วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครเอเชีย...ไม่ไปไม่รู้ (ตอนที่ 8 มุ่งสู่จุดหมายสุดท้าย..เมือง Dubrovnik)


      วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2555
      กินเบเกอรี่ที่ซื้อมาจาก Hvar City Center เป็นอาหารเช้าเสร็จแล้ว เราเดินทางออกจากที่พักแต่เช้าไปเมือง Sucuraj เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่เที่ยว 9.45น. ข้ามกลับไปยังแผ่นดินใหญ่ที่ท่าเรือเมือง Drvenik เพื่อขับรถต่อไปยังเมือง Dubrovnik จุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริปโครเอเชียนี้
      ระยะทางจากเมือง Hvar ไปเมือง Sucuraj ประมาณ 80 กม. ทำการบ้านบน Google Map บอกว่าขับรถไม่เกิน 1.5 ชั่วโมง แต่จากคำแนะนำของแหม่ม Ivana เจ้าของที่พักเธอบอกว่าพวกเราคนต่างถิ่นไม่ชำนาญทางต้องเผื่อเวลาเป็น 2 ชั่วโมง ถนนบน Hvar Island ทั้งหมดเป็นสองเลนรถขับสวนกัน จากเมือง Hvar ไปเมือง Sucuraj ช่วง 30 กม.แรกทางยังตรงและดีอยู่ แต่ 50 กม.หลังเป็นถนนคดเคี้ยวบนเขาแถมถนนยังระหว่างการซ่อมแซมเป็นระยะๆ ด้วย เราเชื่อคุณ Ivana ออกจากที่พักตอน 7 โมงเช้า เป็นไปตามที่คุณแหม่มบอกไว้ ถนนช่วงหลังแคบและคดเคี้ยวมาก บนเขามีปิดถนนซ่อมเหลือให้รถวิ่งเลนเดียวเป็นระยะๆ แต่ที่แหม่ม Ivana ประเมินผิดไปอย่างคือพี่ตู่โชเฟอร์ของเราขับรถได้ดี(ดุ)เทียบเท่าคนท้องถิ่นโครเอเชียแล้ว เราจึงมาถึงเมือง Sucuraj ในเวลาเพียงชั่วโมงครึ่ง :-)

                                  เรือเฟอร์รี่ที่พาเราข้ามจากเมือง Sucuraj ไปขึ้นแผ่นดินใหญ่ที่ท่าเรือเมือง Drvenik

      ค่าตั๋วรถขึ้นเรือเฟอร์รี่ 90 คูน่า ส่วนค่าตั๋วผู้ใหญ่ 4 คนๆ ละ 13 คูน่า รวม 142 คูน่า ใช้เวลาข้ามฟากประมาณครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงท่าเรือเมือง Drvenik ครับ จาก Drvenik ขับรถไปอีก 130 กม. ก็จะถึงเมือง Dubrovnik ปลายทางของ
ทริปนี้แล้วครับ แต่ผมลืมบอกไปว่าประเทศโครเอเชียมีพื้นที่ไม่ติดต่อกันเหนือจรดใต้นะครับ ทางส่วนล่างของประเทศถูกคั้นแยกจากกันด้วยเมือง Neum ของประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า เป็นระยะทาง 24 กม.

      เมือง Neum นี้ เป็นทางออกทะเลเพียงแห่งเดียวของประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า ขับรถจาก Drvenik มาซัก 60 กม. ก็จะพบด่านผ่านแดนของโครเอเชีย ไม่ต้องลงจากรถนะครับ ให้เตรียมหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจตรา ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวแล้วแถวรถไม่ยาวมาก แป๊บเดียวเจ้าหน้าที่ก็เอาหนังสือเดินทางมาคืนให้เราที่รถเป็นอันเสร็จพิธี เมือง Neum เป็นเมืองพักผ่อนชายทะเลแต่ผมดูบรรยากาศแล้วแตกต่างจากโครเอเชียมาก อาจเป็นเพราะตึกรามบ้านช่องที่นี่ระเกะระกะทันสมัยปนกับแบบโบราณ ไม่สงบเป็นระเบียบเหมือนในโครเอเชีย  

                                                   วงกลมสีแดงคือเมือง Neum ของประเทศบอสเนีย-เฮอร์เซโกวิน่า

      จากจุดตรวจหนังสือเดินทางเมื่อตะกี้ขับรถมาประมาณ 20 กม.ก็ถึงด่านตรวจเข้าประเทศโครเอเชียอีกครั้ง ยื่นหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่และนั่งรอในรถเหมือนเดิมครับแป๊บเดียวผ่าน แล้วขับไปอีก 60 กม. ก็ถึงเมือง Dubrovnik
      Dubrovnik เป็นเมืองใหญ่อยู่ทางใต้สุดของประเทศโครเอเชีย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชียและยุโรป เมือง Dubrovnik มีประวัติย้อนหลังไปในคริสศตวรรษที่ 7 สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่งโลกให้มาเยือนเมืองนี้คือ The Old City of Dubrovnik ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ.1979 เราขับรถเข้ามาถึงเมือง Dubrovnik ตอนเที่ยงพอดี ผมรู้สึกว่าเมืองนี้วุ่นวายกว่าทุกเมืองที่เราผ่านมาในทริปนี้ เราตรงไปเช็คอินที่พักก่อนเป็นลำดับแรก ผมจองที่พักเป็น 2-bedroom apartment ที่ Apartments Topolo Dubrovnik เราจะนอนที่เมือง Dubrovnik 2 คืน จะได้มีเวลาแพ็คกระเป๋าสบายๆ ด้วย
      เมืองใหญ่แบบนี้เรื่องที่จอดรถเป็นปัญหาครับ GPS บอกเราว่ามาถึงตำแหน่งของที่พักแล้ว เราจอดรถบนที่ "Reserved" ของโรงแรมแห่งหนึ่งติดถนน ผมกับแฟนลงไปเดินหาอพาร์ทเม้นท์ซึ่งอยู่ในตรอกเข้าไป 20 เมตร ส่วนพี่ตู่กับน้องจอยรออยู่ในรถเผื่อเจ้าของที่จอดเขามา ผมเจอคุณแหม่ม Stane เจ้าของอพาร์ทเม้นท์กำลังใส่ปลอกหมอนเตรียมเครื่องนอนให้เราพอดี เธอถามว่าจอดรถที่ไหน แล้วเธอก็เดินลงมาพร้อมผมมาบอกพี่ตู่ให้จอดตรงช่อง "Reserved" ที่อยู่นหน้าตรอกนี้ได้เลย จอดฟรีไม่ต้องกังวล เจ๊เคลียร์กับโรงแรมเจ้าของช่องจอดรถนี้แล้ว!!
      ผู้หญิงโครเอเชียที่เราเจอมานี่แมนทุกคน สังเกตุมั๊ยครับว่าที่พักของเราตั้งแต่กรุง Zagreb มาจนถึงเมือง Dubrovnik นี้ไม่ว่าเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของที่พักล้วนเป็นผู้หญิงดูแลหมดเลย ผมไม่กล้าถามว่าผู้ชายหายไปไหนหมด แต่ในใจผมคิดว่าผู้ชายอาจจะเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมากในสงครามแบ่งแยกดินแดนเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วก็เป็นได้
      กลับมาที่แหม่ม Stane กันต่อ เธอบอกว่าเราเป็นคนไทยกลุ่มแรกที่มาพักที่อพาร์ทเม้นท์ของเธอ ตอนนี้เที่ยงแล้ว พี่ตู่ถามว่าแถวนี้มีร้านอาหารที่คนโครเอเชียท้องถิ่นกินกันมั๊ย ไม่เอาร้านสำหรับนักท่องเที่ยวนะ เรากินร้านอาหารอิตาเลียนเที่ยวติดกันหลายวันแล้ว เธอบอกว่าอาหารการกินของโครเอเชียได้รับอิทธิพลจากอิตาลีตั้งแต่โบราณจึงกลมกลืนเป็นอาหารของคนโครเอเชียไปแล้ว เราถามว่าแล้วร้านอาหารจีนหละ เมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ แบบนี้น่าจะมี เธอบอกว่าเคยมีแต่ไปไม่รอดเพราะนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นไม่นิยม อืม..ผมเพิ่งเข้าใจเรื่องอาหารการกินของที่นี่เอาวันสุดท้ายนี้เอง  

               Apartments Topolo Dubrovnik ที่พักของเราของเรามาตรฐานโครเอเชียครับ...สะดวก สะอาด ปลอดภัย มี wifi ฟรี

       เราต้องคืนรถเช่าภายใน 9.00น.วันพรุ่งนี้ มาเมืองใหญ่แบบนี้จะขับรถเที่ยวก็ต้องหาที่จอดเสียเงินอีก เราจึงตัดสินใจคืนรถเย็นวันนี้เลย แล้วพรุ่งนี้มีเวลาใน Dubrovnik ทั้งวันก็เดินหรือนั่งรถเมล์กัน สาวๆ พยักหน้าเห็นด้วย
เพราะผ่านการเดินวันละ 4-5 กม.ทุกวันจนกล้ามเนื้อน่องแข็งแรงมากแล้ว - -" นี้ยังมีเวลาครึ่งบ่ายเต็มๆ เราเก็บสัมภาระทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ขับรถออกไปเที่ยวเมือง Cavtat ที่อยู่ห่างออกไป 14 กม.ทันที เมือง Cavtat เป็นเมืองตากอากาศเล็กๆ
ตั้งอยู่ห่างเพียง 3 กม.ก่อนถึง Dubrovnik International Airport ดังนั้นในวันเดินทางกลับบริษัททัวร์ของไทยมักพานักท่องเที่ยวมาแวะเมือง Cavtat ก่อนไปขึ้นเครื่องเที่ยวบ่ายกลับเมืองไทยครับ

                                              มื้อเที่ยงตอนบ่ายสองโมงที่ Restaurant Dalmatino เมือง Cavtat

                               ชาวประมงจับปลามาขายให้กับผู้ซื้อโดยตรง ด้านซ้ายมือน้องเหมียวรอเศษปลาจากชาวประมง

                                                       ที่ริมทะเลติดร้านอาหาร ทะเลเอเดียติกน้ำใสปลาเยอะมาก  

  

                                                                                     Riva เมือง Cavtat
 
       เราออกจาก Cavtat กลับเข้าเมือง Dubrovnik ระหว่างทางแวะซุปเปอร์มาเก๊ต Lidla และ Konzum ซื้อช๊อคโกแลตและขนมปังกรอบที่ซื้อกินระหว่างทางเป็นประจำ เลยต้องแวะซื้อเอากลับเมืองไทยด้วย
ตอนนี้ก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว ยังมีที่ไหนที่เราไปไม่ได้หากไม่มีรถในวันพรุ่งนี้หนอ คิด คิด คิด ...ติ๊กตอก ติ๊กตอก ...ออ..คิดออกแล้ว Srd Hill นั่นเอง!!
       Srd Hill ภูเขาที่ประชิดเมือง Dubrovnik มีบริการ Cable car พานั่งท่องเที่ยวขึ้นมาชมวิวเมือง+ทะเลบนยอดเขานี้ คิดค่าตั๋วไป-กลับสำหรับผู้ใหญ่คนละ 87 คูน่า แต่ใครมีรถก็ขับขึ้นไปบนยอด Srd Hill ได้นะครับ มีรถและมีฝีมือด้วยนะครับ เพราะทางขึ้นลงเขาเป็นถนนชันเลนเดียว นอกจากฝีมือแล้วต้องวัดใจกับคันที่สวนมาด้วยว่าใครจะต้องหลีกทางให้ พี่ตู่ซึ่งบัดนี้ได้สำเร็จหลักสูตรการขับขี่แบบคนท้องที่แล้วจึงพาเราขึ้นไปยังยอด Srd Hill แบบสบายๆ - -"

                                                                              กางเขนใหญ่บนยอด Srd Hill

                                                                      The Old City of Dubrovnik จากมุมสูง

                                                                            สถานี Cable Car บนยอด Srd Hill

                                                                 

      ลงจาก Srd Hill เรากลับมาส่งสาวๆ กลับที่พักก่อน แล้วผมกับพี่ตู่ก็ขับรถไปคืนที่สำนักงาน Sixt Car Rent ซึ่งอยู่ใน Hilton Dubrovnik Hotel ใกล้เมืองเก่า แล้วเรา 2 คนก็เดินจากโรงแรม Hilton กลับที่พักวัดระยะทางได้ประมาณ 1.5 กม. อืม.. พอไหว แต่พรุ่งนี้เดินไปเมืองเก่าค่อยบอกสาวๆ ว่าแค่กิโลเดียวดีกว่า ^^


     ได้เวลาทำมื้อเย็นทานและพักผ่อนตามอัธยาศัยแล้วครับ พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยว The Old City of Dubrovnik กัน เจอกันพรุ่งนี้นะครับ...ราตรีสวัสดิ์

                                                                                

โดย SutinTan

 

กลับไปที่ www.oknation.net