วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลุ่มผู้คิดแก้ ม.112 อัดประธานรัฐสภา ลิดรอนเสรีภาพประชาชน !


ตามที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สั่งให้จำหน่ายข้อเสนอของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ปกป้องสถาบันฯมิให้ถูกละเมิด

และหนังสือพิมพไทยโพสต์"แกร่งดุจเพ็ชร เผ็ดดุจพริก" ได้นำข่าวมาตีพิมพ์ ซึ่งผมได้คัดลอกมารายงานผู้อ่านไว้ใน

http://www.oknation.net/blog/netmom/2012/11/02/entry-2 แล้วนั้น

วันนี้ 3 พ.ย. หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ได้รายงานความคืบหน้าของกรณีดังกล่าว โดยได้สัมภาษณ์ ผู้ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สองคนเพื่อขอความเห็น

ปรากฎว่าทั้งสองคนที่ผมไม่ต้องการให้ชื่อเป็นเสนียดในบล็อกผม ได้แสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่าใน

คำวินิจฉัยของนายสมศักดิ์คงไม่ถูกต้อง มันอ้างว่า

ตลอด 3-4 ปี จะเห็นว่ามาตรา 112 นั้นลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน

การใช้ตำแหน่งของประธานสภาฯ วินิจฉัยเพียงคนเดียวไม่น่าจะถูกต้อง และมาลบล้างรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อแก้กฎหมายเกือบ 4 หมื่นคนได้อย่างไร

เพราะอย่างน้อยก็ควรจะนำเข้าที่ประชุมสภาฯ เป็นผู้ตัดสิน และบอกว่าคงมีมาตรการตอบโต้ประธานสภาฯ ในรูปแบบของแถลงการณ์

มันยังระบุว่า ประธานสภาฯ ทำคือทำให้ช่องทางของประชาชนในการผลักดันกฎหมายเริ่มตีบตัน และจะเป็นปัญหาในอนาคต

"เราเข้าใจนักการเมืองที่ไม่กล้าแก้กฎหมายดังกล่าว และถูกขัดขวางทุกรูปแบบแสดงให้เห็นว่าประชาชนเขาเดือดร้อนจากกฎหมาย 112 จริง ดังนั้นก็ควรจะมีการเคารพประชาชนมากกว่านี้"

ผม ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในจำนวนที่มากกว่าเกือบ 4 หมื่นคน ขอถามคนที่ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งสองคนว่า

ที่บอกว่า มาตรา 112 ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น รูปธรรมที่มองเห็นและจับต้องได้ มีอะไรบ้าง

แค่ไม่มีโอกาส เขียนบทความ ตั้งเวทีปราศรัยเพื่อลบล้างพระบารมีของในหลวงที่ทรงมีต่ออาณาประชาราษฎร์ของพระองค์อย่างเอกอุ จนหาที่สุดมิได้

ของ คนที่ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และ / หรือ พวกที่เรียกตัวเองว่านักคิดนักเขียน อย่างเต็มที่ตามต้องการนั่นน่ะหรือ คือ การลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ของ มาตรา 112

ผม ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เกิดในรัชสมัยนี้ ไม่เห็นอนาทรร้อนใจใด ๆ จากมาตรา 112

และผมก็เชื่อว่ายังมีประชาชนมากกว่า 4 หมื่นคน ก็คงไม่รับความเดือดร้อนใด ๆ จากมาตรา 112

นอกจากคนที่มีจิตใจคิดไม่ดีเท่านั้นกระมังที่รุ่มร้อนเหมือนไฟเผาผลาญอยู่ในอก

หรือไม่ก็ กลุ่มคนต้นคิด เพียงหยิบมือเดียวกระมังที่เดือดร้อน

หาใช่คน 3 – 4 หมื่น ที่บางคน อาจถูกหลอกลวงให้ลงชื่อ หรือบางคนอาจถูกขอชื่อไปอ้างเฉย ๆ ที่รู้สึกอึดอัดคับข้องใจกับมาตรา 112

เหมือนทุรชนคนชั่วที่เกรงกลัวต่อความผิด พูดง่าย ๆ คือ เหมือนคนเลวที่อยากเป็นโจรไปปล้นบ้านคนรวย แต่กลัวติดคุก จึงขอให้มีการแก้กฎหมายลดโทษการปล้น... อย่างนั้นหรือเปล่า

ถามจริง เถอะวะ ! หากพวกที่ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ไม่กระเสือกกระสนหรือดิ้นรนอยากเขียนบทความ หรือตั้งเวทีเสวนา นินทาว่าร้ายสถาบันในพระราชวงศ์จักรี

เดือดร้อนอะไร กับ เนื้อหาในตัวบทกฎหมายที่เขียนไว้ในตำราเล่มหนึ่ง ที่วางอยู่บนชั้น ๆ หนึ่งในตู้หนังสือ ด้วยเล่า ?

การออกมาดิ้นรนด้วยวิธีการต่าง ๆ เหมือนไม่ได้ด้วยเล่ห์จะเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ จะเอาด้วยคาถาเยี่ยงนี้ มันส่อเจตนาที่ไม่ดีงามเลยจริง ๆ

ก่อนหน้านี้ คนที่ประกอบอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คงคิดว่าเป็น กลุ่มคนที่เก่งกาจมีความรู้เหนือคนอื่น ๆ จึงสามารถ “ชี้นกเป็นไม่ ชี้ไม้เป็นนก” ได้

หรือไม่ก็ ก่อนหน้านี้ สื่อสารมวลชนยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวไกลเยี่ยงนี้ คนเหล่านั้นที่เรียกตัวเองว่า นักวิชาการ จึง “คิดและเผยแพร่” อะไรก็ได้ตามใจปรารถนา

แต่ว่า ยุคนี้สมัยนี้ มันไม่เหมือนก่อนแล้ว.. เว้ย เฮ้ย !

ชาวบ้านมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลจากสื่อเสรีแขนงต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง

ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซด์ หรือ เฟซบุ๊ก หรือ ทวิตเตอร์ ได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องไปยืนดูแผ่นป้ายหรือนั่งฟังการอภิปรายในหอประชุมอีกแล้ว

และไม่เพียงเท่านั้น ชาวบ้านก็ยังมี คนปากสว่างอย่าง ข้าฯ ที่คอยเปิดโปงให้ได้รับรู้ว่า

วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่ง พยายามที่จะทำลายกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยวิธีการต่าง ๆ

หากคนกลุ่มนี้ เชื่อมั่นว่า “สิ่งที่คิด” เป็นเรื่องดี และชอบตามทำนองคลองธรรม

ลอกคราบออกจากการมีอาชีพเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วออกมาเขียนเผยแพร่ “สิ่งที่คิด” ในบล็อกซิ(วะ)

ทำตัวเป็นเต่าที่แอบโผล่หัวออกมาตอดเล็กตอดน้อยอยู่ได้ - ทุเรศ !

 

โดย ภาณุมาศ_ทักษณา

 

กลับไปที่ www.oknation.net