วันที่ พุธ ตุลาคม 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หนี "แกมี" ไปฟิลิปปินส์ 5 วัน - วันที่ 4: มากาติ


ความเดิมตอนที่แล้ว

เรานั่งเครื่องลายเสือ มาลงคล้าก นั่งบัสเข้ามะนิลา

คืนแรกนอน โซโก้ มาลาเต ตื่นแล้ว เที่ยว อินทรามูรอส ตกบ่าย นั่งบัสไป ตาไกไต

คืนสองนอน ตาไกไต คันทรี่ แล้วตื่นไปดูภูเขาไฟ ตาอัล จากนั้น กลับเข้ามามะนิลา

เที่ยวป้อม ซาน ติเอโก้, โบสถ์ Santa Cruz, China Town, SM Mall of Asia

คืนสามนอน แอมบาสซาเดอร์ มาลาเต เช้านี้ ตื่นมา เป็นวันอาทิตย์แล้วครับ

ที่เห็นในภาพ คือ อ่าวมะนิลา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของเรามากนัก เดินไป 10 นาที ก็ถึงแล้ว

7 ตุลาคม 2555

ด้วยความที่ ร้อยละ 92.5 ของชาวฟิลิปปินส์ นับถือศาสนาคริสต์ 

ในจำนวนนี้ 83% นับถือนิกายโรมันคาทอลิก และ 9% เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ (ที่มา: วิกิพีเดีย)

เรียกว่า เป็นชาวคริสต์ กันเกือบทั้งประเทศ บรรยากาศเช้าวันอาทิตย์แบบนี้ เราก็จะสัมผัสได้

ถึงการสรรเสริญและนมัสการพระเจ้าอยู่เต็มไปหมด ทั้งที่โบสถ์ หรือในสวนสาธารณะ ก็มีการจัด

คล้าย ๆ กับเป็นโบสถ์เคลื่อนที่ ขนาดย่อม ๆ ไว้ให้ผู้คนได้แวะเวียนกันมาสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า

ความจริงรายการทีวีเกือบจะทุกช่อง ตั้งแต่คืนวันเสาร์ ก็จะมีบรรยากาศของรายการคล้าย ๆ กับบ้านเรา

ที่เช้าวันอาทิตย์ ทีวีส่วนใหญ่เป็นรายการประมาณธรรมะ แต่ของเค้า ก็จะเป็นรายการที่มีทั้งเพลง

สรรเสริญและนมัสการพระเจ้า รายการตอบปัญหา หรือเป็นรายการหนุนจิตชูใจพี่น้องทั้งคาทอลิก และคริสเตียน

บรรยากาศแบบนี้ อบอวลไปทั้งเมืองเลย

อ่ะ กล้อง 3 ตัดภาพกลับมา เช้านี้ ผมนั่งรถจากมาลาเต ไปย่านมากาติ เพื่อไป Alaya Center

ย่านที่เรียกว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ มีทั้งสินค้าแบรนด์เนม และอาหารการกินต่าง ๆ อยู่เพียบ

ภายใน Alaya Center ก็จะมีร้านค้าดัง ๆ เรียกว่า มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย ผมจะลองไล่ให้ดูนะครับ

ภายใน Alaya Center ก็จะมี Glorietta อย่างที่ผมจำได้แม่น ๆ มีร้านอาหารเยอะ ๆ ก็เป็น Glorietta 4

นอกจากนี้ ยังมีห้าง Landmark มี Greenblet 1-5 นอกจากนี้ ยังมีห้าง SM Mall (เก่าสุด และคล้าย ๆ

ห้างมาบุญครอง บ้านเรา) จุดหมายปลายทาง อาหารเช้าของผมวันนี้ อยู่ที่ ชั้น 3 ตึก Greenbelt 3

เจ โค โดนัท ครับ เพิ่งเปิดสาขาใหม่ที่มากาตินี้ได้ไม่นาน ร้านเปิด 10 โมงเช้า ผมไปถึง 10 โมงครึ่ง

คนรอเข้าคิวยาวล้นออกไปจะถึงหน้าร้านอยู่แล้ว และแต่ละคน ก็หิ้วกลับบ้านกันคนละ 2 กล่องใหญ่ เป็นอย่างน้อย

อย่างกะแจกฟรี ก็มิปาน (ผมอยากให้นึกถึงสมัยที่ โดนัท ดัง ๆ ยี่ห้อหนึ่ง มาเปิดใหม่บ้านเรา ที่ขนาดคนรอคิวซื้อ

ยาวไปถึงถนนใหญ่ รอกันเป็นวัน ๆ เพื่อให้ได้กินโดนัท อารมณ์นั้นเลยครับ เพราะกว่าผมจะไปเข้าคิว 10 โมงครึ่ง

กว่าจะได้กินจริง ก็ 11 โมงเช้าเข้าไปแล้ว อะไรมันจะขายดีปานนั้น ก็ไม่รู้ แถมคนก็ยังทะยอยมาซื้อกันคับคั่ง 

ตลอดวันเลย)

ร้านโดนัท ชื่อดัง ๆ ที่เคยมาเปิดใหม่บ้านเรา แล้วคนรอเข้าคิวซื้อเยอะ ๆ ที่ฟิลิปปินส์นี่ก็มีนะครับ

แต่ดูเหมือน จะไม่ฮอตเท่า เจ โค โดนัท อีกแล้ว ชั่วโมงนี้ เจ โค ฮอตสุด ๆ แวะมาย่านมากาติ อย่าลืมแวะมาชิมกันนะครับ

มาดูครับ เช้านี้ผมกินอะไร รองท้อง

อันนี้ เป็น cheezy rich donut sandwich ผมว่าอร่อยนะ ผมชอบ ส่วนรสอื่น ผมไม่ได้ชิม

กินคู่กับ iced chocolate อร่อยอีกแล้ว เข้ากั้น เข้ากัน เหลือเกินครับ

ทั้ง 2 อย่างนี้ ค่าเสียหายอยู่ที่ 175 เปโซ (ประมาณ 132 บาท) ถือว่า ไม่ได้แพงเว่อร์

เป็นเรื่องของกฎของการแทนที่ เมื่อของใหม่เข้าไป ของเก่า ก็ต้องออกไปเป็นธรรมดา

ห้องน้ำในห้างของที่นี่ ต่อให้หรูแค่ไหน ก็ไม่มีที่รองนั่ง เมื่อวาน ก็ทีนึงแล้ว ผมทำใจนั่งไม่ลง

ขนาดว่าเอาทิชชู่ เช็ดจนคิดว่าสะอาดแล้ว แต่ก็ไม่กล้านั่ง ที่สุด เมื่อวาน ก็ต้องห่อกลับไปคลี่ ที่โรงแรม

แต่ของเช้านี้ ยังเช้าอยู่ สภาพยังค่อนข้างสะอาด ก็ระบาย ถ่ายทุกข์กันไปครับ

จบมื้อเช้า ก็เดินเล่นภายในย่าน makati นี่แหละ เพราะมีห้างให้เดินเล่นกันมากมาย

จะช้อป หรือไม่ช้อป หรือจะแค่ window shopping ก็แล้วแต่ ตามแต่สะดวกกันเลยครับ

สักพัก ก็ถึงเวลาของอาหารมื้อเที่ยง เที่ยงนี้ เรากินกันที่ Mang Inasal

ความจริง Mang Inasal นี่เมื่อวานนี้ เราก็แวะกินขนมหวาน เป็นน้ำแข็งใส โปะด้วยไอศครีมเผือกอยู่ด้านบน

แล้วก็ราด toppings อื่น ๆ อีกมากมาย ที่เรียกว่า ฮาโล ฮาโล กันไปทีหนึ่งเมื่อตอนเย็นไปแล้ว

แต่วันนี้ จะขอจัดหนัก มื้อกลางวันสักมื้อ ช่วงนี้ มีโปรโมชั่น เบิ้ลข้าวได้ไม่อั้น (Unli Rice หรือ Unlimited Rice)

นี่คือ กล่องข้าว ที่ตักเบิ้ลให้ได้อิ่มกันไม่อั้น แต่กับข้าว เบิ้ลไม่ได้นะครับ เบิ้ลข้าวได้ไม่อั้น อย่างเดียว

ผมก็เลยสั่งเป็นชุดปลาไร้ก้างย่าง (เบิ้ลข้าวไม่อั้น) จานนี้ 99 เปโซ (ประมาณ 75 บาท)

ใน set ก็มีปลา (ไม่แน่ใจว่าปลาอะไร) ทาผงกะหรี่ เอาไปย่างจนหอมฉุย แกะก้างออกหมดเรียบร้อยแล้ว

จากนั้น ก็บีบมะนาวอันนี้ลงไป มะนาวอันนี้ ผมเคยเขียนไปหลายตอนแล้ว 

เค้าเรียกว่าเป็น ผลส้ม kalamansi รสมันออกเปรี้ยว ๆ (แต่มะนาวบ้านเรา เปรี้ยวแหลมกว่า)

เห็นลูกเล็ก ๆ แบบนี้ เม็ดเยอะ เกือบ 10 เม็ดได้

อ่ะ กล้อง 3 ตัดภาพกลับมา หลังจากข้าวหมดไปถ้วยแรก จากนั้น... ก็ต่ออีก 3!!!

และเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลก ตอนนี้ เราก็เหลือ แต่...

ช่วงบ่าย แดดร้อนมาก ผมเดินทางกลับเข้าเมือง หลังจากตากแอร์ อยู่ในห้างย่านมากาติ เกือบตลอดทั้งช่วงเช้า

ที่เห็นอยู่ นั่นเป็นศาลาว่าการ มะนิลา มหานคร

ข้าง ๆ กัน เป็นอนุสาวรีย์ อะไร ก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ตรงบริเวณ หน้าอนุสาวรีย์ มีการถ่ายละครกันอยู่ด้วย เป็นฉากใหญ่ รู้สึกจะขนดารากันมาหมดเกาะเลยครับ

อากาศก็ร้อนจะตายชัก (ผมเห็นดาราที่นี่ แต่งหน้าหล่อสวย แต่ยังใช้ iphone3gs กันอยู่เลยครับ

ผิดกับดาราบางประเทศ เห็น up ขึ้นเฟสบุ้ค ว่าใช้ iphone5 กันแล้ว)

จากนั้น ก็นั่งรถกลับมา มาลาเต

ที่มาลาเต มีโบสถ์เก่าแก่อยู่โบสถ์นึง สวยงามมาก ชื่อโบสถ์มาลาเต สร้างมาตั้งแต่ปี 1588

เดินทางข้ามผ่านกาลเวลา มาร่วม 424 ปี ผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งสงคราม ทั้งแผ่นดินไหว

จนกระทั่งการบูรณะปฏิสังขรณ์ ในปี 1937 (75 ปีมาแล้ว) สภาพของโบสถ์ ก็เป็นอย่างที่เห็นครับ

ภายในโบสถ์ เนื่องจากวันนี้ เป็นวันอาทิตย์ ก็เลยมีผู้คน เดินทางแวะเวียนมาโบสถ์อยู่อย่างสม่ำเสมอ

และต่อเนื่อง

ภายนอกโบสถ์ (มองจากภายในออกไป) มีรถ jeepney ผ่านมาพอดี

ด้านหน้าโบสถ์

บรรยากาศรอบ ๆ โบสถ์

ข้ามถนนไปรอบนอก เราจะเห็นอ่าวมะนิลา อยู่ห่างออกไปเพียงชั่วไม่กี่ก้าว

มีถนนอยู่ถนนนึงชื่อถนน เป็ดซิง ท่าจะไม่เคยโดน เลยยังซิงอยู่

หรืออาจจะชื่อถนนว่า เป็ดซิ่ง เพราะถนน รอบ ๆ อ่าวมะนิลา นี่เป็นถนน 8 เลน โล่งมาก

ถนนก็กว้าง รถก็สามารถซิ่งได้ สบาย ๆ เลย

อากาศร้อนมาก ช่วงบ่าย ผมเลยดับร้อน แก้คิดถึงน้ำ sarsi ด้วย big uhaw แก้วนี้ครับ

บ้านเรา หาน้ำ ซาสี่ (sarsi) กินได้ค่อนข้างยากแล้ว แต่ที่ ฟิลิปปินส์ น้ำซาสี่ หาได้ง่ายดายมาก

ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ผมก็เดินกลับมา รับสัมภาระ ที่ฝากไว้ที่โรงแรม เพื่อเตรียมตัว ข้ามเมืองกลับไปที่คล้าก

วันพรุ่งนี้ เราจะเดินทางกลับบ้านกันแล้ว (ตื่นเต้นจัง) หลังจากที่ผจญภัย อยู่ในฟิลิปปินส์ มาถึง 4 วันเต็ม ๆ

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ.

โดย LonelyHenry

 

กลับไปที่ www.oknation.net