วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.....เกาะกง..@..กัมพูชา ครั้งหนึ่งที่ได้ไป.....


.

.

ทางหลวงหมายเลข ๓๑๘  ซึ่งแยกจากจังหวัดตราดไปอำเภอคลองใหญ่  สุดพรมแดนที่บ้านหาดเล็ก

หากใครได้นั่งรถลัดเลาะเที่ยวไป  จะเห็นว่าขวามือคือทะเลอ่าวไทย  ซ้ายมือคือแนวภูเขาสูงกั้นเขตแดนไทยกัมพูชา

ไปเที่ยวหาดเล็กแต่ละครั้ง  อารมณ์ของผมจะแตกต่างกันไป

บางครั้ง...ผมหันมองไปทางขวามือ  เพื่อชมบรรยากาศหาดทรายขาวแต่ละหาดที่มีชื่อไพเราะเพราะพริ้ง

หาดทรายงาม...หาดทรายเงิน...หาดมุกแก้ว...หาดทรายแก้ว...

หาดพลอยแดง...หาดราชการุณย์...หาดไม้รูด...หาดบานชื่น...หาดไพลิน ฯลฯ

บางครั้ง...ผมหันมองไปทางซ้าย  เห็นเทือกเขาบรรทัด  คิดจินตนาการไปต่าง ๆ นา ๆ ว่า  .......

ข้ามภูเขาไปฝั่งกระโน้นจะมีสภาพเช่นไรหนอ?

.

สุดถนน ๓๑๘  เขาบอกว่าเป็นเกาะกง  เดิมทีผมก็คิดว่าเป็นเพียงเกาะ ๆ หนึ่ง เหมือนเกาะกูดเกาะช้าง

เมื่อได้มาศึกษาแผนที่ละเอียด  จึงทราบว่า  เกาะกงเป็นชื่อจังหวัดหนึ่งของกัมพูชา

ผมอยากเดินทางเข้าไปลึก ๆ เข้าไปในจังหวัดเกาะกงบ้าง  แต่ไม่เคยสบโอกาสเหมาะ ๆ ซะที

และเมื่อครั้งที่ไปเที่ยวเกาะช้างกับสำนักงานการกีฬาและท่องเที่ยวจังหวัดตราด  

โชคดี...ผมได้ข้ามเขตแดนเข้าไปที่จังหวัดเกาะกง

ตามกำหนดการเดินทาง  เป็นเพียงเข้าไปแว๊บ ๆ ใช้เวลาไม่มากนัก  ไม่ได้พักค้าง  ผมจึงต้องทำการบ้านอย่างหนักก่อนเดินทาง

.

.

เกาะกง(KohKong )

เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศกัมพูชา มีประชากรทั้งหมดประมาณ 132,106 คน

ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขมร 75% ที่เหลือเป็นชาวไทยเจ้าของถิ่นเดิม 25%   ประกอบด้วย   8   อำเภอ  33 ตำบล  131 หมู่บ้าน มีประชากร 23,168 หลังคาเรือน  เมืองหลักคือ เมืองสมัคเมียนเจย มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 22%

 เกาะกง คือ พื้นที่ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดประจันตคีรีเขตในสมัยรัฐกาลที่5  เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกที่มีความสำคัญเทียบเท่าจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดในอดีต     

เขตจังหวัดเกาะกงในประเทศกัมพูชา ดินแดนจังหวัดนี้ตกเป็นของฝรั่งเศสพร้อมกับหัวเมืองฝั่งขวาแม่น้ำโขง คือ แขวงไซยะบุลีและแขวงจำปาสัก มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447  

 

.

ข้อมูลเคร่า ๆ ที่ได้จากอินเตอร์เน็ต  ไม่ได้บอกอะไรผมมากมายนัก  และถึงจะบอกมากกว่านี้  ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

เข้าไปดูด้วยสายตาตนเองดีกว่า  ผมเข้าไปเที่ยวเกาะกงครั้งนี้  ไปอย่างนักท่องเที่ยววีไอพี  ไม่มีพาสปอร์ต  ไม่มีวีซา

เพราะมีเจ้าหน้าที่จากเกาะกงเป็นผู้นำทางเข้าไป  เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไปชนิดที่ไม่ต้องลงจากรถ

.

.

เราผ่านโรงแรมและบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่  โดยไม่ได้แวะ

.

.

ทิวเขาที่มองเห็นเบื้องหน้า  คือทิวเขาบรรทัดที่ผมเห็นใกล้ ๆ เมื่อเดินทางผ่านตอนอยู่ในเขตประเทศไทย  

และเมื่อเข้ามาในประเทศกัมพูชา  จะพบเบื้องหลังเทือกเขามีพื้นที่ว่างกว้างใหญ่ตระการตา

ผมตื่นเต้นพอสมควรกับภาพที่ได้พบเห็นครับ

.

พื้นที่ที่อยู่ชิดติดเขตแดนไทยวันนี้  คือพื้นที่เศรษฐกิจของกัมพูชา  ที่จัดเป็นพื้นที่สร้างโรงงานขนาดใหญ่หลายบริษัท

สมเด็จฯฮุนเซน มีนโยบายที่จะพัฒนาเกาะกงเป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

.

.

รถแล่นมาได้สักพักหนึ่ง  ก็มาถึงด่านเก็บเงินก่อนข้ามสะพาน

สะพานข้ามแม่น้ำครางครืนนี้  "นายพัด สุภาภา"  หรืออีกชื่อหนึ่งคือ "ออกญาลียงพัด" นักธุรกิจใหญ่ชาวกัมพูชา

เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างสะพานในวงเงิน ๓๐๐ ล้านบาท

และได้รับสิทธิประโยชน์ในการเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้สะพาน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลงทุน

.

.

สะพานเกาะกง ที่สร้างข้ามแม่น้ำครางครืน หรือแม่น้ำเมติคนี้ มีความยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร

เชื่อมจังหวัดตราด และจังหวัดเกาะกงไว้ด้วยกัน  เปิดใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๔๕

และถนนเส้นนี้จะไปเชื่อมต่อกับถนนสาย ๔๘ ครับ

.

.

เมื่อคณะของเราเดินทางมาถึงกลางสะพาน  ก็จอดขบวนให้ได้ชื่นชมกับบรรยากาศ

ผมตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ ๆ ที่ได้พบเห็น

แม่น้ำครางครืน  เป็นแม่น้ำอีกสายหนึ่งบนพื้นโลกนี้ที่ผมได้มีโอกาสสัมผัส

แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผมถือว่าแม่น้ำครางครืนยิ่งใหญ่พอสมควร

ภาพนี้เบื้องหลังของผมคือเทือกเขาบรรทัดอยู่ทางทิศเหนือ  แม่น้ำครางครืนไหลมาจากจังหวัดโพธิสัตว์ครับ

 

.

เราถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก  แล้วเดินทางต่อเข้าไปชมตัวจังหวัดเกาะกง

.

.

ขับรถมาจนสุดสะพาน  จะเห็นวงเวียน  เราตรงไปเพื่อจะไปชมเมืองเกาะกง

.

.

มาเกาะกงครั้งแรก  เวลาจำกัด  พวกเราจึงเที่ยวแบบชะโงกทัวร์

ถ่ายภาพก็ถ่ายผ่านกระจกรถ  ฝ้า ๆ มัว ๆ ไปบ้าง  ไม่ว่ากันนะครับ

กัมพูชาจะมีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ดูแปลก ๆ แต่เขาคงจะมีความหมายของเขา

.

.

วินมอเตอร์ไซด์พอมีให้เห็น

.

.

กิจการร้านซ่อมมอเตอร์ไซด์ดูง่าย ๆ 

.

.

จากตัวจังหวัด  เราวนขวามาทางแม่น้ำอีกครั้ง

เห็นคณะทัวร์ไทยกำลังเดินสวนมา  ทัวร์ชุดนี้  คงจะมาทางเรือซึ่งเป็นทริปง่าย ๆ ที่เขาจัดเที่ยว

.

.

มุมมองสะพานเกาะกงอีกมุมหนึ่งครับ

.

.

อาจารย์เจี๊ยบกับสะพานเกาะกง

.

.

มะอึก มะยง  กับสะพานเกาะกง

.

.

ชื่นชมบรรยากาศที่สะพานนานพอสมควร  เราก็เดินทางกลับ

มาจังหวัดเกาะกงครั้งนี้  ผมถือว่ามาเที่ยวสะพานเป็นหลักใหญ่  

ไม่ได้ซึมซับรายละเอียดวิถีชีวิตอะไรมากมายนัก

.

.

เส้นทางข้างหน้า  จะเป็นยังไงไม่ทราบได้  ไม่สามารถกำหนดได้

รู้เพียงว่า  เมื่อชีวิตยังไม่สิ้น  ก็ต้องเดินทางกันต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

.

.

เอ็นทรีนี้ผมเขียนไว้นานแล้ว  แต่ไม่ได้นำเผยแพร่  เพราะเหตุผลและภาระกิจส่วนตัวหลาย ๆ ประการ

ในตอนแรกกะว่าจะลบทิ้ง  แต่เมื่อมาคิดทบทวนดีแล้ว  นำออกเผยแพร่ดีกว่า

อย่างน้อยเพื่อเป็นการบันทึกหน้าหนึ่งของชีวิตที่ได้เดินทางออกนอกประเทศ

และเป็นครั้งแรกที่มาเกาะกง

.

พรุ่งนี้ (๒๒ - ๒๕ พ.ย. ๒๕๕๕) ผมยังคงเดินทางต่อไป

หนีความวุ่นวายในสังคมเมืองหลวง  ปิดหูปิดตาไม่เสพข่าวการเมือง

เป้าหมาย  มุ่งขอนแก่น  อุดรธานี  หนองคาย  เวียงจันทร์

ได้พบเจอสิ่งใด  คงจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ

.

ขอให้ทุกท่านมีความสุขมาก ๆ นะครับ

.

 

โดย มะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net