วันที่ อังคาร ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี “แกมี” ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน – วันที่ 3: บ่ายถึงค่ำ ชิลชิล


ความเดิมตอนที่แล้ว

เราเดินเล่นอยู่ในอินทรามูรอส (รอบ 2) และเข้าไปในป้อม ซานติอาโก

ชมพิพิธภัณฑ์ ดร. โฮเซ่ ริซัล จนทั่ว จากนั้น เราก็นั่งรถ jeepney สาย sta. cruz

ข้ามฝั่งแม่น้ำปะสิก มายังฝั่งขวา ฝั่งตรงข้ามกับป้อม ซานติอาโก

(คล้าย ๆ ข้ามจากฝั่งกรุงเทพฯ มาฝั่งธนฯ คนละฟากฝั่งของแม่น้ำ)

ด้วยค่า jeepney เพียง 8 เปโซ (ประมาณ 6 บาท) เราก็มาถึงแล้วครับ

โบสถ์ซานตาครูส โบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่งของฟิลิปปินส์กันเลยครับ

และเนื่องจากวันนี้ เป็นวันเสาร์ ช่วงเย็น ๆ ก็เลยมีผู้คน แวะเวียน

มาประกอบศาสนกิจ ที่โบสถ์กันเยอะเลยครับ

ข้ามถนนมาจากโบสถ์ เราจะเจอน้ำพุ สไตล์ยุโรป เก่าแก่ และสวยงามมากเลยครับ

โบสถ์ซานตาครูส ห่างจากย่าน China Town เพียงชั่วข้ามถนน

เราก็ข้ามาถึงแล้วครับ เยาวราชฟิลิปปินส์

สภาพคล้ายกันจนแยกแทบไม่ออกเลยครับ ว่าใครก้อบใคร

เดิน ๆ อยู่นึกว่า อยู่เยาวราช (ที่ผมวิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็ก) เลยแหละครับ

อากาศช่วงบ่าย ๆ วันเสาร์ ใจย่านใจกลางกรุงมะนิลา นี่มันร้อนสุด ๆ เลยครับ

แดดแรง อากาศอบอ้าวมาก ๆ ในระหว่างเดินเล่นร้อน ๆ อยู่นั้น

ผมก็นึกได้ว่า น่าจะหาแอร์เย็น ๆ เป็นห้าง หรือเป็นอะไรก็ได้

ก็เหลือบไปเห็นห้าง sm (ที่อยู่เต็มฟิลิปปินส์ไปหมด) 

ก็เลยเข้าไปเดินเล่นอาบแอร์ เย็น ๆ ห้าง sm (save more) กันดีกว่า

เดินเล่น windows shopping สนุก เพลิดเพลินจัง ตังอยู่ครบ

ก็ไปเจอเข้ากับอันนี้ เป็นน้ำส้ม รุ่น angry bird ไม่รู้เหมือนกัน

ว่าดื่มแล้ว จะโมโห เหมือนนกนั่น หรือจะดื่ม เพื่อดับโมโห ลงได้หรือป่าวเหมือนกัน

ก็เดินเล่น อาบแอร์กันเย็นฉ่ำชื่นใจแล้ว ถึงเวลา แวะหาของว่างรองท้อง

ความจริงร้านนี้ (Mang Inasal) มีทั้งของกินเล่น และของกินจริงจัง

แต่เราเลือกที่จะหาของกินเล่น กินเรียกน้ำย่อย ปลุกพยาธิให้ตื่นกันในช่วงบ่ายแก่ ๆ

เริ่มต้นกันด้วยจานแรกนี้เป็นขนม คล้าย ๆ ขนมถ้วยฟู หรือขนมตาล บ้านเรา

แต่กลิ่นมะพร้าวแรงมาก คนที่ชอบกินมะพร้าวอาจจะชอบ แต่สำหรับผมแล้ว

รู้สึกจะไม่ค่อยถูกโรคกับมะพร้าวเท่าไหร่ คือกินได้ แ่ต่ไม่ได้เน้นมากขนาดนั้น

ยิ่งถ้ามีกลิ่นมะพร้าวแรง ๆ แล้ว จะยิ่งรับไม่ค่อยได้

ขนมถ้วยฟู หรือขนมตาล อันนี้ เรียกว่า ไดนูกวน (dinuguan at puto)

กินกับอันนี้ เป็นเหมือนซอส หรือน้ำราด หรือกับข้าวอะไรสักอย่าง

ทำจากหมู ส่วนน้ำราดจะออกรสเปรี้ยว แล้วก็มีพริกเผ็ด ๆ

วางมาบ้านน้ำราดอันนี้ด้วย (ผมไม่แน่ใจว่า ก้อนขนมถ้วยฟู หรือขนมตาล

เรียกว่า ไดนูกวน หรือ ปูโต้ เหมือนกัน

สนนราคา ค่าเสียหายอยู่ที่ 49 เปโซ (ประมาณ 37 บาท) ผมว่า ก็อร่อยดี

เห็นมีคนเอาไปกินกับข้าวด้วย ถ้าไม่ได้กินเน้นจริงจังอะไร กินเล่น ๆ 

ก็ถือว่าโออยู่เหมือนกัน

มาถึงฟิลิปปินส์แล้ว ของกินอีกอย่าง ที่ไม่ควรพลาดเลย ก็คือ ถ้วยนี้ครับ

เรียกว่า ปินอย ฮาโล ฮาโล สนนราคา ก็ 49 เปโซ (37 บาท) เหมือนกัน

ลักษณะของมัน ข้างล่างจะเป็นน้ำแข็งใส ที่เอาไปแช่ช่องฟรีสอีกที

คือน้ำแข็งใส ไม่ได้มีลักษณะเป็นปุยหิมะ แบบน้ำแข็งใสบ้านเรา

แต่จะเป็นก้อนแข็ง ๆ (แต่ผ่านกระบวนการใสมาแล้ว) และกลิ่นคลอรีน แรงมาก ๆ

เค้าก็จะเอาน้ำแข็งใสที่ว่า รองไว้ใต้ถ้วย จากนั้น ก็ราดบรรดาของเชื่อมทั้งหลายทั้งมวล

มาบนน้ำแข็งใส ก็จะมีวุ้นมะพร้าว ถั่วต่าง ๆ สัปปะรด เจลลี่ ข้าวโพด (อารมณ์คล้าย ๆ กับ

ลูกชิด มันเชื่อม สัปปะรดเชื่อม เครื่องที่ราดไอศครีมกะทิ ที่กินกับขนมปัง บ้านเราแบบนั้น

อารมณ์คล้าย ๆ นะครับ ไม่ได้เหมือนเสียทีเดียว) จากนั้น ก็จะโป๊ะด้านหน้ามาด้วย

ไอศครีมก้อนใหญ่ สีม่วงสวย แล้วก็ "เหมือนเดิม 'โอโจ้' ด้วย" วางปิดด้านบนมาก่อนเสิร์ฟ 

รสชาดผมว่า มันก็ผสมผสาน คล้าย ๆ น้ำแข็งใส โปะไอศครีมไว้ด้านบน

มันผสมผสานกัน แปลก ๆ แต่ก็อร่อยดี ถ้าตัดเรื่องที่น้ำแข็ง มีกลิ่นคลอรีนออกไปแล้ว

ผมว่า น่าจะอร่อยขึ้นกว่านี้อีกเยอะเลย

เสร็จจากมื้อเบา ๆ แล้ว ก็เดินเล่นต่อ เจอทุเรียนด้วยครับ 

พันธุ์อะไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่กลิ่นแรงมาก ๆ กลิ่นแรงกว่าแผงทุกเรียนบ้านเรา

กระดูกคนละเบอร์กันเลยแหละครับ

จากนั้น ก็มาถึงมื้อเย็นของเราครับ มื้อเย็นวันนี้ จัดหนักด้วย greenwich pizza

คนเยอะเลยครับ ที่ผมชอบก็คือ ขนาดของพิซซ่า ที่จะเลือกสั่งได้ มีตั้งแต่ขนาดเล็ก กินคนเดียว

ไปจนกระทั่งขนาดใหญ่ กินกันทั้งครอบครัว และที่แปลกอีกอย่างก็คือ เซ็ทพิซซ่าคอมโบ

จะเสิร์ฟมาพร้อมเลยนะครับ มีทั้งข้าว ไก่ทอด สปาเก็ตตี้ (ซอสหมู ผสมเนื้อ) แล้วก็พิซซ่าอีก 1 ชิ้น

เสิร์ฟมาก่อนใครเพื่อนเลยก็คือ น้ำ sarsi

เพียงชั่วอีดใจ คอมโบเซ็ท ที่เราสั่งก็มาแล้วครับ อย่างที่ผมว่านั่นแหละครับ

มาครบ จัดหนัก มีทั้งข้าว ไก่ทอด สปาเก็ตตี้ และพิซซ่า

สงสัยจะกลัวว่าลูกค้าจะไม่อิ่มจริงอะไรจริง

ดูซอสกันให้ชัด ๆ เป็น ซอสหมู ผสมเนื้อ แปลกดี (ปกติผมจะไม่กินเนื้อ

แต่ยามนี้ เลือกไม่ได้ ก็ต้องตกกระไดพลอยกระโจน) ที่ผมไม่กินเนื้อ ไม่ใช่ว่า

นับถือเจ้าแม่กวนอิมอะไรหรอก แต่ด้วยที่ไม่ชอบกลิ่นมัน

แต่ก็ต้องบอกเลยครับว่า กลิ่นมันไม่ได้ขี้ริ้วอย่างที่คาดเท่าไหร่

ถ้าไม่บอกว่าเป็นหมู ผสมเนื้อ ผมก็กินไม่รู้หรอกครับ

อิ่มจนแทบจะเดินไม่ได้เลยแหละครับ

สนนราคา ค่าเสียหายมื้อนี้อยู่ที่ 129 เปโซ หรือประมาณ 98 บาท

แต่ถ้าอยากได้ นมมิ้นท์ไข่มุกปั่น ก็เพิ่มอีกประมาณ 20 เปโซ ก็ประมาณ 15 บาท

ก่อนจะมูฟ ไปจุดต่อไป ผมอยากให้ดูอันนี้ครับ

เป็น greenwiich hot sause ท่าทางจะเผ็ด แต่ก็ไม่ได้เผ็ดมาก

เติมลงในพิซซ่า หรือจะเป็นไก่ทอด อร่อยครับ 

(แต่โดยปกติ ไก่ทอด จะมีน้ำเกรวี่ เสิร์ฟมาให้อยู่แล้วครับ)

หลังกินข้าวเสร็จ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก

เล่นเอา ย่านใจกลางเมือง กลายเป็นอัมพาต ไปในชั่วพริบตา

เป้าหมายต่อไปครับ ราตรีนี้ยังอีกเยาว์วัยนัก...

นั่งรถไฟฟ้า ไปลง edsa เพื่อไปเดินเล่น mall of asia

ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ เป็นอันดับสามของโลก!

ผมว่า ฟิลิปปินส์นี่ เป็นเมืองที่ไม่ค่อยจะหลับไหลอีกเมืองหนึ่งของโลกเลยนะครับ

เพราะบางคืน ผมเดินเล่นกันจนดึกดื่น ก็ยังเห็นผู้คน นั่งรถ jeepney กันไม่ใช่น้อย ๆ 

อ่ะ ที่เห็นอยู่นั่น คือ ลูกโลก LED ลูกใหญ่โตมโหฬาร ที่อยู่หน้าห้าง mall of asia

ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งขนานกับชายฝั่งทะเลบนอ่าวมะนิลา เมืองปาไซย์

ขนาดช่วงที่เราไปถึงเกือบ 2 ทุ่มแล้ว แต่ผู้คนก็ยังคงหลั่งไหลมาเที่ยวห้างกันคึกคัก

ข้างใน เจอห้าง sm อีกแล้วครับ ที่ดูเก๋ ๆ ก็เห็นจะเป็นน้ำดื่ม

บรรจุภัณฑ์ดูเก๋ แล้วก็เท่มาก ๆ เลยครับ

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ สลัดผลไม้ ที่ชั่งขายกันเป็นกิโล

ลักษณะของมันก็จะเป็น ผลไม้ตัดแต่งเรียบร้อยแล้ว

วางมาพร้อมกันข้าวโพด และเจลลี่ และที่สำคัญ ราดด้วยนมสด ธรรมดา ๆ

ทั้งหมด ผสมผสานกันออกมา อร่อยมาก ๆ ทำให้ผลไม้ธรรมดา ๆ

มีรสชาดขึ้นในบัดดล

องุ่น มะม่วง ข้าวโพด ราดนมสด ใส่เจลลี่ ด้านบน มีแอปเปิลข้าวล่างนะ

อร่อยมาก...ก เลยจริง ๆ นะครับ ขอบอก

(แอปเปิล มีทั้งแอปเปิลแดง และแอปเปิลเขียว

ถ้าเป็น แอปเปิลเขียว จะออกรสเปรี้ยวมาก ๆ)

สิ่งที่ไม่เข้าพวก ไม่น่าใส่มาเลย คือ มะละกอสีส้ม

ให้ตายสิครับ กลิ่นมัน... (ถ้าผมอยู่บ้่าน ผมจะบอกว่า กลิ่นมันเหมือนขี้เลย

แต่พอดีไม่ได้อยู่บ้าน อยู่ฟิลิปปินส์ เลยพูดว่า กลิ่นมันเหมือนขี้ ไม่ได้)

นม กับ ข้าวโพด เป็นอะไรที่เข้ากันที่สุดในโลกเลยครับ

ผมให้ 3 โลก เลยด้วย...ย เอ้า!!!

สนนราคา ก็ไม่ได้ถือว่าแพงอะไรมากมาย 84 เปโซ (ชั่งเป็นกิโล) 

ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 64 บาท แต่อร่อย ผมว่าน่าจะลองทำให้เด็ก ๆ 

ที่ไม่ค่อยชอบกินผลไม้ ได้ลองชิมดูนะครับ แช่เย็น ๆ อร่อยมาก ๆ จริง ๆ นะครับ

ในตอนหน้า วันพรุ่งนี้เช้า เราจะไปแหล่งช้อปปิ้ง ใจกลางเมือง

ที่เรียกว่า ย่านมากาติ กันแล้วนะครับ โปรดติดตามต่อไป

ในตอนนี้ ผมขอปิดท้ายด้วยภาพของสลัดผลไม้อีกสักภาพ ก่อนนอน

กินเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ แปรงฟัน อาบน้ำ แล้วก็นอนเลย

สรุปค่าใช้จ่าย 6 ตค 55

300 รถไป taal

10 ดูเรือ

90 ค่ารถกลับ baklaran

50 buko pie พายมะพร้าว

55 อาหารกลางวัน

32 เกเตอร์เรดกัลพ์

75 ป้อมซานติเอโก

8 sta cruz

49 ไดโนกวน

49 ฮาโล ฮาโล

5 ปลาหมึก

129 พิซซ่า

15 carriedo to edsa

8 กะเป๊าะ ไป sm moa

25 น้ำเปล่า

84 ผลไม้

8 รถส้ม ลง horizon

10 จิบนี่ ลง มาลาเต

21 pepsi pogi

รวม 1023 เปโซ x .755 = 772.37 บาท

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net