วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หุ่นสำหรับเด็กปฐมวัย


หุ่นสำหรับเด็กปฐมวัย

ความเป็นมาของหุ่นไทย

           สมัยอยุธยา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงการเล่นหุ่นในประเทศไทย คือ จดหมายเหตุของบาทหลวงตาชาร์ด ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเดินทางมากรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๘ และจดหมายเหตุของลาลูแบร์ อัครราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส เดินทางมากรุงศรีอยุธยา เทื่อ พ.ศ. ๒๒๓๐ ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา จดหมายเหตุทั้งสองฉบับได้บันทึกถึงการเล่นหุ่น เอกสารดังกล่าวทำให้สันนิษฐานได้ว่าการเล่นหุ่นอาจเกิดก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและได้มีการแสดงเรื่อยมา แต่จะเป็นรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์ใดไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงอาจสรุปได้ว่ามีการแสดงหุ่นตั้งแต่บัดนั้นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลาประมาณ ๓๐๐ ปี ในรัชสมัย พระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี หลักฐานการเล่นหุ่นในงานพระราชพิธีต่าง ๆ ปรากฎอยู่ในหมายรับสั่งหลายฉบับ เช่น พ.ศ. ๒๓๑๙ พระราชพิธีพระราชทานพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง กรมหลวงพิทักเทพามาต (พระมารดา) ณ วัดบางยี่เรือนอก ให้มีการแสดงโขน งิ้ว หนังกลางวัน และหุ่น พระราชพิธีอัญเชิญพระแก้วมรกตจากนครเวียงจันทร์ ประเทศลาว มาประดิษฐานในพระราชวังกรุงธนบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๒ มีการมหรสพสมโภชพระแก้วมรกตโดยมีการเล่นมหรสพต่าง ๆ รวมถึงการแสดงหุ่นด้วย เหตุการณ์สำคัญที่มีผลต่อประวัติศาสตร์การมหรสพไทย คือ ในพ.ศ. ๒๔๕๒ เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว หลาน กุญชร) เจ้ากรมมหรสพ เจ้ากรมหุ่นหลวง เจ้ากรมโขน เจ้ากรมรำโคม และเจ้ากรมปี่พาทย์ เจ็บป่วยทุพพลภาพ ต้องถวายบังคมลาออกจากราชการเลิกเล่นโขนละครทั้งปวง และถึงแก่อสัญกรรมในพ.ศ. ๒๔๖๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ไม่ทรงโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งผู้ใดมาเป็นเจ้ากรมแทน ทำให้การมหรสพ หุ่น โขน และปี่พาทย์ ขาดการกำกับดูแลส่งเสริมอย่างใกล้ชิด พ.ศ. ๒๔๗๕ สมัยการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มากเป็นระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีการปรับปรุงหน่วยงานราชการให้มีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณ อาจเป็นเหตุให้มหรสพทุกชนิดของราชการตกต่ำมากที่สุด มหรสพและการละเล่นหลายประเภทขาดผู้สืบทอด ส่งผลให้มหรสพและการละเล่นบางอย่างหายไปจากประเทศไทย ได้แก่การเล่นหุ่นหลวง มอญรำ เทพทอง รำโคม ระเบง โมงครุ่ม กุลาตีไม้ ไม้ลอย ญวนหก นอนหอก นอนดาบ ไต่ลวด กระอั้วแทงควาย แทงวิสัย วิ่งวัว และขี่ช้างไล่ม้า เป็นต้น

ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้มีกลุ่มปัญญาชนไทย ที่มองเห็นการณ์ไกลได้พยายามสนับสนุน ให้มีการสืบทอดศิลปะการแดสงมหรสพของไทย ได้แก่ ละครนอก หนังใหญ่ หุ่นกระบอก และหุ่นละครเล็กให้อยู่คู่สังคมไทยมาจนปัจจุบันนี้ บุคคลที่ควรแก่การยกย่องอย่างยิ่ง คือศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน (เสถียร โกเศศ) พลตรี ม.ร.ว. ศึกฤทธิ์ ปราโมช,นายธนิต อยู่โพธิ์,อดีตอธิบดีกรมศิลปากรและอาจารย์มนตรี ปราโมท ศิลปินแห่งชาติ สาขาดนตรีไทย
ประเภทของหุ่นไทยตามประเพณีแต่ดั้งเดิมนั้นมีหลายชนิด ได้แก่ หุ่นหลวงหรือหุ่นใหญ่หุ่นกระบอก หุ่นละครเล็ก หนังใหญ่ หนังตะลุง สำหรับในปัจจุบันนี้ มีหุ่นเกิดขึ้นอีกหลายประเภท เช่นหุ่นละครอย่างตะวันตก ซึ่งแสดงเนื้อเรื่องแบบสมัยใหม่ บางครั้งก็ล้อเลียนสังคม หรือหุ่นสำหรับเด็ก เป็นต้น

 

ความหมายของหุ่น

     หุ่น เป็นสิ่งที่นำมาใช้ในการแสดง  ที่คนสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เลียนแบบการเคลื่อนไหวและอากัปกิริยาของสิ่งที่หุ่นนั้นเป็นตัวแทนโดยอาศัยกล ไกที่ประดิษฐ์ขึ้น และคนเป็นผู้เชิด หุ่นจึงมีลักษณะแตกต่างไปจากตุ๊กตา หุ่นยนต์หรือของเล่นที่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเองการแสดงละคนหุ่นเป็นการแสดงที่ไม่ได้ใช้คนเล่น  แต่คนจะเป็นผู้เชิดชูเพื่อเลียนแบบบุคลิกลักษณะของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  ทั้งคน  สัตว์  สิ่งของ  สามารถนำมาดัดแปลงเป็นต้น  สร้างให้เหมือนกับชีวิตจิตใจขึ้นมาได้  ตั้งแต่ก้อนหินไปจนถึงดวงดาวบนท้องฟ้าและหุ่นอาจสร้างขึ้นมาเพื่อแทนนามธรรมบางอย่างได้  เช่น ใช้หุ่นเปลวเพลิงแทนความชั่ว  หรือความดุร้าย  ร้อนแรง  ใช้หุ่นรูปหัวใจแทนความรัก  ความจริงใจ   เป็นต้น  หุ่นจึงเป็นที่สนใจของเด็ก  เพราะส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการและได้รับความสนุกสนาน โดยเฉพาะถ้าผู้เชิดชูได้ใช้ความรู้ทางศิลปะ ธรรมชาติวิทยา  สรีรวิทยาและเทคนิคการแสดงเข้ามาประกอบด้วย  ก็จะทำให้หุ่นนั้นดูเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา  หุ่นเองยังช่วยให้เชิดเป็นคนกล้าแสดงออกด้วยเหตุนี้ เพราะตัวผู้เชิดหรือผู้แสดงจะซ่อนตัวอยู่หลังม่าน  ด้วยเหตุนี้หุ่นจึงมีประโยชน์ต่องานด้านการศึกษาในการนำมาพัฒนาตัวเด็กให้กล้าแสดงสนใจบทเรียน  และเรียนรู้จากการแสดงหุ่น  ด้วยความสนุกสนาน

 

ประโยชน์ของหุ่นในการเรียนการสอน

การใช้หุ่นประกอบการเรียนการสอนเป็นประโยชน์ต่อเด็กดังนี้คือ  (จาตุรงค์  อาจารีย์ ๒๕๒๒:๗)

๑.เสริมสร้างพัฒนาการและทักษะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมือ

๒.ส่งเสริมให้มีประสบการณ์ในการทำงานกลุ่มฝึกด้านความรับผิดชอบ การตัดสินใจ  และการแสดงความคิดเห็น

๓.ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  และทัศนคติที่ดีต่อวิชาที่เด็กเรียน

๔.ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

๕.การเรียนรู้ด้วยการแสดงหุ่น  ทำให้เด็กจำเนื้อหาวิชาได้นาน

 

ละครหุ่น

การจัดละครหุ่นจะมีองค์ประกอบเช่นเดียวกับละครเวที  คือ  มีบทละคร  ผู้กำกับ ผู้แสดง ผู้ชม ฉาก เวที  และการใช้เทคนิคต่างๆ ประกอบ เช่น แสง เสียง  นอกจากนั้นละครหุ่นยังมีตัวหุ่น  ผู้เชิด ผู้พากย์หุ่นเข้ามาด้วยการเตรียมงานละครหุ่นก่อนนำไปแสดงมีขั้นตอน  ดังนี้  (จาตุรงค์  อาจารีย์ ๒๕๒๒:๗-๑๓)

๑.การวางแผน  ได้แก่  การตั้งจุดประสงค์ของการแสดงว่าจะให้ผู้ชมได้รับอะไรบ้างหลังจากการแสดงแล้ว

๒.การทำความเข้าใจขอบเขตของหุ่น ได้แก่  การศึกษากลไกของหุ่นข้อจำกัดของหุ่นที่หุ่นทำได้หรือไม่ได้  เช่นหุ่นไม่สามารถแสดงออกทางใบหน้าเพื่อแสดงอารมณ์ดีใจ  เสียใจ  โกรธ  กลัว  ได้ แต่หุ่นสามารถทำได้โดยอาศัยน้ำเสียงท่าทางและการเคลื่อนไหวและการใช้พากย์ช่วย

๓.  การเตรียมเรื่อง  การเตรียมเรื่องเพื่อให้สนองความต้องการของเด็กแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม  กล่าวคือ

เด็กวัยอนุบาลศึกษา(อายุ ๔-๖ปี)  สนใจเรื่องเกี่ยวกับชีวิต  สภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติของคน  สัตว์  ต้นไม้

เด็กวัย๗-๘  ปี สนใจเรื่องราวของเด็กในวัยเดียวกัน สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเด็ก  ความยุติธรรม  ความมีระเบียบ

เด็กอายุ๙-๑๐  ปีขึ้นไป  สนใจเกี่ยวกับชีวิตจริงมากขึ้น เช่นเรื่องชีวประวัติ การผจญภัย ประวัติศาสตร์เป็นต้น

๔.การเตรียมบทละคร

๕.การซ้อมและการแสดง

หุ่นที่ใช้เล่นกันในทุกวันนี้  แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ  ได้ดังนี้คือ (จิระประภา  บุณยนิตย์)

๑.หุ่นถุงมือ  (Glove  puppet)

๒.หุ่นเงา(Shadow  puppet)

๓.หุ่นกระบอก(Rod puppet)

๔หุ่นชัก(Marionette)

๕.หุ่นนิ้วมือ(Finger puppet)

๖.หุ่นสร้างสรรค์(Apply puppet)

(โครงการชาวบ้าน๒๕๒๘:๑๑๙)

๑.หุ่นถุงมือ  หัวหุ่นอาจทำด้วยปูนปลาสเตอร์  กระดาษเปื่อย  กระดาษปะ หรือสลักด้วยไม้  หรือเย็บด้วยผ้า  และมีเสื้อต่อที่คอหุ่นเพื่อใช้ซ่อนมือในการเชิด

 

 

 

วิธีการทำตุ๊กตาหุ่นมือ

อุปกรณ์

๑.ผ้าสักกะหลาด

๒.กรรไกรตัดผ้า

๓.ด้ายสีต่างๆ

๔.เข็ม

๕.ใยสังเคราะห์

๖.กระดาษเเข็ง,ดินสอ

๗.แม็กเย็บกระดาษ

วิธีที่ ๑

-หาแบบที่เราจะทำเช่นกระต่าย

-เลือกสีผ้าที่เราจะใช้ทำส่วนตัวถุงมือก่อน จากนั้นนำดินสอมาวาดให้เป็นถุงใส่มือ ก่อนตัดควรตัดให้ห่างจากรอยที่เราวัดเอาไว้ประมาณ1-2เซนติเมตร จำนวนสองชิ้น นำด้ายมาเย็บเข้าด้วยกันทั้งสองชิ้นเสร็จพักตัวถุงใส่มือไว้ก่อน

-จากนั้นมาทำส่วนหัว เมื่อเราเลือกผ้าได้แล้วก็ให้วาดรูปส่วนหัวของตุ๊กตาลงไป เวลาตัดให้ตัดห่างจากรอยวาดเพื่อเว้นเอาไว้เย็บ จำนวนสองชิ้น นำมาเย็บติดกันเสร็จเรียบร้อยกลับด้านในออกด้านนอกให้ตะเข็บอยู่ด้านใน จากนั้นนำผ้าใยสังเคราะห์มายัดจนเต็มแล้วพักไว้ก่อน

-นำผ้าสักกะหลาดมาตัดเย็บทำเป็นชุดของหุ่นมือ และตกแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เย็บตา ปาก ให้หมดทุกอย่าง

-นะกระดาษแข็งยาวประมาณ12เซนติเมตร กว้าง5 เซนติเมตรมาม้วนแล้วใช้แม็กเย็บ จากนั้นนำไปยัดใส่ที่คอของตุ๊กตา

-ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำส่วนหัวและตัวมาเย็บเข้าด้วยกันก็เป็นอันเสร็จ

วิธีที่ ๒

อุปกรณ์เหมือนกันแต่เพิ่มไหมพรม เข็มร้อยไหมพรม วิธีนี้ไม่ต้องใช้กระดาษ

-ขั้นเเรกเราเลือกแบบการทำตุ๊กตา เลือกสี

-วาดภาพลงไปบนผ้าเวลาตัดให้เว้นจากรอยที่วาดออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อเย็บไหมพรม ตัดออกมาจำนวน ๒ชิ้น

-ให้ตกแต่งตัวตุ๊กตาก่อนทำการเย็บตัวเข้าด้วยกัน

-หลังจากตกแต่งเสร็จให้นำผ้าทั้งสองเย็บเข้าด้วยกันโดยใช้ไหมพรมเย็บด้วยนอกเพื่อให้เห็นลวดลาย

-เสร็จเรียบร้อยค่ะเตรียมโชว์ได้เลย

 

ให้เด็กโตหน่อย ๕-๖ ขวบน่าจะทำได้ด้วยตัวเอง โดยมีผู้ใหญ่ช่วยแนะนำ ทำเสร็จแล้วก็เอาไว้เล่นประกอบกับการเล่านิทาน เพิ่มสีสันความสนุกของนิทาน

อุปกรณ์
• กระดาษ (ที่คิดว่าจะทิ้ง)
เลือกกระดาษที่ไม่หนาจนเกินไป เพราะจะทำให้กาวยึดไม่อยู่ และก็ไม่ควร บางเกินไปเพราะจะไม่ทนมือเวลาเล่น จะให้ดีเลือกที่เป็นกระดาษปอนด์จะเวิร์คมากค่ะ
• กรรไกร
• กาว
• ปากกาสี สำหรับเขียนตกแต่ง

 

วิธีทำ

  • ตัดกระดาษ
เลือกสีสัน+ลวดลายกระดาษตามใจชอบ ถ้าจะทำเป็นตัวสัตว์ก็ให้เลือกส่วนที่มีสีที่ใกล้เคียงกับสัตว์นั้นๆ เช่น เป็ด-สีเหลือง, กบ-สีเขียว, เป็นต้น ตัดกระดาษที่ต้องการเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ขนาดประมาณ ๖×๖ซ.ม. ใช้กะเอาได้เลย ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้บรรทัดวัดนะจ๊ะ ขอให้ออกมา เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นใช้ได้
  • ติดกาว
ทากาวที่ขอบด้านใดด้านหนึ่งแล้วม้วนกระดาษวนรอบนิ้ว มาติดกับแนวด้านตรงข้ามจะได้ทรงกระบอกเป็นลำตัว
  • แต่งส่วนหัว+หู
ส่วนนี้ เราสามารถสร้างสรรค์ได้หลายรูปแบบตามจินตนาการ ของรูปร่างที่เราอยากให้เป็นเช่น หัวมน หัวแบน หัวโค้ง ทากาวปิดแล้วก็ตัดให้เป็นทรงได้เลยจ๊ะ ถ้าต้องการหัวมนก็ให้พับปลายปิดเหมือนถุงกล้วยแขกจากนั้นเลือกกระดาษตามสี+ลายที่ต้องการ ตัดเป็นรูปทรงหูแบบต่างๆ แล้วทากาวติด
  • แต่งหน้า
ตกแต่งจมูก ปาก ตา ด้วยกระดาษตัดตามรูปทรงนั้นๆ ส่วนที่เป็นรายละเอียดย่อยเล็กๆ เช่นหนวดหรือลูกตา ก็ใช้ปากกาแต่งแต้มเพิ่มเติม เป็นอันเสร็จ

๒.หุ่นเงา  คนไทยเรียกว่าหนังตลุงเป็นรูป๔มิติ  มีลักษณะเป็นแผ่นแบนตัดเป็นตัว  และเกะสลักเป็นลวดลาย  มีไม้ยึดโยงส่วนต่างๆของตัวหุ่น การแสดงจะต้องใช้จอขึง  การเชิด เชิดจากหลังโรงโดยมีไฟส่องหลังตัวหุ่น  กรเคลื่อนไหวของหุ่นจะปรากฏเป็นเงาทาบลงบนจอ

อนึ่ง  หุ่นเงานี้สามารถใช้กระดาษแข็งตัดเป็นรูปร่างที่ต้องการ  มีไม้ยึดโยงส่วนต่างๆของตัวหุ่นแทนตัวหุ่นแบบหนังตลุงได้  หรือสามารถประดิษฐ์รูปหุ่นจากเงาของมือและนิ้วมือ  ให้ไฟส่องแล้วปรากฏภาพบนจอ  (บุญส่ง  ปรั่งศิริ ม.ป.ป. ๔๔หน้า)

๓.หุ่นกระบอก  เป็นหุ่นที่ใช้แท่งไม้ เสียบติดกับคอหุ่นเพื่อให้ผู้เชิดใช้ถือเชิดหุ่นกระบอกที่ทำอย่างประณีตสามารถจะยักย้ายแขนขาและอวัยวะต่างๆได้อย่างอ่อนช้อยบางแบบสามารถทำให้กระพริบตาหรือขยับปากได้

๔.หุ่นชัก  เป็นหุ่นที่เคลื่อนไหวได้โดยการที่ผู้เชิดบังคับหุ่นด้วยเชือกที่ผูกติดกับส่วนต่างๆของตัวหุ่น  ตัวหุ่นอาจทำอย่างง่าย  หรืออย่างซับซ้อนการเคลื่อนไหวของหุ่นขึ้นอยู่กับรายละเอียดของเชือกที่บังคับ

๕.หุ่นนิ้วมือ  เป็นหุ่นที่ใช้สี  วัสดุกระดาษแข็ง  ผ้า  ออกแบบสร้างเป็นตัวหุ่นโดยใช้มือและนิ้วมือเป็นกลไกในการ เคลื่อนไหว  หรือใช้เฉพาะนิ้วมือ  หรือใช้เฉพาะนิ้วมือ  หรือมือออกแบบให้มีลักษณะเป็นรูปทรงต่างๆ  โดยไม่ต้องใช้วัสดุใดเลย

๖.หุ่นสร้างสรรค์ หุ่นชนิดนี้แตกต่างออกไปจากหุ่นที่กล่าวมาทั้งหมด  เพราะเป็นหุ่นที่เกิดจากจินตนาการของผู้สร้างเอง  รูปแบบหุ่นไม่มีข้อจำกัดตายตัว เช่นนำข้าวของเครื่องใช้ ไห กระติบข้าว ยางลบ แปรงสีฟัน  แปรงลบกระดานดำ  กล่องกระดาษ ฯลฯ มาประดิษฐ์เป็นหุ่น หรือ สามารถฝึกร่างกายของคนหรือวัสดุอื่นๆ ให้เป็นหุ่นโดยเลียนแบบอิริยาบถการเคลื่อนไหวของหุ่นทำนองหุ่นชัก

การทำหุ่นอย่างง่ายๆ

ขอเสนอแนะในการทำหุ่นอย่างง่ายๆ จากวัสดุต่างๆที่หาได้ง่ายและจากการฝึกฝนร่างกายในการใช้ตัวคนเป็นหุ่นดังนี้

๑.หุ่นจากวัสดุเนื้อแข็ง  วัสดุที่ใช้ เช่น ผลมะละกอดิบ  หัวมัน  พุทรา ลูกโตๆ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบกาวแป้งเปียก นำมาเจาะเป็นรูเพื่อเอานิ้วยัดเป็นหัวหุ่นหลังจากนั้นก็วาดรูปหน้าของหุ่น  อาจใช้กระดาษสีมาเสริมแต่ง  ใช้เป๊กสีสำหรับติดกระดาษมาติด๒อัน เป็นลูกตา เอากระดาษแข็งมาทำเป็นใบหู ส่วนผมหาจากเส้นด้ายหรือไหมพรม หลังจากนั้นก็ใช้ถุงเท้า หรือเย็บผ้าคลุมหัวหุ่นอีกทีเพื่อเป็นตัวหุ่น  โดยใช้มือสอดเข้าไปเวลาเชิด

๒.หุ่นถุงเท้า นำถุงเท้าซึ่งอาจเป็นถุงเท้าที่มีอยู่ข้างเดียว  หรือถุงเท้าเก่ามาประดิษฐ์เป็นหุ่นได้อย่างง่ายๆ คือตกแต่งส่วนปลายถุงเท้า  โดยยัดกระดาษหนังสือพิมพ์หรือผ้าฝ้ายเข้าไปเพื่อให้เป็นส่วนหัว  แล้วใช้เม็ดดุมหรือผ้าสีที่มีสีตัดกับสีของถุงเท้า  หรืออาจระบายสีลงแทน เสร็จแล้วสวมมือเข้าไปในส่วนที่ยัดหนังสือพิมพ์หรือผ้าฝ้ายนั้น ใช้มือและนิ้วมือในการเคลื่อนไหวและทำเป็นตัวหุ่น

๓.หุ่นไม้เชิด อุปกรณ์ใช้ไม้เสียบหรือทางมะพร้าว  กระดาษแข็ง  กระดาษกาว  กรรไกร และสี  ขั้นแรกวาดรูปที่ต้องการลงในกระดาษเสียก่อน  หลังจากนั้นก็ตัดกระดาษตามแนวรูป  อาจวาดรูปทั้งสองด้านเป็นส่วนหน้าและส่วนหลัง  ต่อไปก็เอารูปวาดนั้นไปติดเข้ากับปลายไม้เสียบเพื่อทำเป็นที่มือจับสำหรับเชิด  ให้ไม้เสียบยาวพอเหมาะสำหรับการจับเชิดได้สะดวก

๔.หุ่นถุงกระดาษใช้ถุงกระดาษเหลือใช้ขนาดเล็กหรือขนาดกลางนำมาวาดรูปใบหน้าลงไปในถุง  เอาด้านก้นถุงตั้งขึ้น  เสร็จแล้วเจาะรูด้านข้างของถุงทั้งสองด้าน  เพื่อสอดนิ้วมือให้โผล่ออกมากลายเป็นแขนของหุ่น

๕.หุ่นขาใช้นิ้วมือเอามาเล่นเป็นขาหุ่น  เพื่อพาตัวหุ่นให้เคลื่อนไหว เช่น เดิน เต้น กระโดดได้

วิธีทำ

วาดหุ่นรูปคนหรือสัตว์  ลงในกระดาษแข็ง ระบายสีให้เรียบร้อย แล้วตัดกระดาษออกให้เหลือแต่ตัวหุ่น  แล้วนำมาเจาะรู  เพื่อทำเป็นที่สอดนิ้วมือ จำนวนสองรู  ให้ดูเป็นขาของหุ่นโดยใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางสอดเข้าไป

๖.หุ่นสิ่งของเคลื่อนที่  การทำให้สิ่งของเคลื่อนที่ใช้ในกรณีที่ต้องการให้สิ่งของซึ่งไม่ได้เป็นคนหรือสัตว์นั้นเคลื่อนที่ได้ขณะอยู่ในเวทีแสดงเป็นต้นว่า  รถไฟ  เรือบิน  จักรยาน  บอลลูน  ว่าว  พระอาทิตย์  พระจันทร์  ค้างคาว  ก้อนเมฆ  สายฟ้า  ตึกโยกเยก  ลูกบอลกลิ้ง ฯลฯ  ซึ่งเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมมาก

วิธีทำ

ใช้ไม้หรือทางมะพร้าว  หรือเส้นลวดหรือได้(กรณีหย่อนมาจากส่วนบนของโรงหุ่น)ต่อเข้ากับตัวหุ่น  สำหรับพระอาทิตย์  เครื่องบิน  ดวงดาว  อาจโผล่มาจากส่วนบนของโรงหุ่น

๗.หุ่นกระดาษพับ  ในงานพับกระดาษจะมีการพับกระดาษเป็นรูปคน  สัตว์  สิ่งของ  เครื่องใช้ต่างๆ ได้มากมาย เช่น กระต่าย สุนัข  นก  ไก่  ฯลฯ  สามารถนำงานพับดังกล่าวมาเล่นเป็นหุ่นโดยให้ ผู้เล่นถืองานพับนั้น  หรือใช้ไม้เสียบ  หรือสวมเข้ากับมือเมื่อหุ่นกระดาษพับตัวไหนพูดก็ให้เคลื่อนไหว  หุ่นแบบนี้สามารถเล่นรวมกันได้หลายๆคน หรือเล่นเล่าเรื่องต่อกันเป็นนิทานได้อีกด้วย

๘.หุ่นมือ  เราสามารถประดิษฐ์หรือออกแบบมือและนิ้วมือให้เป็นหุ่นแบบต่างๆได้  เพียงแต่มีการบริหารนิ้วมือและข้อมือรวมทั้งให้สีหรือเครื่องสำอางตกแต่งระบายเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อย  สามารถนำไปใช้เล่าประกอบนิทานการเล่าเรื่อง  การทำท่าทางและเล่นประกอบจังหวะ  เพลง  และดนตรีได้ดังรายละเอียดต่อไปนี้

แนวคิดในการเสนอการใช้มือเป็นหุ่นเพื่อประกอบการเรียนการสอน  เนื่องจากว่าอุปกรณ์ที่ดีควรเป็นสิ่งที่หาง่ายราคาถูก  การออกแบบมือเพื่อให้เป็นรูปร่างต่างๆนั้นนับว่าเป็นแนวคิดใหม่  เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องซื้อหา  ทุกคนมีติดตัวมาอยู่แล้ว  เพียงแต่อาศัยการฝึกฝนตนเองบ้างไม่มากนัก  ก็สามารถนำไปใช้กับเด็กได้อย่างดี  ครูเองก็เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง  ที่สามารถใช้ตนเองเป็นสื่อ  ภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองดีกว่าการใช้อุปกรณ์  เครื่องไม้เครื่องมือราคาแพง  ซึ่งครูเองได้ใช้ความสามารถของตนเองน้อยมาก

๙.หุ่นมือเงา  การออกแบบมือและนิ้วมือ  ในที่มืดแล้วใช้ดวงไฟส่อง  จะทำให้เกิดเป็นภาพต่างๆใช้ประกอบการเล่าเรื่องได้ดี  และส่งเสริมจินตนาการได้ดีมากเพราะเป็นภาพเงาและเล่าในความมืด

๑๐.หุ่นคน  เป็นการใช้ตัวคนทั้งคนเป็นหุ่น  โดยผู้เล่นเป็นหุ่นจะต้องฝึกแยกส่วนต่างๆของร่างกาย  หรือฝึกร่างกายเพื่อเตรียมการแสดงเป็นอย่างดี  และศึกษาจากอิริยาบถของหุ่นชักให้ร่างกายเคลื่อนไหวเป็นส่วนๆไปเช่นส่วนศีรษะ   คอ  แขน  ไหล่  ลำตัว  ท่อนขาฯลฯ ทำใบหน้านิ่งแบบหุ่นสามารถนำไปแสดงเป็นหุ่นยนต์หรือละครหุ่นได้

 

การเชิดหุ่น

การเชิดหุ่นนิ้วมือ หุ่นมือ  หุ่นกระบอก สามารถใช้โรงเชิดแบบเดียวกันได้เว้นแต่หุ่นชักการเชิดต้องยกพื้นผู้เชิดจะต้องยืนอยู่ในระดับเดียวกับพื้นเวทีหุ่นหรือสูงกว่าจะยืนต่ำกว่าพื้นเวทีไม่ได้  การเล่นหุ่นมือหรือหุ่นนิ้วมือมักใช้ในกลุ่มผู้ชมไม่มากนัก  ครูสามารถใช้ในห้องเรียนเหมือนการเรียนการสอนทั่วไป  ครูอาจยืนหรือนั่งโดยไม่ต้องสร้างโรงหุ่นกั้นแต่ประการใด

สำหรับหุ่นเงาหรือหนังตลุงจะต้องขึงจอและมีไฟสว่างส่องทางด้านหลังด้วยที่กั้นแสดงหุ่นในห้องเรียน  หรือการเชิดไม่เป็นทางการ  หรือไม่ใช่เป็นการแสดงอาชีพ  จะใช้โต๊ะ  ประตู หน้าต่าง  กล่องกระดาษ  ผ้าม่าน  ผ้าห่ม  ผ้าปูที่นอน  เป็นที่กั้น หรือเป็นฉากในการแสดงจะทำให้การแสดงดูเรียบง่ายสามารถเล่นหุ่นได้หลายตัว และเป็นกันเองกับผู้ชมยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามโรงหุ่นที่อาจสร้างขึ้นในโรงเรียนจะมีขนาดหน้าเวทีประมาณ๒-๓ฟุตความสูงของพื้นเวทีประมาณ ๔ฟุต ถ้าคุกเข่าเชิด  แต่ถ้ายืนเชิดก็จะสูงประมาณ๕ฟุต ครึ่ง โดยถือเอาความสูงของผู้เชิดเป็นเกณฑ์เฉลี่ย(จิระประภา  บุณยนิตย์ ๒๕๒๕:๖๗-๖๙)

 

เทคนิคในการแสดงละครหุ่น

การฝึกเชิดหุ่น

การจะเป็นผู้แสดงละครหุ่นที่ดี จำเป็นต้องฝึกฝนตนเองหรือหาโอกาสแสดงอยู่เสมอ  การฝึกแสดงหุ่นอย่างง่ายๆ คือ การฝึกแสดงสด  หรือแสดงต่างทันทีทันใดในสถานการณ์หนึ่ง  โดยไม่มีบทละครแน่นอนตายตัวในกระบวนการ  ดังนี้   (Verr on Howard ๑๙๖๓:๑๘-๓๑)

๑.เลือกสถานการณ์ตัวอย่างที่กำหนดให้ต่อไปนี้เพื่อนำไปซ้อมการแสดงละครหุ่น  โดยเลือกจากสถานการณ์ที่ชอบ

๒.เรียนรู้บุคลิกของหุ่น  และรวมฝึกซ้อมกับคนอื่นๆ

๓.ให้หุ่นพูดและแสดงออกตามบุคลิกภาพของตัวละครที่ควรจะเป็นและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นโดยการสร้างจินตนาการณ์ผูกเรื่องหาความสัมพันธ์กันระหว่างตัวละครกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นั้นๆ

 

การพากย์หุ่น

การฝึกฝนให้เชิดหุ่นได้ดี  ต้องฝึกสีลาของเสียงในการเชิดหุ่นด้วย  โดยก่อนอื่นต้องพิจารณาบุคลิก  หน้าตาของหุ่นด้วยโดยก่อนอื่นต้องพิจารณาบุคลิกภาพ  หน้าตาของหุ่นว่าควรจะมีน้ำเสียงอย่างไร  เช่น  แม่มดเสียงแหลมเล็ก   สุนัขเห่าคำราม เป็นต้น  โดยให้เสียงหุ่นแต่ละตัวแตกต่างกัน  หลังจากนั้นจึงฝึกน้ำเสียงของหุ่นตามอารมณ์ต่างๆ เช่น  ดีใจ  เสียใจ  โกรธ กลัว เกลียด อิจฉา  รัก  ซึ่งน้ำเสียงของหุ่นไม่สามารถตีสีหน้า  ได้ ภาษาที่ใช้ควรจะเหมาะสมกับระดับผู้ฟังด้วยถ้าผู้ฟังเป็นเด็กเล็กภาษาต้องง่ายๆ ไม่มีศัพท์ซับซ้อนมาก  เมื่ออยู่บนเวทีถ้าหุ่นตัวใด ตัวหนึ่งกำลังพูดอยู่ให้หุ่นตัวอื่นๆ หยุดพูด  และอาจหันหน้าไปหาหุ่นตัวที่พูดเพื่อให้หุ่นตัวนั้นเด่น  ข้อสำคัญอย่าแย่งกันพูด  การเคลื่อนไหวและท่าทางของหุ่นให้มีความสัมพันธ์กับการพากษ์  เช่น  ดีใจ หัวเราะ  หน้าหุ่นจะเชิดสั่นระรัว   ถ้าเสียใจเศร้าสร้อยผิดหวังหน้าหุ่นจะก้มต่ำลงนิดๆ ถ้าหุ่นตกใจ  หุ่นจะหันรึหันขวาง  หุ่นต้องเต้นไปตามจังหวะลีลาของเพลง

 

เสียงประกอบ

เพื่อให้ละครหุ่นมีรสชาติยิ่งขึ้น ผู้เชิดควรจัดหาเสียงประกอบซึ่งนอกจากจะทำจากเสียงพากษ์  อาจทำเสียงเฉพาะอย่างจากวัสดุอื่นๆ เอาไว้แล้วบันทึกเสียงไว้เมื่อเวลาแสดงจริง ได้แก่ 

(โครงการสื่อชาวบ้าน ๒๕๒๘:๑๓๙)

เสียงไฟไหม้  ใช้การขยำกระดาษให้ดังกรอบแกรบ

เสียงม้าวิ่ง ใช้ถ้วยพลาสติกหรือกะลา ๒ ใบเคาะกับโต๊ะ

เสียงฟ้าผ่า  ใช้ไม้ฟาดแผ่นสังกะสีเรียบ

เสียงฝนตก  ใช้เมล็ดถั่วเขียวโปรยบนแผ่นสังกะสี

เสียงชกต่อย  ใช้หนังสือพิมพ์ยาวๆ ฟาดบนมือ

เสียงฟันดาบ  ใช้ช้อนซ้อมแสตนเลสเคาะกันหรืออาจประดิษฐ์คิดค้นเสียงต่างๆ จากวัสดุอื่นที่ทำได้ง่าย

 

สรุป

การแสดงละครหุ่นเป็นหุ่นศิลปะที่สร้างความสนุกสนานและส่งเสริมจินตนาการของเด็กได้ดียิ่ง  การที่ผู้จัดละครหุ่นเป็นต้นว่า  ผู้สร้างตัวหุ่น  ผู้เชิด  ผู้พากษ์  และเขียนบทได้พยายามสอดแรกจินตนาการต่างๆลงไปในละครหุ่น จะช่วยสร้างความบันเทิง สุนทรีย์ จิตนาการควบคู่ไปกับความรู้ที่ได้จากการชม

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หุ่นเชิด

 

วัสดุ-อุปกรณ์

๑.กระดาษแข็ง

๒.กรรไกร

๓.ดินสอ

๔.สี

๕.เทปกาว

๖.เชือกหรือน็อต

๗.ไม้ตะเกียบ

 

วิธีทำ

๑.นำกระดาษมาวาดเป็นรูปต่างๆตามที่เร็วต้องการ

๒.ระบายสีให้สวยงาม

๓.ตัดส่วนที่เราต้องการจะต่อแล้วใช้เชือกมัดให้แน่น

๔.นำไม้ตะเกียบมาติดชิ้นส่วนที่ต้องการให้เคลื่อนไหว

 

หุ่นชักแบบกล่อง

วัสดุ-อุปกรณ์

๑.กล่องเหลือใช้ เช่นกล่องยาสีฟันหรือกล่องสบู่                             ๒.กระดาษสี

๓.กระดาษแข็ง                                                                                 ๔.กาว

๕.เทปกาว                                                                                        ๖.สีเมจิก

๗.ไม้ตะเกียบ                                                                                   ๘.เชือกหรือน็อต

๙.คัตเตอร์

 

วิธีทำ

๑.นำกล่องเหลือใช้มาตัดเป็นส่วนตัว  ส่วนตัวและขา

๒.นำกระดาษแข็งมาตัดเป็นแขนทั้งสองข้าง

๓.นำกระดาษสีมาติดให้เป็นลวดลายตามที่ต้องการและใช้สีเมจิกเติมแต่งลวดลาย

๔.นำแขนทั้งสองข้างมาเจาะรูบริเวณปลายแขน

๕.นำเชือกมาร้อยต่อกันในลักษณะขมวดปมคล้ายน็อต

๖.นำตะเกียบติดบริเวณปลายแขนข้างใดข้างหนึ่ง

๗.ใช้คัตเตอร์เจาะรูเป็นแนวยาวบริเวณด้านข้างของลำตัว

๘.นำส่วนต่างๆมาประกอบให้เป็นรูปร่าง

 

by:น.ส.พรรณิดา  ผุสดี ปี๒ หมู่๒ การศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ๒๕๕๕

 

โดย พระจันทร์รุ่งสาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net