ใช้กลยุทธตามต้อยๆทั้งวันทั้งคืน ทั้งเจอโดยบังเอิญและโดนดักเจอ จนไม่เป็นอันทำอะไร เลยต้องแจ้งตำรวจให้จัดการห้ามปรามตักเตือนหน่อย เท่านั้นเอง เรื่องก็บานปลายอย่างคาดไม่ถึง เพราะกฎหมายฝรั่งเห็นว่าการรบกวน “ไปรเวซี่” นั้นมีโทษหนักถึงขั้นติดคุก ไอ้หนุ่มหมดเงินจ้างทนายความไปหลายสตังค์ ให้มาช่วยจัดการเรื่องถึงจบลงได้ มันไม่เหมือนคู่ของ“ล้อต็อกกับสมจิตร”หรอก ที่เขาจบแบบแฮ้ปปี้เอ็นดิ้ง และได้อยู่กินกันจนกระทั่งแม่สมจิตรได้ตายจากไปก่อน และป๋าล้อต๊อกเพิ่งจะตามไปเมื่อไม่นานนี้เอง

                จับกลุ่มคุยกันทีไรพวกเราก็จะได้รับรู้ข่าวสารทันเหตุการณ์ ใครอยากจะแนะนำหรือไปประสบเหตุอันใดก็เอามาเล่าสู่กันฟัง วิธีเล่าก็แล้วแต่ของใครของมัน หรือสำนวนใครสำนวนมัน  สำนวนไทยหลายอย่างเราเห็นว่า ต้องช่วยกันอนุรักษ์กันไว้ การที่จะใช้สำนวนเหล่านี้ได้ดี ก็ต้องนำเอามาพูดบ่อยๆให้มันชินปาก ดังนั้นในวงสนทนามักจะมีคนเอาสำนวนหรือคำเก่าๆมาฝึกใช้ โดยแทรกพูดอยู่บ่อยๆ ถูกบ้างผิดบ้าง ไม่ถูกจังหวะบ้าง หากผิดพลาดไปบ้าง พวกเราก็มักจะทำเป็นฟังผ่านๆ ไม่กระโตกกระตากให้คนพูดเขินอาย ใช่แล้วครับ แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่จะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆหาได้ไม่.... ฟังนะครับ...

                 เพื่อนสาวน้อยคนหนึ่ง ปกติแล้วเป็นคนแสนซื่อ พูดจาอะไรก็ไม่ค่อยทันเพื่อน หลังจากที่นั่งฟังคนพูดกันมาสักพักใหญ่ และได้ยินคนกำลังเล่าเรื่องคนไทยเดินสะดุดหลุมที่ฟุตปาธ ข้อเท้าเคล็ดแทบแย่

                 สาวน้อยคนนั้นพูดเสริมทันทีเพื่อเพิ่มทักษะ “คงต้องเดินกระโปรกกระเปรกแย่ไปเลย” คนฟังทั้งกลุ่มได้ยินก็ทำเฉยๆ เดี๋ยวสาวเจ้าก็พูดย้ำอีกพร้อมทำท่าประกอบในการเดินกระโปรกกระเปรก พอคุยต่อไปสักพัก สาวก็ทำท่าจะกลับมาพูดซ้ำอีก ตอนนี้ซิ สาวอื่นที่นั่งอยู่ด้วยกันสองคนรีบฉุดมือแกออกไปนอกห้อง ทำทีเหมือนมีเรื่องด่วนจี๋จะคุยด้วย

                 ทั้งสามสาวหายไปได้พักใหญ่แล้วก็พากันเดินกลับมาที่วงสนทนา สองสาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  แต่สาวน้อยช่างพูดคนนั้นน่ะซี หน้าตาแดงกล่ำเชียว

                ไอ้หนุ่มใหญ่มากๆท่าทางจะอาวุโสสูงสุด ยิ้มแป้นแล้วหันหน้าไปมองคนรอบๆ ทำท่าจะเล็คเชอร์นอกห้องเรียนให้ฟังกันสักหน่อย ก็โดนสาวใหญ่ที่สุดในนั้นไม่พูดไม่จาเอื้อมมือไปซัดไหล่เจ้าหนุ่มใหญ่คนนั้นอย่างแรงเสียงดัง “เพียะ” หัวข้อในการสนทนาก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นทันที สาวๆหนุ่มๆในวงกินเลี้ยงสังสรรค์ต่างก็หัวเราะครื้นเครง ..เชื่อไหมครับ.... สาวน้อยแสนซื่อคนนั้น เมื่อกลับมาเมืองไทยเธอทำงานเป็นอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง สอนภาษาทั้งไทยทั้งอังกฤษ นับถึงป่านนี้ก็น่าจะนานเกินสามสิบปีเข้าไปแล้ว ผมว่าวันนี้แกเก่งภาษาไทยกว่าไอ้พวกกินเลี้ยงวันนั้นทุกคน


 

      

โดย sorkanchana

 

กลับไปที่ www.oknation.net