วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทบาทไทยในเวทีสากล ต้องมากกว่าการสะสมไมล์ของนายกฯ


        บทบาทไทยในเวทีสากล ต้องมากกว่าการสะสมไมล์ของนายกฯ

ถ้านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งใจที่จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้นำของไทยที่เดินทางไปต่างมากที่สุดในปีแรกของการนั่งในตึกไทยคู่ฟ้า เธอก็คงทำสำเร็จเรียบร้อยไปแล้ว และอาจจะกลายเป็นผู้นำที่สะสมไมล์บินอันดับหนึ่งของอาเซียนไปแล้ว

            ถ้าดูเฉพาะในเชิงสถิติ ก็คงต้องบอกว่าน่าประทับใจทีเดียว   ในเวลาเพียงปีเศษๆ คุณยิ่งลักษณ์ เดินทางไปเยือนต่างประเทศมาแล้วเกือบ 20 ประเทศ  ล่าสุดเฉพาะสองสัปดาห์แรกของเดือนนี้ก็ลุยไปแล้วอีกสามประเทศ  เริ่มจากงานประชุมสุดยอดเอเซีย-ยุโรปที่ลาว  ตามมาด้วยการประชุมเวทีประชาธิปไตยที่บาหลี อินโดนิเซีย และตบท้ายด้วยการเยือนกรุงลอนดอนของอังกฤษ ก่อนจะรีบบินกลับมาต้อนรับประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ

          คนไทยควรจะดีใจมากเลย ถ้าหากเรามีผู้นำที่ตั้งใจชูธงนโยบายต่างประเทศอย่างจริงจังเพื่อสร้างบทบาทให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลก  จะเสียงบประมาณค่าเครื่องบินค่าที่พักของบรรดาผู้ติดตามที่แห่กันไปเป็นโขยงเท่าไหร่ก็ไม่เสียดาย  แถมควรสนับสนุนให้แวะไปเยี่ยมเยียนอีกร้อยกว่าประเทศที่เหลือจะได้ปักธงไทยให้เด่นเป็นสง่าไปทั่วโลก

            แต่การขึ้นเครื่องบินไปแวะประเทศโน้นประเทศนี้เป็นส่วนที่ง่ายที่สุดของการดำเนินนโยบายต่างประเทศ   เพราะมันไม่ต้องอาศัยความรู้ความสามารถอะไรมากมาย  แค่เดินตามหมายหรือกำหนดการ (รวมทั้งอ่านสคริปต์) ที่ทีมงานจัดให้ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

รัฐบาลคงรู้ดีว่าที่คุณยิ่งลักษณ์บินไปบินมาบ่อยๆ แบบนี้อาจจะถูกชาวบ้านนินทาได้ว่าปัญหาของประเทศชาติเยอะแยะไม่สนใจ มัวแต่หาเรื่องเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไม่ต้องตอบคำถามสื่อมวลชนหรือ ส.ส. ฝ่ายค้าน  ก็เลยส่งนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไปออกรายการ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน” เมื่อวันเสาร์ที่แล้วเพื่ออธิบายว่าทำไมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น

แต่ฟังคุณสุรพงษ์สาธยายในรายการแล้ว ผมก็ยังนึกภาพไม่ออกว่าที่ท่านนายกฯ เดินทางไปต่างประเทศแบบไม่หยุดหย่อนนั้น จริงๆ แล้วเป้าหมายคืออะไรกันแน่   (นอกจากเดินตรวจแถวทหาร  ถ่ายรูปคู่กับเจ้าบ้าน หรือแต่งชุดสวยๆ เพื่อให้สื่อมวลไทยที่ติดตามไปถ่ายรูปส่งกลับมาให้ชาวบ้านได้ดูกัน)

คุณสุรพงษ์อ้างว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ใช้โอกาสเยือนต่างประเทศเล่าให้ผู้นำประเทศทั้งหลายว่าการเมืองบ้านเราพัฒนาไปถึงไหนและช่วยสร้างความมั่นใจต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย จนมีผลให้ผู้นำหลายประเทศอยากมาเยือนประเทศไทย   ยิ่งไปกว่านั้นท่านนายกฯยัง ใช้เป็นโอกาสแสวงหาแหล่งพลังงานในประเทศที่ไปเยือน และอธิบายให้ฟังถึงบทบาทของไทยในการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน

แต่ถามจริงๆ เถอะ นายกฯ ของเราต้องเสียเวลาและเปลืองงบประมาณมากมายเพื่อไปบอกเล่าในสิ่งที่ผู้นำประเทศเหล่านี้สามารถหาข้อมูลจากสถานทูตตัวเองหรือจากอินเตอร์เน็ตได้อยู่แล้ว

เราควรสนับสนุนเต็มที่ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ต้องการเป็นผู้นำที่จะปักธงไทยในเวทีโลกจริงๆ   แต่นั่นหมายความว่าคุณยิ่งลักษณ์และทีมงานด้านต่างประเทศต้องบอกคนไทยได้ว่านโยบายต่างประเทศของไทยหน้าตาเป็นอย่างไร  และรัฐบาลชุดนี้จะพาประเทศชาติไปในทิศทางไหน

จนถึงทุกวันนี้ เรายังไม่เคยได้ยินคุณยิ่งลักษณ์พูดอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศแม้แต่ครั้งเดียว    บทบาทของไทยจะอยู่ที่ไหนในวันที่อาเซียน 10 ประเทศรวมตัวเป็นประชาคมในอีกเพียงสองปีกว่าข้างหน้า หรือไทยจะวางตัวอย่างไรในภาวะที่ดุลอำนาจในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนเพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจและทางทหารของจีน  คุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยบอกเรา  

  เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่อุตสาห์ไปร่วมประชุมระดับผู้นำเอเซียและยุโรปที่กรุงเวียงจันท์ หรือที่เวทีประชาธิปไตยระดับโลกที่บาหลี คุณยิ่งลักษณ์ได้แสดงอะไรหรือพูดอะไรที่มีความหมายบ้าง  อย่างน้อยก็ทำให้คนไทยภูมิใจได้บ้างว่าเรามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในระดับสากล  (เราคงคาดหวังมากกว่าการได้ยินท่านนายกฯ กลับมาเล่าให้ฟังว่าได้ไปพูดถึงเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี การท่องเที่ยวหรือการส่งออกอาหารไทยให้เจ้าบ้านฟัง)

ยิ่งการมาเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  รัฐบาลบอกเราไม่ได้เลยว่าไทยจะได้อะไร หรือเสียอะไร   หัวข้อการเจรจาและข้อตกลงที่จะลงนามร่วมกันระหว่างการเยือนผู้นำสหรัฐล้วนเป็นวาระที่กำหนดมาจากกรุงวอชิงตันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือพันธมิตรด้านการร่วมมือทางทหาร

ความจริงทุกวันนี้ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่จะแสดงบทบาทด้านการทูตในระดับสากลได้อย่างสบายๆ ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานอาเซียนกับจีนในเรื่องของทะเลจีนใต้ที่กำลังเป็นประเด็นความขัดแย้งที่มีทีท่าจะบานปลายกลายเป็นการเผชิญหน้าทางการทหารได้   แต่หลังจากสร้างความฮือฮาบวกความงงงวยให้กับประชาคมโลกด้วยวลีเด็ดที่ว่าจะใช้ความเป็นผู้หญิง (woman’s touch) ในการคลี่คลายปัญหาในทะเลจีนใต้  นายกฯ เราก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยในเรื่องนี้

แต่ยังไงๆ ผมก็ยังเชียร์ให้คุณยิ่งลักษณ์เดินหน้าสะสมไมล์บินต่อไปอีก เพราะอย่างน้อยก็ถือว่าเป็น “ผลงาน” ที่เป็นรูปธรรมที่สุดงานหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้   แต่ขอให้ท่านนายกฯ หาโอกาสอธิบายและตอบคำถามอย่างเป็นเรื่องราวหน่อยว่ารัฐบาลของท่านมีทิศทางนโยบายต่างประเทศอย่างไร  และที่เดินทางไปโน้นมานี้นั้นมันช่วยเสริมบทบาทด้านต่างประเทศของไทยอย่างไร

แต่ขออย่างเดียว เวลาตอบคำถามเหล่านี้ ให้ช่วยหาพิธีกรที่มีกึ๋นและเป็นตัวของตัวเองหน่อย  ไม่ใช่เอาประเภทเลียแข้งเลียขาอย่างที่เห็นทุกเช้าวันเสาร์

หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ “ยาก” เกินไปสำหรับนายกฯ ที่ทีมงานพยายามจะบอกว่าเป็น“หญิงเก่ง” และ “เรียนรู้เร็ว”

ภาพจาก   facebook Yingluck Shinawatra

โดย เทพชัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net