วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จองถนนไปลงกา ใครรบกับใคร ?


เวิ้งวิภาษ หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2555

อติภพ ภัทรเดชไพศาล

ตลอดทั้งเดือนนี้มีการแสดงโขนชุด ‘จองถนน’ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดโดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เนื้อเรื่องรามเกียรติ์ ตอนจองถนน จับเหตุการณ์ตอนที่พระรามพระลักษมณ์ ใช้ให้หนุมานสร้างถนนไปกรุงลงกา (ซึ่งเป็นเกาะอยู่ทางตอนใต้ของชมพูทวีป)

เนื้อหาหลักๆ กล่าวถึงอุปสรรคขณะจองถนน เป็นเรื่องของการแตกความสามัคคีระหว่างนิลพัทกับหนุมาน ซึ่งมีคดีความกันอยู่ก่อนหน้า วานรทั้งสองตนจึงทำงานสร้างถนนไปด้วย เขม่นกันไปด้วย โดยตอนฝ่ายนิลพัทขนหินมา ก็แกล้งทิ้งลงมาทีเดียวมากๆ จนลำบากแก่หนุมานซึ่งเป็นผู้รับก้อนหิน

พอถึงทีหนุมาน หนุมานจึงแกล้งกลับในลักษณะเดียวกัน จนสุดท้ายก็ต่อยตีกันชุลมุนวุ่นวาย

พระรามแก้ปัญหาด้วยการเนรเทศนิลพัทไปเฝ้าเมืองขีดขิน (ชั่วคราว) งานจึงเดินต่อไปได้

แต่อุปสรรคก็ยังไม่หมด คราวนี้มาในรูปของเงือกน้อย สุพรรณมัจฉา สั่งให้เหล่าปลาในทะเลขนก้อนหินไปทิ้ง

เดือดร้อนถึงหนุมานต้องจับปล้ำ 

เข้า ‘อิงแอบแนบชิด จุมพิตปรางเปรมนาสา ค่อยประคองต้องเต้าสุมณฑา วายุพัดพัดมาอึงอล’

(ผมคิดว่าฉากนี้น่าจะมีเฉพาะในรามเกียรติ์ฉบับสยาม เพราะรามเกียรติ์ในประเทศอื่นๆ บุคลิกของหนุมานไม่ได้เจ้าชู้ประตูดินแบบนี้)

เรื่องตอนนี้จบลงที่พระรามสามารถยกทัพเข้ากรุงลงกา

ผมเข้าใจว่าที่ทางมูลนิธิฯ จงใจเลือกตอนนี้ขึ้นมาก็ด้วยฉากต่างๆ ในเรื่องที่เอื้อให้แสดงเทคนิคพิเศษ ทั้งฉากการขนก้อนหินทิ้งมาจากอากาศ และฉากพิสวาสใต้น้ำของหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา

ทั้งหมดนี้ต้องนับว่าน่าชมทีเดียว ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดการจองบัตรได้ที่ www.thaiticketmajor.com

โดยมากแล้ว นักวิชาการมักอธิบายโครงเรื่องของรามเกียรติ์ว่ามีที่มาจากการที่ชนเผ่าอารยันบุกรุกเข้าไปในอินเดีย แล้วต่อตีชนเผ่าพื้นเมืองถอยร่นหนีไปยังเกาะลังกา (ศรีลังกา)

แต่เรื่องนี้จะเป็นความจริงเพียงใดนั้นยังมีข้อสงสัยอยู่มาก

เพราะมีคนตั้งข้อสังเกตว่าภาษาที่ใช้ในศรีลังกาทุกวันนี้เป็นภาษาในตระกูลอินโดยุโรเปียน ซึ่งเป็นภาษาตระกูลเดียวกับที่พระลักษมณ์พระรามแห่งเผ่าอารยันใช้นั่นเอง

กล่าวกันว่าในศรีลังกา ผู้คนนับถือทศกัณฐ์ว่าเป็นบรรพบุรุษของตน ซึ่งก็หมายความว่าภาษาอินโดยุโรเปียนนี้เป็นภาษาเดียวกับที่ทศกัณฐ์ใช้

ไม่ใช่ภาษาคนพื้นเมืองอินเดีย เผ่ามิลักขะ ซึ่งใช้ภาษาฑราวิท

คนพื้นเมืองจริงๆ ในรามเกียรติ์จึงน่าจะหมายถึงวานรทั้งหลายเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับมุมมองที่ชาวอารยันมีต่อชาวมิลักขะเหล่านี้ ว่าต่ำช้าไม่มีอารยธรรม (ประดุจลิง)

ทั้งยังโง่เขลา ก่อการวิวาทกันเองจนเสียงานจองถนนอย่างที่เล่าไปข้างต้น

ถ้าอย่างนั้นแล้วทศกัณฐ์มาจากไหน ถ้าไม่ใช่คนพื้นเมืองเดิม

น่าสนใจเมื่อสอบประวัติความเป็นมาของกรุงลงกาและพบว่า เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระวิษณุพรหม โดยผู้ที่เป็นต้นวงศ์ของทศกัณฐ์ก็เป็นถึงธาดาพรหมชื่อว่า ‘ท้าวจตุรพักตร์’ ซึ่งลักษณะความเป็น ‘จตุรพักตร์’ กับชื่อที่เป็นถึงพรหม แสดงได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ชาวพื้นเมืองโง่เง่าธรรมดาแน่ๆ

ท้าวจตุรพักตร์ครองราชสมบัติอยู่หกหมื่นปี จึงส่งมอบกรุงลังกาให้ท้าวลัสเตียน บิดาของทศกัณฐ์

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าต้นวงศ์ของทศกัณฐ์มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้พระรามพระลักษมณ์ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่พระรามต้องการนางสีดา บุตรีผู้ทรงศักดิ์ของทศกัณฐ์มาเป็นชายา เพราะตามขนบประเพณีแล้ว ขัตติยะชาติอย่างพระรามจะไปคว้าเอาลูกสาวชาวบ้านธรรมดาๆ มาเป็นชายาได้อย่างไร

แถมเรื่องของนางสีดาคนเดียวยังก่อให้เกิดสงครามใหญ่โตเสียขนาดนั้น

จากมูลเหตุต่างๆ ที่ยกมา ทั้งโคตรวงศ์ และการใช้ภาษาอินโดยุโรเปียนร่วมกัน คงเป็นไปได้มากทีเดียวว่า แท้จริงแล้ว ทั้งพระรามและทศกัณฐ์ต่างมีรากเหง้าเป็นชาวอารยันเหมือนกัน หรือกระทั่งอาจมีสัมพันธ์บางอย่างทางเครือญาติอย่างใกล้ชิด

แต่ด้วยความที่พระรามเป็นฝ่ายรบชนะในตอนจบ ทศกัณฐ์จึงถูกถีบออกมาเป็นยักษ์ชายขอบกักขฬะ ผู้พ่ายแพ้แก่กฤษฎาภินิหารของพระผู้เป็นเจ้าไปเสียอย่างนั้น

โดย insanetheater

 

กลับไปที่ www.oknation.net