วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The water is for life น้ำเพื่อชีวิต


 

 

The water is for life น้ำเพื่อชีวิต เป็นสิ่งเดียวที่ ประทังชีวิตได้ หากไม่ได้ทานข้าว สัก 7 ถึง 10วัน

การได้รู้จักการเป็นชีวิต ไม่ว่าจะ ผ่านเรื่องราวต่างมากมาย จนได้หนังสือชีวิตหลายเล่มกับวันเวลาที่ผ่านมา

ก็ยังเหลือเรื่องราวของการยอมรับ ความเปลี่ยนแปลง บางครั้งก็เข้าไปทำความรู้จักจนปล่อย ใจดูใจว่า

สิ่งที่เรียกและตั้งอารมณ์ว่าอุเบกขาคือวางเฉยนั้น มันวางอย่างไร ให้เหมาะกับอารมณ์ของขณะรู้นั้นอย่างไร

ครูอาจารย์ ท่านว่าปล่อยวางอย่างมีสติ ฝึกมีสติก่อนแล้วจึงจะ ขยับปัจจุบันขณะไปตาม อามรณ์นั้นๆ ได้เอง

ก็ได้หลายอารมณ์ อย่างไม่เป็นดังตามใจฉัน ข้าพเจ้า......เป็นอดีตคน....ที่มีความอยาก...ให้ตัวเองเป็นคน

ที่ต้องอยู่ในความทะเยอทะยานที่ต้องยืนบนขาของตัวเอง แบบที่คนรอบข้างเกรงกลัวกับอารมณ์ที่ไม่ได้...ดั่งใจ

ฮา...ฮา...ฮา... ข้าพเจ้าช่างร้ายนัก อะไรๆก็จะเอาให้ได้ดั่งใจข้าพเจ้า หากไม่ได้เป็นมี ...อารมณ์...โมโห ...ฮึม...

นี้เป็นอดีตไปแล้ว ในขณะชั่วโมงบิน ชีวิตมีรายได้ 1เหรียญยูเอสต่อ 25 บาท ต่อมา 1 เหรียญยูเอสต่อ 53 บาท

 

และวันนี้ 1เหรียญยูเอสต่อ 30 บาท วันนี้ข้าพเจ้าหยุดการทำงานหนัก 24 ช.ม. หรือ 2 จ๊อบ การได้ทำงานเยอะๆ

จึงเป็นกำลังใจที่วันนี้ถึงเป้าหมายแห่งความสำเร็จ ในระดับเท่าๆกับตัวของข้าพเจ้าเองไม่หรูไม่เด่นเป็นสุขธรรมดาๆ

แต่ว่าเราเองต้องแลกกับสิ่งดีๆที่สำคัญหนึ่งอย่างที่ต้องเสียไป ...กว่าจะยอมรับได้ ว่าการพลัดพรากจากคนที่รัก

ของชีวิตนั้นมันช่างอาดูลย์เหลือ...เกิน...มันเหมือนร่างกายถูกหั่นตัดคอ ให้ขาดใจ แต่ความทุกข์ไม่เคยทำให้คนตาย

ท่องจนเป็นคำภาวนา ท่านตายจากฉันไปก่อนทำไม ความรักที่มีฉันจะมอบให้ใครได้อีก ...อนิจจัง

 

 

แต่โชคดีที่เกิดมาพบกับพุทธศาสนาโดยกำเนิด พระธรรมกล่อมเกลาขัดใจ กวาดขยะในใจให้ลดจางลงตามวันเวลา

ข้าพเจ้าก็เป็นคนที่ไม่แตกต่างจากทุกๆคน ที่พอมีหนทางก็จะรีบกระโจนลงสนาม แห่งความท้าทายของ ชีวิตวัยแสวงหา

ช่างสับสนวุ่นวาย รับผิด รับชอบ รับประกันไปจากเรื่องเล็กๆ ไปถึงเรื่องใหญ่ๆ พอคนรอบข้างเขา

ได้รับการสนับสนุนเดินทางชีวิตครอบครัวเขา ก็วางลง ต่อจากนี้ไปเดินกันเองนะพี่น้อง ฮา...แล้วความเหน็ดเหนื่อย

ในลักษณะอยากได้ ...อยากมีก็สิ้นสุดลง เพราะเริ่มอิ่ม กับความอยากให้คนอื่นเป็นดังใจของเรา เป็นเรื่องที่

ไม่ดี อย่าเอาอย่างข้าพเจ้านะเพื่อนๆ ที่มาอ่าน...เพราะเราเองยังไม่ได้ดังใจเราเลย จึงได้ฝึกวิชา พอเพียงจาก

พ่อหลวงเจ้าอยู่หัวที่...บ้านเราพ่ออยู่หัว แนะนำทำตัวอย่างให้ดู แต่กว่าจะเลิกใช่เครื่องสำอางค์แบร์นด์เนม 

และใช้ของดีมีราคาแพงได้ ก็โลดแล่นอยู่กับกิเลสอยู่พักใหญ่ เลยทีเดียว ความเสียดายเพิ่งเกิด ในปัจจุบันนี้เอง

แต่ก็ปลอบใจตนเองว่ากำไรทั้งนั้นอย่างได้ใส่ใจอดีตนั้นอีกเลย เสียเวลาไปโดยใช่เหตุ สติมีมากขึ้น

จึงเป็นวันนี้ที่เรียบๆง่ายๆ ทำมือทำเองหลายๆอย่างมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ใครๆ หากใช้คนอื่นเรา

ก็ไม่เหนื่อย แต่ไม่ได้สติของการทำงานด้วยตัวเองจึงย้อนกลับไปถึง ชีวิตเริ่มเติบโต พ่อจะเข้มงวดให้รู้จัก

การรับผิดชอบการ ทำนา วัดงานนาให้คนมาเกี่ยวข้าวทั้งทุ่ง วัดให้พอดี อย่าขาดหรือเกิน ไม่ต้องเอา

เปรียบคนทำงาน และเราเองก็รู้ดีว่าหัวมุมนานั้นกว้างยาวกี่วากี่เส้น กี่ไร่ เดินหอบลายข้าวที่คนเกี่ยว

นั้นปีไหนได้มากหรือได้น้อย รู้ไปด้วยมือเราตัวของเรา พ่อเคี่ยวเข็ญเข้มงวด จนนึกในใจสาบาน

ต่อแดดกล้าปลายนาด้วยเสียงอันดัง ...(แต่พ่อไปเคยได้ยิน) ว่า...อย่าให้ฉันได้ออกไปใช้ชีวิตัวเอง

เดี่ยวๆบ้างเชียว ...ฉันจะไม่กลับมาทำนาอีกเลย...แดดเป็นใจ แผดเผาเราได้ดี แต่เช้าจรดค่ำ ...ทุกๆวัน

กลางคืนก็พาตัวเองหลบหนาว ใต้ผ้าห่มอัดหนาๆ ทับด้วยกระสอบป่านใส่ข้าวอีก สองชั้นอุ่นนัก

ประสาลูกชาวนาสมัย เก็บเกี่ยวด้วยมือทำไม่ใช่ชาวนาสมัยนี้ มีเครื่องลงนาข้าวออกมาเป็นเม็ด ทันที

แต่เราเองไม่เคยได้ทำเช่นปัจุบันเพราะที่นายังให้ คนรอบข้างเขาทำกิน...ไปกันเขายังว่า ไม่พอ...

ยังเป็นหนี้ธกส. (เขาว่าดังๆให้ฟังเสมอๆว่าทำนาก็ยังจน) เจ็บลึกๆ ในใจคิดถึงอดีต ที่พ่อแม่บอกว่า

ทำนาทำให้เป็น พ่อสอน พ่อให้หัดทำจะได้รู้...และเอาตัวรอดกับสังคมได้ อย่าเอาจมูกคนอื่นหายใจ 

ให้อาศัยตัวเอง จึงเป็นเหมือนคาถาป้องกันตัวเอง อย่างดีที่สุดจน ถึงวันนี้ 

สองหนุ่มน้อยที่หันหลังให้ คือหลานชายที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาหากัน นานๆเราจะพบกันสักหน

คนตัวโตกว่าพบกัน 7ครั้ง เพราะอายุ7 ขวบ คนตัวเล็กพบกัน3 ครั้งเขา อายุ 3 ขวบ คนบนเขา ลำปาง

และอีกคน บ้านทุ่งนครสวรรค์ มานัดพบกัน กลางอ่าวไทย ไกลแผ่นดินใหญ่ 3 ชม. ด้วยการนั่งเรือ

ข้ามมาหากัน พ่อแม่ของข้าพเจ้ากลับสู่ ความเป็นธรามชาติ เมื่อ 20ปีมาแล้ว จึงยอมรับกับตัวเอง 

เมื่อวันหนึ่ง เมื่อ 3ปีที่ผ่านมา คนที่ใกล้กันที่สุดก็กลับสู่ธรรมชาติไปอีกคนที่สนิท กินข้าวโต๊ะเดียวกัน

กินกาแฟเหยือกเดียวกัน ใช่ครัวเดียวกัน ได้อย่างเสียอย่าง คือสิ่งตอบแทน ความเป็นปัจจุบัน

ของข้าพเจ้า วางทุกสิ่ง ความรัก ความดี ทั้งปวงลงแล้วก้จิบกาแฟที่ปรุงด้วย นำ้กระชายคั้นสดๆ 

ของเช้านี้ 

 

 

น้ำกระชายปั่นกับน้ำผึ้งผสมมะนาว

เครื่องปรุง    กระชาย   1  ขีด

                    น้ำผึ้ง       2 ช้อนโต๊ะ

                    มะนาว      2  ลูก

วิธีทำ          กระชายล้างน้ำให้สะอาด ปั่นให้ละเอียด เติมน้ำสะอาดลงไป แก้ว กรอง  

                  เอาแต่น้ำ ใส่น้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงไปผสม ปรุงรสตามใจชอบ ดื่มได้เลย

สรรพคุณ    1. บำรุงกระดูก(เพราะมีแคลเซียมสูง)

                    2. บำรุงสมอง เพราะทำให้เลือดเลี้ยงสมองส่วนกลางดีขึ้น

                      3. ปรับสมดุลของฮอร์โมน

                      4. ปรับสมดุลของความดันโลหิต(ความดันโลหิตที่สูงจะลดลง ความดันโลหิตที่ต่ำจะสูงขึ้น)

                       5. แก้โรคไต ทำให้ไตทำงานดีขึ้น

                       6. ป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ

                       7. บำรุงมดลูก

                       8. แก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วง

                      9. อาการกระเพราะปัสสาวะเกร็ง(กรณีนี้อาจใช้เม็ดบัวต้มกิน)

                    10. ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต

                    11. แก้ปัญหาใส้เลื่อน

http://iceefroot.igetweb.com/index.php?mo=3&art=218612

ที่มาของการทำสูตรน้ำกระชาย 

ข้าพเจ้า นำมาดัดแปลงใส่กาแฟเช้า ของตัวเอง ได้กาแฟกลิ่น กระชายที่วิเศษมาก ทุกๆ เช้า

เริ่มดื่มมาสักพักได้แล้ว ...กลิ่นเหงื่อเหม็นเขียวคนแก่หายไป อย่างน่าอัศจรรย์ ลดการใช้น้ำหอม

ราคาแพงได้เยอะประหยัด ชาแนลไปได้ อีกนานขึ้นทีเดียวค่ะ 

ขอบคุณภาพทุกภาพที่ถ่ายเอง 

และขอบคุณสูตรน้ำกระชาย ที่มีประโยชน์

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะมาอ่าน 

ด้วยจิตคาราวะ 

.
.

 

 

.
.

 

..............

ขอบคุณเสียงเพลงที่หวาน

ละมุน

Always Kenny G

...........

โดย ซันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net