วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขอขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง


 

นรองเดินเข้ามาสู่ "บางโอเค" ด้วยอาการเก้ๆ กังๆ

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2552

นรองโพสต์เอ็นทรี่แรกไปมีพี่ๆ มาเขียนคอมเม้นท์แปะเอาไว้

แต่ก็ไม่ได้เขียนตอบ เพราะไม่รู้และไม่เข้าใจ คุยไม่เป็น

ด้วยภาระมากมาย ทำงานด้วย เลี้ยงลูกเล็ก(สองคน)ด้วย

เข้ามาโพสต์ไว้เรื่องเดียวแล้วก็ได้แต่อ่านของท่านอื่นไม่ได้โพสต์เรื่องต่อเลย

กลับมาโพสต์อีกทีวันศุกร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2553

จากนั้นเริ่มสนุกก็เลยโพสต์มาเรื่อยๆ

มีพี่ๆ เพื่อนๆ เข้ามาทักทายทำให้ได้รู้จักและคุ้นเคยกันมากขึ้น

ทำให้ได้พบกับ "กัลยาณมิตร" มากมายหลายท่าน

ในงาน Thailand Blog Award 2012 ได้พบกับบล็อกเกอร์หลายท่าน

แต่ละท่านล้วนใจดีและเป็นกันเอง

ขอขอบคุณทุกคำทักทายที่มีให้นรอง

ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่มีให้กัน ขอขอบคุณทุกท่านมากค่ะ

 

* * * * * * * * * * * *

 

และ

ที่นี่มีเรื่องราวหลายสิ่งหลายอย่างให้ได้เรียนรู้และฝึกฝนอยู่เสมอ

สิ่งที่ได้ฝึกฝนและเห็นผลชัดเจนในตอนนี้ก็เห็นจะเป็นเรื่องการทำอาหารนี่ล่ะค่ะ

นรองเคยเล่าไว้ในเอ็นทรี่

เรื่องยากๆ แต่ฉันทำได้...ที่โอเคเนชั่น

 

วันนี้อยากจะเล่าพัฒนาการให้ฟังกันอีกครั้งค่ะ

เพราะนรองสามารถทำอาหารต้อนรับผู้มาเยือนได้ไวขึ้นและอร่อยขึ้น  

วันนี้น้องชายเดินทางมาจากชุมพรมาหาพี่สาวมาหาหลานๆ 

พี่สาว(นรอง)ก็เลยทำอาหารไว้คอยต้อนรับ

 

 

อาหารแต่ละเมนูล้วนลอกมาจากครัวพี่ดงละคอน

 

 

นรองเพิ่งลอกได้ไม่กี่เมนูค่ะ อาหารแต่ละอย่างจึงเป็นเมนูซ้ำๆ 

ว่ากันว่า "พรสวรรค์มาจากพรแสวงที่ทำซ้ำจนเกิดความชำนาญ"

ฉะนั้นแต่ละจานที่เห็นเริ่มทำคล่องขึ้น หน้าตาดีขึ้น ที่สำคัญอร่อยขึ้นค่ะ

เริ่มจะมีพรสวรรค์กะเค้าบ้างล่ะ

 

 

วันนี้เพิ่งจะทดลองลอกได้สำเร็จอีกหนึ่งเมนู

อร่อยง่ายๆ... "หน่อไม้ผัดพริกแกง"... ใส่หมูสับ

 

 

แต่วันนี้พริกแกงที่เอามาจากปักษ์ใต้..หมดค่ะ

นรองก็เลยตำพริกกับกระเทียมแทน

 


ผัดเสร็จเรียบร้อยได้หน้าตาแบบนี้

แต่รสชาติยังไม่ค่อยเท่าไร ต้องลองทำรอบที่ ๓ จึงจะเข้าที่เข้าทาง

เป็นที่รู้กันว่าที่บ้านจะต้องกินเมนูนี้ซ้ำ ๓ วันติดต่อกันอีกแล้ว

 

 

"ไก่ทอดใบมะกรูด"

ทอดให้เด็กๆ ก็เลยไม่ได้ใส่พริกแกง (หมดพอดีด้วย)

 

 

 จานนี้ลอกและปรับวิธีมาจาก "ไก่ทอดพริกแกงใต้"

อยากฝึกให้เด็กๆ กินใบมะกรูดก็เลยทอดใส่เข้าไปด้วย

 

 

"ต้มมะระยัดไส้หมูสับ"

กลายเป็นเมนูโปรด จึงต้องมีหมู้สับกับมะระติดบ้านไว้เสมอ

เมนูนี้ชำนาญแล้วค่ะ เรื่องขมไม่ต้องห่วงล่ะ ลูกๆ ซดน้ำได้สบายมาก

 

 

ลอกมาจากต้นฉบับนี้เลยค่ะ 

ต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับ +น้ำพริกผักต้มไข่ชะอมทอด

 

 

"ลาบหมู"

จานที่เท่าไรจำไม่ได้แล้วค่ะ หน้าตาและรสชาติเข้าที่

น้องชายบอกอร่อย ก็ชื่นใจแล้วค่ะ

 

 

ลอกมาจากนี่ค่ะ...ต้นฉบับ

  ลาบหมูพริกขี้หนูสวน

 

 

ทุกเมนูกินกับข้าวสวยหุงผสมกับ "ข้าวพันธุ์สังหยด"

"พี่สาวชบาตานี" นำขึ้นรถไฟจากปัตตานีมาให้ถึงบ้านที่กรุงเทพฯ

ส่วนลูกหยีน้องแบ่งครึ่งฝากลงไปให้แม่กับน้องที่ชุมพรด้วย

ขอบคุณพี่สาวมากๆ ค่ะ

 

 

ต่อด้วยของหวานที่ลอกมาจาก

เรื่องกล้วยๆ..อร่อยง่ายๆกับ" กล้วยไข่เชื่อม"

 

 

พี่ดงฯ ลงไว้ตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคมค่ะ

แต่นรองมีข้อจำกัดด้านเวลา ทำงานประจำกลับบ้านค่ำ

จะลอกเมนูใดจะต้องรอวันหยุดสุดสัปดาห์

บางสัปดาห์เตรียมของไว้แต่ก็ต้องยกเลิก เพราะต้องไปทำกิจกรรมของลูกเล็กในวัยเรียน

ลูกน้อยอยู่ในวัยกำลังโต มีกิจกรรมมากมาย แม่ก็เลยต้องทำงานทุกอย่างให้ไว

บางครั้งลงเรื่องไว้ตอบคอมเม้นท์ช้าไปบ้าง ไม่ได้ตอบบ้าง

แต่ได้อ่านแล้วชื่นใจทุกคอมเม้นท์

ขออภัยนะคะหากนรองตอบคอมเม้นท์ครบบ้างไม่ครบบ้าง

กลับมาเรื่องกล้วยเชื่อมกันต่อค่ะ

เมื่อวานซื้อกล้วยไข่มาแต่หน้าตาเขียวน้อยกว่าต้นฉบับ

ถามพี่ดงฯ ไปว่ากล้วยจะเละไหม

ได้คำตอบว่า "ยังไหวอยู่"

 

 

มาถึงเช้าวันนี้กล้วยเหลืองมากกว่าเดิม

ก็เลยรีบลงมือถ่ายสำเนาทันที

เป็นครั้งแรกสำหรับ "กล้วยไข่เชื่อม"

ก็เลยต้องเดินไปเดินมาระหว่างหน้าเตากับหน้าคอม

 

 

ตั้งไฟอ่อนๆ ได้ ๑๕ นาทีพอดีเป๊ะ

เปิดฝาหม้อออกดู หอมมากๆ หอมกลิ่นใบเตยค่ะ

ปิดแก๊สก่อนจัดการเอากล้วยที่อยู่ข้างล่างมาไว้ข้างบนเอาข้างบนลงข้างล่าง

ตั้งไฟต่อไปอีก ๑๐ นาที

 

 

 

ระหว่างนั้นก็เคี่ยวกะทิไฟอ่อนๆ อีก ๑๐ นาที

 


เสร็จพร้อมกันพอดี หน้าตาดูงาม

ส่วนรสชาตินั้น คุณสามีบอกว่า "อร่อยจริงๆ ไม่ขี้หก"

 

 

 ของฝากจากพี่หม่อง

"กระยาสารท" แม่ชอบมาก

นรองจึงฝากให้น้องชายนำไปให้แม่ที่ชุมพร

"ส้มโอ" นำถวายท่านก่อนเมื่อเช้านี้

 

 

 

จากนั้นจะขอลา "ส้มโอ" จากท่านเพื่อนำมาทำเป็นอาหารตามเมนูนี้ในวันต่อไปค่ะ

"ยำส้มโอทรงเครื่อง" อาหารไทยโบราณ

 

 

"ผ้าขาวม้า" ของฝากจาก "คุณชายสามหยด" บล็อกเกอร์พ่อค้าภรรยาสวย

นรองเป็นคนแพ้อากาศหนาวค่ะ

จึงได้ใช้ผ้าขาวม้าผืนนี้แทนผ้าคลุมไหล่เวลาลูกๆ เปิดแอร์

ขอขอบคุณมากๆ ค่ะคุณชาย

 

 

ภาพโลโก้ภาพนี้เป็นของ "พี่แม่ยามาและตามี" พี่สาวอีกคนที่ใส่ใจและใจดีกับนรองเสมอ

นอกจากจะได้รับวิธีทำอาหารจากบ้านพี่ดงฯ แล้วยังได้เคล็ดลับและแรงบันดาลใจหลายอย่างจากพี่หมอด้วย

ทั้งยังยกภาพโลโก้สาวน้อยคนสวย(เหมือนพี่หมอ)และน่ารัก(เหมือนนรอง)..ฮิ้วววว

ให้เป็นลิขสิทธิ์ของนรอง  ขอขอบคุณพี่หมอมากๆ ค่ะ

 

 

การที่นรองสามารถทำอาหารได้หลากหลายมากขึ้นนั้น

ประโยชน์ที่ได้ไม่เพียงแต่ลูกๆ และสามีได้กินอาหารเท่านั้น

นรองใช้บทเรียนนี้มาสอนลูกๆ ด้วยค่ะ

ลูกๆ ชมว่าแม่ทำอาหารเก่งขึ้นมากเลย ก็เลยถามลูกกลับไปว่า "เพราะอะไรแม่จึงทำอาหารเป็น"

ลูกตอบพร้อมๆ กันว่า "ก็เพราะแม่ดูจากโอเคเนชั่น"

ตอบลูกว่า "ใช่ค่ะ..แม่อ่าน แม่ดู แล้วแม่ก็นำมาฝึกฝน ทำซ้ำจนเกิดความชำนาญ"

"แม่ก็เลยทำอาหารเป็น แต่ถ้าแม่ไม่ดู ไม่อ่าน แม่จะทำเป็นมั๊ยคะ"

ลูกๆ ส่ายหน้าเหมือนพัดลมเลยค่ะ..บอกกับลูกว่า

"ฉะนั้นลูกๆ ก็จะต้องอ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้  ฝึกฝนบ่อยๆ"

"อะไรที่ไม่รู้ อะไรที่ไม่เป็น อ่านไว้ ฝึกไว้ สักวันหนึ่งก็จะรู้และทำเป็นเองล่ะ"

ขอเพียงให้มีความพยายามและอดทน


  * * * * * * * * * * * *

วันนี้พ่อกับลูกชายกำลังฝึกเล่นดนตรี  ได้ยินว่าจะเล่นเพลงนี้ "เติมใจให้กัน"

นรองก็เลยแอบบันทึกเอามาเติมใจให้แก่เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่านนะคะ

 

 


เค้าเล่นอีกต่อเพลง "ปลูกรัก" เศร้าดีก็เลยอัดต่อเลย

 

 


เปลี่ยนเครื่องดนตรีมาเล่นเพลง "จันทร์" เพลงโปรดของแม่(นรอง)

เอามาฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ด้วยค่ะ

 

 

 

ส่วนเพลงนี้ "น้ำตาลาไทร" ฝึกฝนมามอบให้พี่ดงละคอน

ลูกสาวยังร้องไม่ได้ขอมีส่วนร่วมด้วย

ส่วนตัวแม่นั้นจะร้องผิดร้องเพี้ยนก็ไม่หวั่นค่ะ ส่วนคนฟังจะฟังจนจบหรือไม่ก็ไม่เป็นไร

คนร้องมั่นใจเต็มร้อยว่าร้องจนจบเพลงแน่ๆ

 

 

"โอเคเนชั่น" ให้อะไรมากมายกว่าที่คิด

ขอขอบคุณ "กัลยาณมิตร" ผู้มีจิตเป็นผู้ให้

ขอให้ทุกท่านมีความสุขทุกๆ วัน

_/\_ สวัสดีค่ะ _/\_

 

โดย นรอง

 

กลับไปที่ www.oknation.net