วันที่ เสาร์ มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดาวอส...โอกาสทองที่พลาดไปสำหรับนายกฯสุรยุทธ์


เท่าที่ทราบ นายกฯสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้รับเชิญให้ไปปราศรัยที่การประชุมประจำปีของระดับผู้นำของธุรกิจ และนักการเมืองของโลกที่เรียกว่า World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้ แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบท่านได้ตัดสินใจไม่ไปร่วมงานนี้

           ณ เมืองที่ประกาศตัวเป็นจุดเล่นสกีสูงสุดของยุโรปแห่งนี้ ผู้นำโลกหลายคน (รวมทั้งนายกฯ เวียดนาม) ไม่ว่าจะเป็นผู้นำอังกฤษหรือเยอรมนีหรือผู้เตรียมสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันอย่าง ยอห์น แม็คเคน และแม้กระทั่งบิล เกตส์ และดาราผู้รณรงค์เพื่อสังคมคนดังอย่างโบโน ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของแขกระดับโลก 2,500 คนที่จะไปชุมนุมกัน 5 วันเต็มเพื่อถกประเด็นการเมือง เศรษฐกิจและสังคมภายใต้หัวข้อ The Shifting Power Equation หรือ "ดุลแห่งอำนาจที่เปลี่ยนไป" ซึ่งย่อมสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลกในทุกๆ ด้าน

               เขาอ้างว่าเหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ๆ ที่มาร่วมประชุมประจำปีของ WEF นั้นมีรายได้รวมกันแล้วเท่ากับเกือบ 1 ใน 4 ของผลผลิตมวลชนหรือ GDP ของโลกทีเดียว

              ค่าผ่านประตู 18,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 500,000 บาท) ต่อหัวถือว่าเป็นสนนราคาเข้าร่วมสัมมนาที่แพงที่สุดในโลกก็ว่าได้...แต่ทุกปีก็ยังมีซีอีโอของธุรกิจใหญ่ๆ ทั่วโลกพร้อมที่จะไปกระทบไหล่กับผู้คนที่มาสร้างความมักคุ้นและหาโอกาสพบปะทำธุรกิจ และสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวที่เรียกว่า networking ระดับสากลอยู่ดี

             ปีนี้เขาเน้นเรื่อง "ภาวะโลกร้อน" หรือ "global warming" เป็นพิเศษเพราะกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างยิ่ง เหตุหนึ่งก็เพราะความวิปริตของอากาศทั่วทุกมุมโลก และผลพวงของมันต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์

             อีกเรื่องหนึ่งที่จะเกิดขึ้น "นอกรอบ" ในระหว่างการประชุมใหญ่ปีนี้ก็คือการพยายามให้ฝ่ายต่างๆ ที่ขัดแย้งกันในตะวันออกกลางได้มีโอกาสมานั่งจับเข่าคุยกันโดยไม่เป็นข่าวไปทุกย่างก้าว

             ตัวละครสำคัญๆ ของการพิพาทตะวันออกกลาง ก็จะไปปรากฏตัวที่งานนี้เช่นกัน...ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ทะซิปี ลิฟนี หรือ ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มามูด อับบาส และกษัตริย์อับดุลลาห์ ที่สองแห่งจอร์แดน ก็จะไปร่วมวงสนทนาว่าด้วยวิกฤติของภูมิภาคนั้นด้วย

             เรื่องพลังงานทดแทนก็จะเป็นหัวข้อใหญ่อีกเรื่องหนึ่งสำหรับการแลกเปลี่ยนความเห็นเพราะความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันดิบตลอดปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเพราะรัสเซีย ที่ใช้อำนาจต่อรอง (เพราะเป็นเจ้าของบ่อน้ำมันใหญ่) ทำท่าจะข่มขู่ชาติอื่นหรือการโจมตีท่อส่งน้ำมันในอิรัก และไนจีเรีย ที่ทำท่าว่าจะทำลายความมั่นใจของคนทั้งโลกต่อทั้งราคา และปริมาณน้ำมันดิบที่จะผลิตออกมาให้ชาวโลกได้ใช้ในอนาคต

            เวทีการประชุมที่ดาวอส แห่งนี้แม้โดยเนื้อหาแล้วอาจจะกว้างและไม่อาจจะสรุปทางออกที่น่าพอใจสำหรับทุกฝ่ายได้ แต่ประโยชน์ของการไปปรากฏตัวที่นั่นคือ การได้สัมผัสกับผู้คนระดับนโยบายจากทุกมุมโลก...และความจริง หาก นายกฯ สุรยุทธ์ ไปปราศรัย และแยกพบกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ในแวดวงการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และแม้กระทั่งไปสัมผัสกับนักเขียน blogs ระดับสากลที่มาร่วมด้วยอย่างคึกคักเพื่อรายงานทุกแง่มุมของการแลกเปลี่ยนความเห็น ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้นำของไทยที่มีความจำเป็นจะต้อง "แสดงตัวตน" ในเวทีสากลอย่างขึงขัง ชัดเจน และนั่งลงแลกเปลี่ยนความเห็นกับเหล่าบรรดาหัวกะทิของเวทีอย่างนี้

           ผมเคยไปร่วมงาน World Economic Forum และได้เห็นความชาญฉลาดของผู้นำประเทศน้อยใหญ่ที่ใช้จังหวะของการประชุมทั้งบนเวที และนอกรอบเพื่อเสริมสร้างโอกาสให้กับประเทศของตนอย่างได้ผลมาแล้ว

           หาก นายกฯ สุรยุทธ์ ได้ไปร่วมที่เวทีดาวอส แห่งนี้ก็คงจะได้จับเข่าคุยกับผู้นำของโลกหลายๆ ด้าน เพื่ออธิบายความเป็นไปในเมืองไทยเป็นการส่วนตัวได้มากกว่าการขอพบปะอย่างเป็นทางการในแต่ละประเทศด้วยซ้ำไป

           โอกาสอย่างนี้ มาแล้วก็ผ่านไป ไม่อาจจะเรียกคืนมาได้เพราะปีหน้าก็ช้าไปเสียแล้วสำหรับนายกฯ รัฐบาลชั่วคราว

          รับรองว่ายังไงๆ ก็ได้ผลกว่าการตอบโต้การให้สัมภาษณ์เละๆ เทะๆ ของทักษิณ ชินวัตร จากที่ต่างๆ กลายเป็น "ตลกร้ายรายวัน" เป็นไหนๆ

          (ขอเชิญชวนเข้ามาอ่าน ฟังความเห็นเรื่องบ้านเมืองใน blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและถกแถลงกันด้วยเหตุด้วยผลอย่างเป็นกันเองครับ)

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net