วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครเอเชีย... ไม่ไปไม่รู้ (ตอนที่ 1 หาข้อมูล-เตรียมการ)


      เพื่อนรุ่นพี่ผม (พี่หมอตู่) ชงไว้ตั้งแต่เดือนเมษาแล้ว  "อู๊ด..ไปโครเอเชียกันมั๊ย?" ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจว่าโครเอเชียอยู่ตรงส่วนไหนของยุโรป ผมรู้จักชื่อประเทศนี้เมื่อตอนฟุตบอลโลก 1998 เพราะโครเอเชียเข้ารอบบอลโลกครั้งนั้นเป็นครั้งแรกและสร้างประวัติศาสาตร์ได้อันดับ 3 เมื่อจบการแข่งขัน ทั้ง Davor Suker ผู้เล่นกองหน้าของโครเอเชียก็ได้ตำแหน่งดาวซัลโวของฟุตบอลโลกครั้งนั้น (กดไป 6 ประตูจากการลงเล่น 7 นัด) ผมยังรูู้พอเลาๆ ว่าประเทศนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอดีตประเทศยูโกสลาเวีย พอสหภาพโซเวียตล่มสลายช่วงปี 1985-1991 ก็เกิดผลผลกระทบโดมิโน้ลุกลามไปยังยุโรปตะวันออก เกิดการต่อสู้เพื่อระหว่างชนชาติเพื่อเป็นอิสระจากกันในหลายพื้นที่ ที่รุนแรงที่สุดก็คือยูโกสลาเวีย ที่ประกอบด้วยหลายชนชาติเช่นชาวเซิร์บ ชาวโครแอท ชาวบอสเนียน เป็นต้น การแย่งชิงและความแบ่งแยกทางชนชาติได้นำไปสู้การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดนออกจากกัน เรื่องราวเลวร้ายลงและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสหประชาชาติต้องส่งกองกำลังทหารเข้าแทรกแซงก่อน ที่การสู้รบจะกลายเป็นสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
      การสู้รบทั้งหมดจบลงในปี 1995 พร้อมการผุดขึ้นมาพบแผนที่โลกของหลายประเทศใหม่เช่นโครเอเชีย สโลวาเนีย เซอร์เบียร์
บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีน่า และมอนเตเนโกร เป็นต้น (จำได้ว่าตอนเรียนม.2 วิชาโลกของเรา ผมยังต้องนั่งท่องอยู่เลยว่าเมืองหลวงของยูโกสลาเวียชื่ออะไร เมืองหลวงของเชคโกสโลวาเกียชื่ออะไร แต่ตอนนี้ชื่อเมืองหลวงใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ดีที่เดี๋ยวนี้มีวิกิพีเดียและกูเกิ้ลมาเป็๋นตัวช่วยไม่ต้องท่องเยอะเหมือนแต่ก่อน)

  

      ประเทศโครเอเชียได้รับการรับรองสถานะทางการเมืองจากประชาคมเศรษฐกิจยุโรปในปี 1991 "The Republic of Croatia" มีการปกครองในระบบรัฐสภาประกอบด้วยหลายพรรคการเมือง ผู้นำโครเอเชียมองการไกล การที่จะทำให้ประเทศเกิดใหม่ที่เพิ่งสงบจากสงครามผลิกฟื้นมาทัดเทียมกับอารยประเทศอื่นๆ ของยุโรปในเวลาอันสั้นคือยุติประเด็นการเมืองและชนชาติ หันมาเน้นนโยบายสร้างเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เพื่อนๆ ทราบมั๊ยครับว่าปัจจุบันโครเอเชียมีดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index) สูงมาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund หรือ IMF) จัดให้โครเอเชียอยู่ให้กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนา (Emerging and Developing Economy) ในขณะที่ World Bank จัดให้โครเอเชียอยู่ในกลุ่ม High-income economy country !! (ประเทศไทยของเราถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Low-income economy country เรากำลังพยายามผันตัวเองให้เป็น Middle-income economy country อยู่ครับ) หน่วยงานการท่องเที่ยวทั้งฝั่งยุโรปและอเมริกาได้จัดให้โครเอเชียอยู่ 1 ใน 10 อันดับของ European Best Destinations 2012
      ผมหาข้อมูลถึงแค่ตรงนี้ ก็อยากบินไปเห็นตัวเป็นๆ ของประเทศวัยรุ่น 17 ปี (2012-1995) แห่งนี้ซะแล้วครับ
      ปัจจุบันโครเอเชียมีประชากรประมาณ 4.45 ล้านคน ประกอบด้วยคนหลากเชื้อชาติได้แก่โครแอท เซิร์บ บอสเนียน สโลวานิส ฮังกาเรี่ยน เช็ค อิตาเลียน และอัลบาเนี่ยน คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เมืองหลวงของประเทศคือกรุง Zagreb ซึ่งมีประชากรเพียง 7.8 แสนคนเท่านั้น โครเอเชียมีชายฝั่งติดทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ยาว 6,728 กิโลเมตร สกุลเงินที่ใช้คือ Kuna (คูน่า) 1 คูน่ามี 100 Lipa (ลิป้า) อัตราแลกเปลี่ยนต่อเงินบาทโดยประมาณคือ 1 คูน่า = 5.30 บาท

    ช่วงปีสองปีมานี้ ผมเห็นบริษัททัวร์บ้านเรามีโปรแกรมพาไปเที่ยวโครเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะไม่ทำโปรแกรมเพื่อเที่ยวเฉพาะโครเอเชียประเทศเดียว แต่จะพ่วงออสเตรียหรือสโลเวเนียเข้าไปในโปรแกรมด้วย ตอนที่พี่ตู่ชวนไปเที่ยวโครเอเชียมาครั้งแรก ผมลองหารูปในกูเกิ้ลเกี่ยวกับประเทศนี้ดู สิ่งแรกที่คุ้นๆ คือรูปธารน้ำตกใน Plitvice Lakes National Park ที่อยู่กลางประเทศ  "อ๋อ..ไอ้รูปนี้นี่เองที่เคยได้ฟอร์เวิดเมล์บ่อยๆ บอก(หลอก)ว่าเป็นน้ำตกบนเกาะเหลาเหลียง จังหวัดตรัง" ผมเกิดตรัง กลับไปเชงเม้งที่นั่นเกือบทุกปี
แต่ไม่ยักจะมีญาติคนไหนบอกว่าไอ้น้ำตกที่ว่านี่อยู่ที่ตรังเลย ...แม่ม หลอกกันได้ (แต่ตอนได้เมล์มาผมก็เชื่อนะ - -")

                       รูปน้่ำตกใน Plitvice Lakes National Park ที่หลายคนถูกหลอกว่าอยู่ที่เกาะเหลาเหลียง จังหวัดตรัง
    
      พอทำการบ้านลึกลงไปเรื่อยๆ พบว่าประเทศโครเอเชีย มีภาษาและอักษรโบราณเป็นของตัวเองมาเป็นพันปีแล้ว ประเทศไหนที่มีภาษาและตัวอักษรใช้เป็นของตัวเองตั้งแต่สมัยโบราณนี่น่าไปเที่ยวมากนะครับ (ดูอย่างฝรั่งเศส จีน หรือสเปน เป็นต้น) โครเอเชียเป็นประเทศเกิดใหม่ก็จริง แต่ก็ได้รับความเจริญด้านศิลปะ สิ่งปลูกสร้างและขนบวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิ์โรมันซึ่งขยายอำนาจครอบคลุมสองฝั่งทะเลเอเดรียติกเมื่อกว่าสองพันปีที่แล้ว
     "โอเคครับพี่ตู่ โครเอเชียประเทศเดียวแบบเจาะลึก จัดเอง เที่ยวเอง ไปช่วงปลายเดือนตุลาคมดีมั๊ยครับ หมดซัมเมอร์เข้าฤดูใบไม้ร่วง อากาศกำลังเย็นสบาย นักท่องเที่ยวยุโรปน้อยลงเป็นช่วง off-peak แล้ว ค่าใช้จ่ายต่างๆ ของเราจะได้ถูกลงด้วย" ผมโทรกลับไปบอกพี่ตู่ พร้อมโทรชักชวนเพื่อนๆ ในก๊วน เราปรับนู้นแก้นั้นนิดหน่อยจนได้ข้อสรุปว่าจะไปโครเอเชียกันช่วงวันที่ 18-28 ตุลาคม นอน 8 คืน แวะเทียวกัน 10 เมืองคือ Zagreb, Rijeka, Opatija, Plitvice Lakes National Park, Zadar, Sibenik, Trogir, Split, Hvar Island และ Dubrovnik ทริปนี้คอนเฟิร์มกัน 4 คนครับ กลุ่มเล็กๆ กำลังพอดี  
      แล้วพี่ตู่กับผมก็เริ่มทำการบ้านจัดทริปทันที

      สิ่งแรกที่ต้องทำคือหาตั๋วเครื่องบินเพื่อเมคชัวร์ว่าวันที่เรา 4 คนว่างตรงกันนั้นมีตั๋วแน่ๆ จากเมืองไทยยังไม่มีสายการบินไหนบินตรงไป Zegreb เราเลือกใช้บริการ Austrian Airlines บินจากกรุงเทพไปเปลี่ยนเครื่องที่เวียนนาเพื่อเข้าสู่ Zagreb เมื่อได้ตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็หาที่พักกัน เราคุยกันแต่ต้นว่าที่พักต้องไม่แพงเว่อร์แต่ไม่อยู่แบบซำเหมา ต้องสะดวก-สะอาด-ปลอดภัย ถ้ามีครัวยิ่งดีจะได้ซื้อของ
มาทำมื้อเช้าหรือมื้อเย็นทานกันง่ายๆ (ในกรณีที่เลี่ยนอาหารฝรั่ง) อีกอย่างเราเช่ารถขับเที่ยวกันเอง ดังนั้นที่พักต้องมีที่จอดรถฟรี (ค่าจอดรถในยุโรปอาจแพงพอๆ กับค่ากินด้วยซ้ำ) เราใช้บริการ www.booking.com เพื่อจองห้องพัก โดยอ่านรีวิวที่พักของนักเดินทางท่านอื่นๆ ที่เขียนคอมเม้นท์ในนั่นประกอบการตัดสินใจเลือกที่พักในแต่ละเมืองด้วย
      ส่วนรถเช่าเมื่อเทียบราคากับขนาดรถและพื้นที่ใส่กระเป๋าสัมภาระของคน 4 คน เราเลือกเช่ารถ Opel Astra Station Wagon 1600cc จาก www.sixt.com ถนนระหว่างเมืองในโครเอเชียมีทั้งแบบขับชิวและแบบ Tollway ที่ต้องจ่ายเงิน ใครที่ต้องใช้ Tollway ควรศึกษาเส้นทางและเตรียมเหรียญกับแบงค์ย่อยไว้ก็ดีครับ ผมหาข้อมูลค่า Tollway จากที่นี่ครับ www.hellotourist.net/info.php  
    เอกสารที่ต้องยื่นประกอบการขอวีซ่าเข้าโครเอเชียได้แก่
    1. แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่า สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.croatemb.or.id
    2. หนังสือเดินทางมีอายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ณ วันเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
    3. รูปถ่ายสี (ฉากหลังขาว) ขนาด 3.5 x 4.5 cm 1 รูป
    4. สำเนาใบจองที่พักในโครเอเชีย
    5. หนังสือรับรองทางการเงินออกโดยธนาคาร (ผมใช้หนังสือรับรองหน่วยลงทุนจากบริษัทจัดการกองทุนรวมที่ผมถือหน่วยอยู่แทนการขอหนังสือรับสถานะการเงินจากธนาคาร)
    6. สำเนาตั๋วเครื่องบิน
    7. สำเนาใบจองรถเช่า (ถ้ามี)
    8. สำเนาใบขับขี่สากล (ถ้าเช่ารถ)
    9. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับสำเนาถูกต้อง (สำนักงานกงศุลในไทยเก็บเป็นหลักฐานอ้างอิง)
    10. สำเนาหลักฐานการโอนค่าธรรมเนียมขอวีซ่าคนละ 45 USD ไปที่สถานฑูตโครเอเชียในประเทศอินโดนีเซีย
    11. หนังสือรับรองการทำงานออกโดยองค์กรที่เราสังกัด (ในหนังสือให้ระบุวันที่จะกลับมาทำงานด้วย)
     
      ถึงแม้ว่าโครเอเชียยังไมได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป แต่รัฐบาลโครเอเชียก็ให้การผ่อนผันแก่ผู้ถือหนังสือเดินทางที่มีวีซ่าเชงเก้น (Shengen permits) ของยุโรปอยู่แล้วให้สามารถเดินทางเข้าออกประเทศโครเอเชียได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2555 ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ โครเอเชียยังไม่มีสถานฑูตในประเทศไทยครับ แต่เมื่อต้นปีนี้ได้แต่งตั้งกงศุลกิตติมศักดิ์ประจำประเทศไทย มีสำนักงานอยู่ที่ชั้น 23 อาคาร Jewellry Center ถนนนเรศ บางรัก โดยสำนักงานกงศุลฯ จะเป็นผู้ตรวจเอกสารในเบื้องต้น จากนั้นจะส่งคำขอวีซ่าและเอกสารประกอบคำขอวีซ่าทั้งหมดต่อไปให้สถานฑูตโครเอเชียประจำประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้พิจารณาออกวีซ่าอีกทีหนึ่ง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดการเตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อขอวีซ่าโครเอเชียเพิ่มเติมได้ที่ www.croatemb.or.id นะครับ หากดูข้อมูลในเว็บไซท์แล้วมีข้อสงสัยอะไรก็โทรศัพท์ไปถามที่ท่านกงศุลฯ ได้เลย แต่ก่อนท่านกงศุลรับสายเอง แต่ตอนนี้เป็นผู้ช่วยรับเรื่องแทน (ทั้งสองท่านเป็นคนไทยครับ ไม่ต้องกลัวเรื่องภาษานะ) หากหลักฐานทุกอย่างไม่มีปัญหาทางสถานฑูตก็สามารถอนุมัติออกวีซ่าได้ใน 15 วัน (รวมเวลาส่งเอกสารไป-กลับอินโดนีเซียแล้ว) ออ..สำนักกงศุลฯ คิดค่าตรวจเอกสารคนละ 500 บาทนะครับ การส่งเอกสารไปกลับระหว่างไทยกับอินโดนีเซียจะใช้บริการ courier mail service (Fedex, UPS, DHL) ซึ่งเราต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง พวกผม 4 คนไปยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเอง ไม่มีปัญหาอะไร และได้รับหนังสือเดินทางพร้อมวีซ่ากลับคืนถึงมือภายใน 1 อาทิตย์ครับ
    
       พวกเราเดินทางกันในเดือนตุลาคมเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูจากหน้าร้อนเข้าสู่ฤดูหนาว เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอากาศกำลังเย็นสบาย มีแดดสลับกับฝนตกบ้าง อุณหภูมิกลางวัน 15-22 องศาเซลเซียส กลางคืน 5-12 องศาเซลเซียส ก่อนเดินทางไปต่างประเทศขอให้เพื่อนๆ ตรวจสอบสภาพอากาศด้วยนะครับ ผมเข้า www.accuweather.com เพื่อดูสภาพอากาศของเมืองต่างๆ เพื่อวางแผนจัดเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ให้พอดี และเนื่องจากพวกผมเที่ยวเลาะตามชายฝั่งทะเลเอเดรียติกเป็นส่วนใหญ่ แว่นกันแดดและโลชั่นกันแดดจึงขาดไม่ได้ครับ 

    Zegreb Upper Town...เราโชคดีมาก เจอท้องฟ้าใสๆ อากาศเย็นสบายตลอดทริป แต่ถ้าไม่มีแว่นกันแดด ...เดี้ยงสถานเดียว

      ก่อนเดินทางเราไปแลกเงินยูโรกันครับ พอไปถึงค่อยเอาเงินยูโรไปแลกเป็นเงินสกุลคูน่าที่นั่นอีกที เมื่อเอกสารพร้อม คนพร้อม เงินพร้อม ทุกอย่างพร้อม ...ออกเดินทางกันเลยครับ

โดย SutinTan

 

กลับไปที่ www.oknation.net