วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตามหาโมนาลิซ่า...ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ (Musee du Louvre) ตอน 2


เรามาตามหาโมนาลิซ่า ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ (Musee de Louvre) กันต่อจาก Entry ที่แล้วที่ยังไม่สิ้นสุดนะคะ...

ติดตามครั้งก่อนจาก Entry นี้นะคะ : http://www.oknation.net/blog/BlackTulip/2012/11/03/entry-1

.... การเดินตามหาโมนาลิซ่าครั้งนี้เราเดินหลางทางกลับไปกลับมาหลายรอบ แม้ว่าจะเดินตามแผนผังแล้วก็ตาม

สอบถามจากเจ้าหน้าที่ก็แล้ว แต่ก็ยังหลงจนได้... ก็แหม!! ห้องโชว์เค้าเยอะเหลือเกิน.... ตามเรามานะคะ

 

 

 

เราเดินตามห้องต่างๆ ผ่านผู้คนหนาแน่น ผ่านรูปภาพสวยๆ ซึ่งจะต้องข้องแวะถ่ายรูปเป็นช่วงๆ  บางคนเดินเหนื่อยก็นั่งพัก

เอาแรงแล้วค่อยเดินชมต่อ... แต่การนั่งพักก็ยังสามารถแหงนหน้าชมภาพประติมากรรมบนผนังและบนฝ้าได้ รับรองว่าไม่เสีย

เวลาเปล่ากันเลยหละค่ะ...   ส่วนภาพด้านหลังส่วนลึกที่มองเห็นโค้งๆ สวยงาม เราจะพาเดินผ่านไปตรงนั้นนะ

 

 คนเยอะมากๆๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอผู้นี้ ดูอย่างเพ่งพินิจ เพราะรูปภาพแต่ละรูปนั้นน่าชวนให้ค้นหาความหมายจริงๆ 

 

 

 

 เอาหละเราเข้าใกล้จุดหมายปลายทางทุกทีแล้ว เริ่มเห็นป้ายลูกศรชี้บอกทาง

 

 

 และแล้วเราก็เข้ามาในห้องของโมนาลิซ่าจนได้... แต่ดูผู้ชมซิ!!!  เยอะจริงๆๆๆ 

 

 ผู้คนเยอะมากๆๆๆ มองเห็นโมนาลิซ่าแต่ไกลๆ

 

 ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องถ่ายภาพโมนาลิซ่ากลับไปฝากญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ให้ได้... @^_^@

 

 บางคนถึงขนาดให้เพื่อนขี่หลังกันเลยทีเดียว...

 

 และแล้วเราก็ได้ภาพโมนาลิซ่ากลับมาฝากทุกคนจนได้ค่ะ....

 

 ภาพโมนาลิซ่า

 

 

เปรียบเทียบกับภาพด้านล่างที่ถ่ายจากหน้าประตูทางเข้าลูฟท์ดูกันเองนะคะ 

 

  ค้นพบปริศนา “โมนาลิซา” ซ่อนอยู่ภายในดวงตา... 

Youtube : fonfanclubdotcom 


โมนาลิซ่า (Mona Lisa)... โดย เลโอนาร์โด ดา วินชี


โมนาลิซา (อังกฤษ: Mona Lisa) หรือ ลาโชกงด์ (ฝรั่งเศส: La Gioconda, La Joconde)

คือภาพวาดสีน้ำมัน สูง 77 เซนติเมตร กว้าง 53 เซนติเมตร วาดโดยเลโอนาร์โด ดา วินชี ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ระหว่าง พ.ศ. 2046 (ค.ศ. 1503) ถึงปี พ.ศ. 2050 (ค.ศ. 1507) เป็นภาพที่ทั่วโลกรู้จักกันดีภาพหนึ่ง ในฐานะสุภาพสตรีที่มี รอยยิ้มอันเป็นปริศนา ที่ไม่รู้ว่าเธอจะยิ้ม หัวเราะ หรือร้องไห้กันแน่ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลฝรั่งเศส และเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Musée du Louvre) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ที่มาของชื่อคำว่า "โมนาลิซา" นั้น ได้ถูกตั้งขึ้นโดย จอร์โจ วาซารี (Giorgio Vasari) ศิลปิน และนักชีวประวัติชาวอิตาลี หลังจากดา วินชีได้เสียชีวิตไป 31 ปี ในหนังสือที่เขาตีพิมพ์นั้นได้บอกไว้ว่าผู้ที่นั่งอยู่ในรูปนั้นคือ ลีซา เกอราร์ดีนี ภรรยาของขุนนางนักธุรกิจไหมผู้มั่งคั่ง ชาวเมืองฟลอเรนซ์นามว่า ฟรานเชสโก เดล โจกอนโด (Francesco del Giocondo)

คำว่า โมนา" (Mona) ในภาษาอิตาลีนั้นก็คือคำว่า มาดอนนา (madonna) คุณผู้หญิง (my lady) หรือ มาดาม (Madam) ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นความหมายของชื่อนั้นก็คือ "มาดาม ลิซา" แต่ในปัจจุบัน บางครั้งก็จะใช้คำว่า มอนนา ลิซา (Monna Lisa)
ประวัติภาพโมนาลิซ่านี้ถูกวาดโดย ดา วินชี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2046 ถึง พ.ศ. 2050 ใช้เวลานานถึง 4 ปีในการวาด

ในปี ค.ศ. 1516 (พ.ศ. 2059) ดา วินชีได้นำภาพจากอิตาลีไปที่ฝรั่งเศส ด้วยพระราชประสงค์ของพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 ที่ทรงปรารถนาที่จะให้ศิลปินทั้งหลายมารวมตัวทำงานกันที่ Clos Lucé ใกล้กับปราสาทในเมืองอัมบัวส์ และยังทรงให้ ดา วินชี วาดพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์อีกด้วย หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงซื้อภาพโมนาลิซ่า ในราคา 4,000 เอกือ

ในปี ค.ศ. 1519 (พ.ศ. 2062) ดา วินชี ได้เสียชีวิตที่เมืองอัมบัวส์ ประเทศฝรั่งเศส รวมอายุได้ 67 ปี

ใบหน้าของมาดามลิซ่าตอนนที่ ดา วินชี เสียชีวิตแล้วได้ยกสมบัติและภาพวาดทั้งหมดให้เป็นมรดกของผู้ติดตามของเขา ฟรานเซสโก เมลซิ (Francesco melci) และเมื่อฟรานเซสโก เมลซิ เสียชีวิตลงก็ไม่ได้ยกมรดกให้ใคร มรดกก็เริ่มกระจัดกระจาย

และต่อมาภาพโมนาลิซ่าถูกนำไปเก็บไว้ที่ พระราชวังฟงเตนโบล ต่อมาก็ในพระราชวังแวร์ซาย หลังจากสิ้นสุดการปฏิวัติฝรั่งเศส ก็ถูกไปนำเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ในห้องสรงของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ในพระราชวังตุยเลอรี แล้วในที่สุดก็ได้กลับมาที่พิพิธภัณฑ์เหมือนเดิม

ห้องแสดงในพิพิธภัณฑ์ในช่วงสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซีย ระหว่างปี พ.ศ. 2413 - 2414 ภาพได้ถูกนำออกจากพิพิธภัณฑ์ ไปซ่อนไว้ในที่ลับในประเทศฝรั่งเศส

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ภาพโมนาลิซ่าถูกโจรกรรมออกจากพิพิธภัณฑ์ ซึ่งกว่าจะค้นพบเธอก็ได้ใช้เวลาไปถึง 2 ปี ซึ่งได้พบในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ปัจจุบันเธอถูกดูแลรักษาอย่างดี ในตู้กระจกปรับอากาศกันกระสุน พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ อันเป็นเครื่องหมายสากลว่า โมนา ลิซา จะไม่มีวันที่จะได้เคลื่อนย้ายไปแสดงที่ไหนอีกเป็นเด็ดขาด

ทฤษฎีสมทบกล่าวกันว่าภาพวาดนี้ ดา วินซี ตั้งใจจะวาดภาพของตนเองเพื่อเป็นหญิง และภาพวาดชิ้นนี้เมื่อส่องกับกระจกเงา จะพบว่ามุมการมองภาพรู้สึกเป็นธรรมชาติไม่แตกต่างจากการมองแบบปกติ เหมือนที่ ดา วินชี กล่าวไว้ว่า "ภาพเขียนที่จิตรกรจะคิดว่าสวยงามในทุกๆด้านและทุกๆมุมมอง ต้องพิจารณาภาพภาพในกระจกเงา" และจากการฉายรังสีที่ภาพวาด ทำให้พบว่าภาพเขียนนี้ถูกซ่อนเจตนาที่แท้จริงหลายอย่าง และยังเคยถูกเขียนทับอีกด้วย

ข้อมูลจาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 

 

 

 

 

 

หลังจากได้พานพบเจอะเจอโมนาลิซ่าอย่างทุลักทุเลแล้ว เราก็ออกจากพิพิธภัณฑ์ลูฟท์เพื่อเดินชมรอบนอกอาคารก่อนกลับ

 

 

 

 

 

เย้!!! โดมของพิพิธภัณฑ์ลูฟท์อยู่ใต้ฝ่ามือเราแค่นี้เอง...

 

 

 

 

ถ่ายคู่กับประตูชัยเล็กก่อนเดินทางกลับเมืองไทยค่ะ...

 

ก่อนอำลาจากพิพิธภัณฑ์ลูฟท์ พวกเราทั้ง 4 ขอเก็บภาพรวมกลุ่มประทับใจในสถานที่แต่ละแห่งที่ปารีสไว้เพื่อเป็นที่ระลึก...

โดยเราร้องขอให้นักท่องเที่ยวแถวนั้นช่วยเก็บภาพให้ค่ะ ^^... และแล้ว Entry นี้ก็เป็นอันว่าจบทริปการท่องเที่ยวยุโรปของพวกเรา

ตั้งแต่ออกจาก กรุงเทพ - ซูริค (สวิสเซอร์แลนด์) - ลูเซิร์น - โลซานน์ - เบิร์น - อินเทอร์ลาเค่น - ขึ้นเขายุงเฟรา - เจนีวา - 

ปารีส (ฝรั่งเศส)...

อ่านทริปย้อนหลังทั้งหมดได้จากที่นี่นะคะ :     http://www.oknation.net/blog/BlackTulip

 

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

 
 

โดย PhutaiKaowong

 

กลับไปที่ www.oknation.net