วันที่ ศุกร์ มีนาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... เคล็ดลับการเป็นผู้น้อยในองค์กร


          จั่วหัวอย่างนี้ไม่ใช่ไม่อยากเป็นผู้(ยิ่ง)ใหญ่แต่ว่ากว่าจะปีนกระไดขึ้นไปถึงขั้นบนๆนั่น มันต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เป็นผู้น้อยที่มีคุณภาพก่อน จะทำอย่างไรล่ะก็เรามันแค่ผู้น้อยจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไรมากมาย ใช่ไหมคะ

          อ่ะ ไม่รู้อะไรซะแล้ว เป็นผู้น้อยนี่แหละมีเวทีให้เลือกเล่นได้มากกว่า แม้จะไม่ได้เป็นผู้อำนวยการสร้าง หรือผู้กำกับ แต่ก็สามารถรับบทเด่นเป็นพระเอก นางเอกได้ ……. ถ้า คุณ

  1. เล่นบทพนักงานเป็น

  2. เล่นบทเพื่อนร่วมงานเป็น

  3. เล่นบทลูกน้องเป็น

  4. เล่นบทผู้มีอนาคตเป็น

          ขอแค่นี้ก่อน ที่เหลือก็คือ ‘จิตใจ’ ที่ทุ่มเทของคุณที่จะช่วยให้คุณเล่นได้อย่างสมบทบาท เพราะทั้งหมดนี้ ต้องไม่ใช่การเสแสร้ง และต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานอย่าง ความรู้ ทักษะ มนุษยสัมพันธ์ วินัย จริยธรรม คุณธรรม ทำไมน่ะหรือ ลองคิดดู หากคุณทำงานก็ไม่เก่ง ไม่เคยมาทำงานตรงเวลา หรือถ้าคุณจิ๊กปากกาออกจากที่ทำงานไปใช้ที่บ้าน อ่านอีเมล์ส่วนตัวทั้งวัน แอบส่งรูปภาพไม่เหมาะสมให้เพื่อนๆ คิดหรือว่าเจ้านายคุณจะปลิ้ม อย่าคิดว่าทำอะไรไม่มีใครรู้ เพียงแต่เขาไม่พูดเท่านั้นเอง คุณควรจะเล่นแต่ละบทอย่างไร ลองมาดูกันค่ะ ขอเป็นแบบย่อๆก็แล้วกันนะคะ

บทบาทพนักงาน

          การเป็นพนักงานที่ดี ในมิติหนึ่ง คุณต้องรู้งาน ทำงานเป็น(ไม่ใช่ทำงานหนัก) ได้เนื้องาน รู้จักที่จะปรึกษา สรุปงาน เสนองาน แล้วในอีกมิติหนึ่ง คุณต้องรู้และทำตามขั้นตอน วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนอื่น

บทบาทเพื่อนร่วมงาน

          การเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี คุณต้องคิดเสมอว่าคุณคือหนึ่งในทีมงาน อย่าพยายามฉายเดี่ยวถ้างานนั้นต้องทำร่วมกับผู้อื่น ซึ่งการทำงานเป็นทีมนั้น ในมิติหนึ่งทุกคนในทีมต้องยึดมั่นในเป้าหมาย มีน้ำใจ ให้ความร่วมมือ ให้ความสำคัญ ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนความคิดหรือแนวทางที่สร้างสรรค์ของกันและกัน แล้วในอีกมิติหนึ่ง คุณต้องแข่งกับตัวเอง แข่งกับเพื่อนร่วมงาน แข่งกับคู่แข่ง คนที่อยู่เฉยคือคนที่จะล้าหลังคนอื่นในเสี้ยวนาที เพราะคนอื่นเขาเดินไม่หยุด ฉะนั้นคุณก็จงอย่าหยุด การมีความทะเยอทะยานไม่ใช่สิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวหรอกนะคะ ถ้าใช้อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณไปได้สวยค่ะ

บทบาทลูกน้อง

          การเป็นลูกน้องที่ดี ในมิติหนึ่งคุณต้องรู้จักนิสัยเจ้านาย ต้องซื่อสัตย์ อดทน เป็นนักฟังที่ดี สร้างความไว้วางใจ เต็มใจทำงานพิเศษที่ได้รับมอบหมายนอกเหนือจากงานประจำ แล้วในอีกมิติหนึ่ง คุณต้องแสดงให้เจ้านายรู้ขอบเขตความเป็นส่วนตัวทั้งในเรื่องเวลาและเรื่องอื่นๆ ต้องกล้าแสดงความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาแม้จะรู้ว่าเจ้านายอาจไม่พอใจแต่คุณมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ต้องกล้าเตือน กล้านำเสนอทางแก้ปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ต้องรู้จังหวะ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เพราะในที่ทำงานนั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับงานแล้ว ก็เป็นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน หรือบางครั้งอาจมีเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะทำการใดที่มี่เจ้านายมาเกี่ยวข้อง คุณจะต้องคิดให้ดีและระวังให้จงหนักเป็นพิเศษ เพราะเจ้านายสามารถให้คุณให้โทษคุณได้แบบไม่ต้องกระพริบตาเลย

บทบาทผู้มีอนาคต

          ในบรรดาบทบาททั้งสี่ บทสุดท้ายนี้แหละค่ะ สำคัญที่สุด เพราะเป็นแววที่คุณต้องฉายออกมาให้คนเห็นว่าคุณมีศักยภาพพอที่จะเป็นผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปได้ เรากำลังพูดถึงการแสดงศักยภาพ 360 องศากันเลยนะคะ โดยเฉพาะคุณที่เป็นผู้บริหารระดับกลางที่มีลูกน้องแล้วแต่ก็ยังมีเจ้านาย

          จะไต่ขั้นบันไดทั้งที มีเรื่องที่ต้องให้คิดและทำมากมาย ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรที่คุณอยู่ด้วยว่าเน้นจุดเด่นทางด้านไหน ต้องการผู้บริหารอย่างไร วันนี้เราจะไม่เจาะลึกในเรื่องนี้เพราะถ้าจะพูดก็คงจะยาวสามวันเจ็ดวัน ให้คุยสามครั้งก็อาจไม่เหมือนกันก็ได้ เพราะมีหลายแง่มุมให้มอง ก็องค์กรหนึ่งๆ ไม่ได้ต้องการผู้บริหารคนเดียวนี่คะ เขาต้องการเป็นทีม นี่ล่ะค่ะถึงบอกว่ายาวแน่ ถ้าจะให้บอกตอนนี้

         มาคุยในแนวกว้างๆก่อนดีกว่าค่ะ โดยทั่วไปคุณลักษณะต่อไปนี้เป็นที่ต้องการขององค์กรใหญ่ๆ

  • รอบรู้และมีทักษะสูงในงานที่ทำ

  • รอบรู้และเข้าใจธุรกิจ

  • สื่อสารเก่ง

  • ทำงานเป็นทีมได้ดี

  • มีประสิทธิภาพ

  • มีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา

  • เป็นผู้ริเริ่ม และตั้งใจทำให้เกิดความสำเร็จ

  • กล้าคิด กล้าทำสิ่งใหม่ๆ

  • จุดประกายผู้คนได้
  • ฯลฯ

คงไม่ต้องอธิบายเพราะคำจำกัดความ มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าคุณรู้วิธีปฏิบัติ ขยัน พยายาม และจริงจัง ก็คงจะประสบความสำเร็จ อย่างน้อยๆก็คงมีผู้ใหญ่เริ่มเหลียวมามองคุณอย่างทึ่งๆบ้างละค่ะ

          ถึงตอนนี้เมื่อเก่งแล้ว ทีนี้ก็เหลือแต่ เฮง ล่ะค่ะ ขอให้ประสบความสำเร็จในการก้าวขั้นต่อๆไปนะคะ

         บทส่งท้าย
          สรุปว่าทั้ง 4 บทบาท คุณต้องสร้างความสมดุลย์ให้ดีด้วยค่ะ ไม่งั้นอาจจะพังได้ง่ายๆเพราะเส้นแบ่งกั้นมันบางนิดเดียว ยกตัวอย่างเช่น คุณทำดีแทบตาย แต่ไม่เอาเพื่อน ไม่เอานาย เพื่อนอิจฉา ขัดแข้งขัดขากันไม่รู้จบ นายก็กลั่นแกล้ง ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฎ คงต้องยึดเอาคติทหารมาใช้ด้วยนะคะ ที่เขาบอกว่า “ไม่ ฆ่า น้อง ไม่ ฟ้อง นาย ไม่ ขาย เพื่อน’เราก็เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าถ้าทำตัวเด่นก็เป็นภัยกับตัวเองได้เหมือนกัน

 

          อย่างที่หลวงวิจิตรวาทการท่านว่า

"อันที่จริงคนเขาอยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้นทุกทีเขาหมั่นไส้
จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน"

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net