วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วงเวียนความงามไม่รู้จบสิ้น "ปายสามฤดู"


ปายสามฤดู

วันเวลาผ่านหมุน ฤดูหนึ่งถึงฤดูหนึ่ง ปรับเปลี่ยนเวียนวน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำมาแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ในหนึ่งฤดูมีนักเดินทางหลายคนปะปนมากับนักท่องเที่ยว

ในหนึ่งฤดูมีนักท่องเที่ยวปะปนมากับนักเดินทาง

ในฤดูหนึ่งนักเดินทางมาเพียงลำพัง มาเพื่อฟัง มาเพื่อคิด มาเพื่อพบกับธรรมชาติพิสุทธิ

ในฤดูหนึ่งนักเดินทางหายหน้าไป ปล่อยให้นักท่องเที่ยวเสวยปายเสียให้ฉ่ำ

ในฤดูหนึ่งถึงฤดูหนึ่ง อีกฤดูหนึ่งถึงฤดูหนึ่ง นักเดินทาง...เดินทางมาสัมผัสปายครบสามฤดู เมื่อครบแล้วก็มาให้ครบอีก นักเดินทางพวกนี้ติดหล่มรัก..เป็นกับดักความงามที่ไถ่ถามถึง...ตลอดเวลา...

ปายฝน

ไปทำไม? ปายหน้าฝน คำถามนี้เป็นอดีต คือเคยถูกถามมาก่อน เป็นคำถามที่ตอบไม่ยากเลย ไปเพราะ“เงียบ  สงบ งาม”

ปายหน้าฝนนักท่องเที่ยวหายหน้า คนปายบางกลุ่มหายไปด้วย ร้านรวงริมถนนเปิดบ้างปิดบ้าง ผับปิดมั่งเปิดมั่ง แล้วแต่อารมณ์

เมื่อผับเปิดปิดเปิดปิด นักดนตรีต้องลงไปเชียงใหม่ ไปหาที่เล่น ไปหาที่กิน คนปายที่อยู่ปายช่วงหน้าฝนพวกนี้ตัวจริงเสียงจริง (เพราะไม่รู้จะไปไหน หรือเปล่า)

ฝนเมืองปายตกเป็นหย่อมๆ ตกบนเขาลูกโน้น ย้ายมาเขาลูกนี้ ตก...หยุด หยุดตก ตกให้เปียก ตกให้แฉะ แฉะร่างกายใจชุ่มฉ่ำ

ชาวนาปลูกข้าวช่วงต้นฝน เก็บเกี่ยวช่วงปลายฝนถึงต้นหนาว หน้าฝนได้เห็นภาพธรรมชาติแปรเปลี่ยน ไม้ยืนต้นล้ม ตลิ่งทรุด สายธารเชี่ยวกรากพรากกรวดทราย สายฟ้าแลบเป็นแนวยาวราวรากไม้ สุดท้าย หมอกฝนบนขุนเขาล่องลอย เคลียคลอเรือนยอดไม้ หมอกฝนฟุ้งกระจาย รุ้งตัวโตโผกอดเมฆงาม

สิ่งเหล่านี้คือปายฝนที่คนไทยไม่ชอบ แต่ฝรั่งหลงรักมัน ฝรั่งมันหลงรักปาย(ฝน) ผมหลงรักทั้งมันทั้งปาย...ปายฝนมนต์เสน่ห์

ทั้งหมดคือคำตอบ...ทำไมไปปายหน้าฝน

ปายแล้ง

นาผืนใหญ่ นาผืนเล็กกระจายทั่วทั้งปาย นาเหล่านี้ทอดกายไปจรดขุนเขา ยามเมื่อนามีกล้าข้าวชรอุ่มชุ่มเขียว สดสวยสบายตา ยามเมื่อข้าวท้องแก่ตกรวงทอง งามสง่า ยามเมื่อลงเคียวเกี่ยวข้าว เหลือเพียงซังแห้งไว้ดูต่างหน้า

ถึงยามนั้นเป็นที่มาของนาแล้งแห่งเมืองปาย นาแล้งสวยหรือไม่...ไม่มีคำตอบใดๆ เป็นบรรทัดฐาน แล้วแต่มุมมองและความพึงใจ

บนผืนนาแล้ง วัวควายเลาะเล็มซังข้าว รสชาติอาจไม่หวานหอมเท่าหญ้าสด แต่ก่อประโยชน์ได้เช่นกัน อิ่มท้องควาย ขยายกระเพาะวัว

ชาวนาไม่ต้องเผานา ไม่ต้องเผาหญ้าให้เกิดควันไฟ...ชีวิตหนึ่งในนาแล้ง...

หน้าแล้งน่าล่องแก่ง

การล่องแก่งน้ำปายล่องได้ทุกฤดูกาล หน้าฝนน้ำเยอะ หน้าแล้งน้ำน้อย หน้าหนาวน้ำกำลังดี น้ำเป็นตัวกำหนดการล่อง หน้าฝนน้ำแรงอันตรายนิดหน่อย ต้องใช้เรือยาง หน้าหนาวกระแสน้ำเชี่ยวน้อยลง

หน้าแล้งใช้แพไม้ไผ่ไหลล่องไปกับสายน้ำใสสะอาด มองเห็นหินกรวดใต้น้ำ มองเห็นป่าเบญจพรรณเจริญเติบโตสองฟากฝั่ง การล่องแพไม้ไผ่เป็นวิถีดั้งเดิมในการเดินทาง วิถีนี้มีมนต์ตราน่าหลงใหล 

ดอกไม้หน้าแล้ง

งิ้วสะบัดดอกสีแดงเร่าร้อนราวเพลิงไพร ดอกใหญ่หนา นวล นุ่ม ลุ่มลึก แย้มกลีบดอกเชิญชวนให้ชื่นชม พอเข้าใกล้ เกสรแกร่งกลับทำให้เท้าก้าวถอย ใจหนึ่งกล้า ใจหนึ่งกลัว  อยากสัมผัสแต่หวาดหวั่น...สวรรค์หรือนรกกันแน่

แดดหน้าแล้งร้อนแรงเพียงใด งิ้วยังชูดอกอวดทะนง ไม่ใยดีแสงตะวันเลยแม้แต่น้อย

ริมทางข้างถนน นอกเหนือจากดอกงิ้วสีแดงสด ยังมีดอกหญ้าขนาดเล็กเจริญเติบโตอยู่หลายประเภทหากไม่สังเกตหรือมองข้ามไปโดยไม่ใยดี ดอกหญ้าย่อมเป็นดอกไม้ไร้ค่า (เช่นเดิม) ต่อเมื่อเพ่งพิศให้ถี่ถ้วน ดอกหญ้าก็สดสวยเหมือนดอกไม้อื่นๆ

ดอกหญ้าสวยใส ความเป็นไปในสิ่งตรงข้าม สร้างรอยยิ้มใหนักเดินทาง...เสมอ

ปายหนาว

หน้าหนาวบนเส้นทางสาย 1095 ท้องฟ้าสดใส บางโอกาสเห็นเมฆก่อตัวสวยงามแปลกตา บางจังหวะอาจพบเมฆฝนสอดแทรกเข้ามา

เมืองกลางขุนเขามีความหลากหลายทางสภาพอากาศ  หน้าหนาวอันยาวนานยืนกรานหยิบยื่นความเย็นให้ผู้พิสมัยปาย ส่วนผู้ไม่นิยมชมชอบต้องหาทางปกป้องตัวเองจากสายลม ปกป้องตังเองจากน้ำค้างเย็นชื้นด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

ฤดูหนาว หนุ่มสาวชาวไทยออกเดินทางสู่ภูสูงเมืองปาย ปลายทางข้างหน้ามีจุดหมายคล้ายคลึงและแตกต่าง ปายอาจเป็นจุดแรก จากนั้นแยกย้ายไปตามความมุ่งหวัง ไม่ว่าจะเป็นปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน ปางอุ๋ง ทุ่งบัวตอง

ช่วงต้นหนาวข้าวตกรวง รวงข้าวอวบอิ่ม เมล็ดข้าวเต่งตึง ทุ่งข้าวงดงามถึงขีดสุด ชาวนาลงเคียวเกี่ยวรวง นาข้าวเว้าแหว่ง ทิ้งซังสีทองไว้ดูต่างหน้า   

สายลมหนาวคละเคล้ากลิ่นดอกไม้ สายหมอกขุ่นขาวปกคลุมขุนเขา ช่วงเช้าหนาว กลางวันอุ่น กลางคืนเย็นยะเยือก ตกดึกซุกตัวในอ้อมกอดคนรัก

บรรยากาศในหน้าหนาวบ่มเพาะความรักให้สุกงอม งอมงามเหมือนรวงทองที่ท้องทุ่ง หน้าหนาวต้องพึ่งแดด ชาวบ้านพึ่งพาแดดปลูกผักทำไร่รวมถึงทำให้เรือนร่างอบอุ่น

กลางวันเป็นเรื่องของแดด กลางคืนเป็นเรื่องของไฟ กองฟืนสร้างไฟ กองไฟให้ความร้อน กองความร้อนไล่ความเย็น...สิ่งที่เห็นและเป็นไปในช่วงวันคืน

หน้าหนาวบัวตองชูช่อ ดอกบัวตองสีเหลืองสดสวยใสมากเสน่ห์

ความงามของบัวตองเริ่มตั้งแต่ต้นถนน ในเขตแม่แตง ผ่านปาย เลยเรื่อยไปถึงแม่ฮ่องสอน

ริมถนนบนยอดดอย มีบัวตองให้ชื่นชม มีกระแสลมหนาวพัดเอาเกสรปลิวไปทั่วขุนเขา ในอนาคตที่ว่างกลางดงดอยจะกลายเป็นทุ่งทอง บัวตองเบ่งบานเหลืองอร่ามท่ามกลางลมเย็น อวดกลีบดอกให้ชนชมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

สนธยามาเยือน แสงตะวันเหือดหาย ความเย็นเคลื่อนตัวมากับพรายหนาว บัวตองถูกทิ้งไว้กลางท้องทุ่ง เข็มนาฬิกาเดินไป อุณหภูมิความเย็นเพิ่มขึ้น กลางคืนต้องพึ่งกองไฟ คนกรุงไม่เข้าใจว่ากองไฟสำคัญอย่างไร แต่คนปายรู้ดี คนปายรู้ว่าความเย็นในหุบเขาต้องใช้ไฟจากกองฟืนให้ความอบอุ่น...อุ่นไปตลอดราตรีที่ยาวนาน

 

ทั้งหมดที่กล่าวมาคือภาพปายสามฤดู (ส่วนหนึ่งของธรรมชาติทั้งหมด) เป็นปายที่เห็นและเป็นไป 

ความงดงามที่ได้สัมผัสหยั่งรากลึกลงไปในหัวใจบิดเบี้ยวดวงนี้ ยากจะฉุดดึง ยากจะลืมเลือน ยากเพราะรักปายแล้ว

รักปายเสมอ...จาก พรายทะเล

ขอบคุณที่ติดตามครับ คราวหน้าว่ากันเรื่องที่พักในเมืองปาย  

 

 

โดย พรายทะเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net