วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โครเอเชีย...ไม่ไปไม่รู้ (ตอนที่ 9 The Old City of Dubrovnik)


      วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2555
      วันนี้ไม่มีรถเช่าแล้ว เราจึงต้องเดินหรือขึ้นรถเมล์ทั้งวัน เราทานมื้อเช้าเพิ่มพลังเต็มที่ แล้วออกจากที่พักเดินมุ่งหน้าไปยังเมืองเก่า Dubrovnik ยิ่งเราเดินทางลงมาตอนล่างของประเทศมากขึ้นอากาศก็ยิ่งอุ่นขึ้นครับ แต่อุ่นในที่นี่ไม่ใช่อุณหภูมิ 30 องศาแบบบ้านเรานะครับ ที่นี่ 20 องศาเขาก็ว่าอุ่นสบายกันแล้ว พวกเราโชคดีมากตลอด 8 วันที่ผ่านมาฟ้าโปร่งแดดจัดอากาศเย็นสบายไม่เจอฝนเลย คุณแหม่ม Stane เจ้าของที่พักบอกว่าวันนี้ตอนบ่ายๆ อาจมีฝนตก พายุฝนเป็นสัญญาณว่ากำลังจะเปลี่ยนเข้าฤดูหนาวแล้ว ออกจากตรอกที่พักข้ามถนนไปเดินฝั่งตรงข้ามผ่านคีออสของ Tisak ผมเข้าหาซื้อตั๋ววันหรือ Daily Ticket แบบที่เราเคยซื้อที่กรุง Zagreb ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ทบอกว่าตั๋ววันของ Dubrovnik ราคาใบละ 30 คูน่า แต่คนขายบอกเราว่าตอนนี้เขาเลิกทำตั๋ววันขายแล้ว คงคำนวณแล้วมั๊งว่าขายตั๋ววันคงไม่คุ้มแน่ เพราะใช้รถเมล์ได้ไม่จำกัดเที่ยวภายใน 24 ชม.

                                     คีออสของ Tisak มีอยู่ทั่วไปในโครเอเชีย

    
      เมือง Dubrovnik ได้รับการขนานนามว่าเป็น "The Pearl of Adriatic" หรือไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก นอกจากเมืองเก่า Dubrovnik ที่ห้ามพลาดแล้วยังมีโซนอื่นๆ ของเมืองที่น่าไปเที่ยวเช่น 1) Luka of Cruz ที่เรือสำราญขนาดใหญ่เข้ามาจอดเทียบท่า  2) Babin Kuk
ย่านชายทะเลที่มีโรงแรมหรูและร้านอาหารของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก 3) Lapad ย่านเมืองที่มีศูนย์การค้าและแหล่งช๊อปปิ้ง แต่คำว่าช๊อปปิ้งของโครเอเชียเขาไม่ได้หมายถึงสินค้า luxury ที่เราคุ้นเคยตามพาราก้อน เกษรพลาซ่า หรือเซ็นทรัลเวิลด์นะครับ ฝรั่งที่นี่เขามาช๊ิอปพวกสินค้าทำมือและเครื่องประดับเป็นที่ระลึกกันครับ ผมว่าพวกฝรั่งมันฉลาดนะ ผลิตสินค้าสร้าง luxury brand แพงๆ มาขายพวกรวยอย่างเดียวไม่พอต้องxxxด้วยอย่างคนเอเชีย แต่ตัวเองกลับใช้สินค้าคุณภาพดีไม่เน้นแบรนด์ราคาธรรมดา ตอนที่เราเที่ยวในกรุง Zagreb เห็นคนหิ้วกระเป๋าหลุยส์ฯ แค่ 2-3 คนเท่านั้น และทั้งหมดน่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากเอเชีย!!

                                       นักท่องเที่ยวมาทะเลเอเดรียติกแล้วต้องไม่พลาดลงว่ายน้ำ..ยกเว้นพวกเรา :-)

      เราเดินเรื่อยๆ หยุดถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ระหว่างทางบ้าง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินมาถึง The Pile Gate ประตูทางเข้า The Old City of Dubrovnik

                               "เหมือนที่เกาหลีเลยยย". ...น้องจอยไม่ต้องอินมากครับ นี่โครเอเชียไม่ใช้โคเรียนะ - -"

                  บ้านและโรงแรมตามไหล่เขาหันหน้ารับวิวทะเลเอเดรียติก

                       เดินผ่าน University of Dubrovnik ด้วย

                                  ถึงแล้วครับ The Pile Gate หนึ่งในประตูเมืองเก่า Dubrovnik

               แม้จะหมดหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวไปแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลมาเยี่ยมเมืองเก่าแห่งนี้ไม่ขาดสาย

      ตอนนี้ยังเช้าอยู่แดดยังไม่แรงมาก พวกเราซื้อตั๋วขึ้นไปเดินบนกำแพงเมืองซึ่งถูกสร้างล้อมรอบเมืองเก่าแห่งนี้ไว้ กำแพงเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อใช้ป้องกันการรุกรานจากศัตรูเช่นชาวอาหรับ ชาวเวเนเชี่ยน ชาวมาเซโดเนี่ยน และชาวเซิร์บ กำแพงเมืองมีความยาวประมาณ 1,940 เมตร สร้างจากหินและถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 ของกำแพงเมืองหินยุคกลางใหม่ (Late Medieval Period) ที่สวยงามที่สุดในโลก ค่าตั๋วขึ้นไปเดินบนกำแพงเมืองคนละ 70 คูน่าครับ

                                     Onofrio Fountain

                               ถนน Stradun ถนนสายหลักความยาว 400 เมตรในเมืองเก่า Dubrovnik

                            ด้านหลังคือ Srd Hill ที่เราขึ้นไปบนยอดเมื่อวานตอนเย็นครับ

                      ไม่ใช่เรือของ Jack Sparrow นะครับ แต่เป็นเรือล่องทะเลเอเดรียติกชมเมือง Dubrovnik

                            ระหว่างสงครามแยกดินแดนเมื่อ20 ปีก่อน เมืองเก่า Dubrovnik ถูกถล่มได้รับความเสียหายด้วย

                                 ในเมืองเก่านี้มีผู้คนอยู่อาศัยจริงตามปกติ เขายังปลูกพืชผักไว้ทานเองด้วย

                                              ท่าเรือภายในเมืองเก่า

                                             ผมเห็นศิลปินเปิดหมวกครั้งแรกในโครเอเชียก็ที่นี่เอง

หลังคาบ้านในโครเอเชียมีสีเดียวคือสีแสด โปรดสังเกตุว่ามีหลังคาเก่าใหม่ปนกันเพราะเพิ่งได้รับการบูรณะหลังสงครามไม่นานมานี้เอง

                                       ไม่ใช่เฉพาะถนน Stradun ที่คนเยอะ ตามซอกซอยเล็กๆ อย่างนี้คนเยอะไม่แพ้กัน

                                 ศิลปะผสมผสานระหว่างเรเนซองส์ โกธิค และบารอค มีให้เห็นทั่วไปในเมืองเก่าแห่งนี้

                                              หลังนี้คงเป็นควันหลงจากสงครามที่ยังไม่ได้บูรณะ

                                     มื้อเที่ยงในเมืองเก่า Dubrovnik

                                     อีกหนึ่งไฮไลท์ที่นี่... The Rector's Palace

                           เด็กนักเรียนมาทัศนศึกษาที่นี่เยอะครับ น้อง 4 คนนี้คงหนีคุณครูมานั่งอู้หน้า The Rector's Palace

                                                         ของฝากสุดฮิตของโครเอเชีย...ถุงหอมลาเวนเดอร์

                                              ที่โครเอเชียไอติมสกู๊ปละ 7 คูน่า เรากินไอติมทุกวันเลยครับ ^^

                   "เดินจนเมื่อยแล้วยังไม่เห็นหญิงแจ่มๆ เลยเมืองนี้"..."น่านดิครับ..เฮ้ยพี่!! นี่เรากำลังออกสื่ออยู่นะครับ"
     

      วันนี้เดินตลอด เมื่อยมากๆ พวกเราลงมติเป็นเอกฉันท์ 4-0 เสียงว่ากลับอพาร์ทเม้นท์ไปพักดีกว่า เย็นนี้(ถ้า)มีแรงค่อยออกไปเดินเที่ยวช๊อปปิ้งมอลล์ย่าน Lapad กัน นี่ยังต้องเดินกลับที่พักอีกเกือบสองกิโลแหนะ - -"

      ตอนเดินกลับใกล้ถึงที่พัก เราเจอกับนักท่องเที่ยวชายหญิงคนไทย 2 คนที่ป้ายรถเมล์ เห็นพี่สองคนนี้กำลังดูเส้นทางรถเมล์อยู่ ผมเดินเข้าไปสวัสดีและถามว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรมั๊ย พี่สองนี้ก็ดีใจ..อ้าว..คนไทยเหรอครับ แกบอกว่ามาเที่ยวกันเอง 2 คน กำลังดูว่ารถเมล์สายไหนวิ่งไป Luka Cruz ผมเลยให้แผนที่เส้นทางรถเมล์ของเมือง Dubrovnik ที่พริ้นท์สีมาจากเมืองไทยกับพี่สองคนนี้ไป
เพราะพวกเราคงไม่ได้ใช้แล้ว
      ตกเย็นหลังจากทานมื้อค่ำล้างจานเสร็จ พวกเราก็ไม่มีใครปริปากเลยว่าอยากออกไปเดินเที่ยวห้างกัน น้องจอยนอนดู "ปัญญาชนก้นครัว" บนไอแพดหัวเราะเอิ๊กอ๊าก คุณนิ่มแฟนผมอัพรูปใน Facebook รายงานการเที่ยวโครเอเชียที่ทำเป็นกิจวัตรหลังมื้อค่ำตั้งแต่วันแรก พี่ตู่เช็ดกล้องและเช็ครูปบนกล้องเทพสองตัว ส่วนผมนอนดูทีวีเผื่อจะได้เห็นดาราหญิงโครเอเชียแจ่มๆ บ้าง

                                  มื้อเย็นสุดท้ายในโครเอเชีย

      เราต่างคนต่างเริ่มเอาของออกจากกระเป๋าเดินทางกระจายเต็มห้องนอนเพื่อเตรียมแพ็คเสื้อเค็มและของฝากลงกระเป๋ากันใหม่ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ผมเปิดทีวีช่องดราม่าส์ทิ้งไว้ ฟังไม่รู้เรื่องหรอก รู้แต่นักแสดงที่นี่หน้านิ่งและดุเป็นธรรมชาติจริงๆ
      ซี่รี่ส์บล๊อก "โครเอเชีย...ไม่ไปไม่รู้" ยังไม่จบนะครับ โปรดติดตามตอนหน้าซึ่งผมจะสรุปค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ดู แถมเกร็ดเล็ก ๆน้อยๆ เผื่อเป็นประโยชน์หรือออาจเป็นแรงบันดาลใจให้ใครที่อยากไปเที่ยวโครเอเชียแบบไม่พึ่งบริษัททัวร์อย่างพวกเราบ้าง
      วันนี้..ราตรีสวัสดิ์ครับ

โดย SutinTan

 

กลับไปที่ www.oknation.net