วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นมัสเต…เนปาล องก์ที่ ๓


มาแล้ว ค่า………

วันนี้ขอพาคณะทัวร์ ๑๕ ชีวิตตะลอนเนปาล มาทักทาย ทุกๆท่านด้วยค่ะ 

 

จบตอนที่แล้วเอาไว้ ว่าจะท่องราตรี ณ กาฐมาณฑุ… 

ไปท่องมาจริงๆค่ะ แต่แค่ย่านหน้าโรงแรม

โชคดีคืนแรกที่ไปถึงเป็นวันสุกดิบ ของ วัน   Brother and Sister day 

เลยได้เห็นกลุ่มเด็กชายวัยรุ่น เดินไปตามบ้านเรือน ร้านค้า แล้วยืนร้องเพลง

จนกว่าเจ้าของบ้านจะให้สตางค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปจัดงานในวันรุ่งขึ้น

ซึ่งเป็นวันคล้ายวันดูตัว ระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย ที่พ่อแม่หมั้นหมายกันไว้ 

พอเริ่มโต เด็กหนุ่มเด็กสาวเหล่านั้นก็จะมาพบปะ และเต้นรำอวดกัน

ถ้าใครปิ๊งกันก็สานต่อสัมพันธ์กันต่อไป ประมาณนั้นค่ะ  (ฟังจากการบอกเล่าของไกด์ทัวร์นะคะ)  

             เครดิตภาพ จากคุณหมอนุ  หนึ่งในสมาชิกทัวร์กับกลุ่มเด็กๆ ที่ออกมาเต้นรำในคืน Brother & Sister day

 

ตื่นมาสูดอากาศสดชื่น ในเช้าวันแรกเมื่อเวลาตีสาม  เพราะเพื่อนรักร่วมห้อง ลืมปิดนาฬิกาปลุก 

ลืมบอกไปว่า เวลาที่โน่น ช้ากว่าเมืองไทยชั่วโมงครึ่งค่ะ เลยมีเวลามาส่องสูดบรรยากาศ

และเข้า free wi-fi  แอบส่องเพื่อนๆในเฟสจากเมืองไทย

(ที่ผู้เขียนสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะหย่าเฟส  ๕ วัน อิ อิ…)

 

หลังรับประทานอาหารเช้า ก็ได้เวลาล้อหมุนกันแล้วค่ะ

(สูตรสำเร็จลูกทัวร์  ๖ - ๗ - ๘ นาฬิกา : ตื่น  กิน  โก )

 

วันนี้ทุกท่านพร้อมกันหรือยังคะ  นั่งรถไปกันค่ะจากกาฐมาณฑุไปโภคราระยะทาง ๒๐๐ กิโลเมตร

ใช้เวลา  ๖ ชั่่วโมงเท่านั้นเอง^^

โภคราเป็น เมืองท่องเที่ยว อีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมให้นักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด

ในเนปาล   ะหว่างทาง หลับไม่ลงค่ะ เพราะมีวิวทิวทัศน์ของฝั่งแม่น้ำ ทุ่งนา ป่าเขา บนหน้าผาสูงชัน

เป็นแม่น้ำที่สวยงามเลาะเลียบถนนไปด้วยกัน ประหนึ่งว่า ถ้าพี่ไปดู หนูไปด้วยเลยทีเดียว

เพราะเธอไหลเรื่อยคู่ขนานกับถนนที่ตัดใหม่ เพื่อให้เราได้มุ่งหน้าไปสู่เมืองโภครา

ดินแดนแห่งเทือกเขาหิมาลัย....อันงดงาม

 

        พาหนะเดินทาง ที่มีพขร.สุภาพ สุขุม ผู้โดยสารมีความสุข ไม่วิงเวียน ไม่โอ้กอ้าก แม้เส้นทางจะแพ้เมืองปายอยู่เล็กน้อยก็ตาม

 

       ข้างทาง  ยังมีบ้านเรือน ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ และมีอาชีพเกษตรกรรม  

      สังเกตได้จาก สภาพทุ่งนาและวิถีชีวิตริมน้ำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตะวันคล้อยต่ำ  พวกเราก็เดินทางถึงทะเลสาบพีวาร์ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่

(มีเพื่อนรัก ถามว่าทะเลนี้ สาบมากมั้ย อิ อิ) 

เป็นทะเลสาบที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขา มัจฉาปูชะเลย์(Machapuchare Mountain)

สูงตระหง่านสวยงามเป็นฉากหลัง

ตรงกลางทะเลสาบจะเป็นที่ตั้งของวัดบาฮาลี หรือวัดของพระนางปราวตี (Barahi Temple)

ที่มีตำนานเล่าขานว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งหนีภัยมาอยู่แล้วเกิดอาเพท ให้แผ่นดินโดยรอบยุบหายไป

กลายเป็นน้ำโอบล้อมบริเวณที่นางมาอยู่เหลือแต่เพียงผู้เดียว จนให้ชื่อนางว่า "กาลี"

วัดนี้จึงเป็นอนุสรณ์ของเจ้าแม่กาลี ที่มีชื่อเสียง

และนักท่องเที่ยวนิยมแหวกว่ายสายธารา...

 เอ่อ... หมายถึง ลงเรือพายแหวกว่ายสายชลไปจนถึงเกาะกลางน้ำ นั่นเองค่ะ^^

 

 

 

 

ออกจากเกาะ กลับเข้าฝั่งก็ได้เวลาพระอาทิตย์ร่ำลาหิมาลัยพอดี  

ผู้เขียนมีโอกาสจับภาพยอดหิมาลัยในยามอาทิตย์ทาบทามาฝากแต่พอสังเขป

เพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อน.......

เพราะในเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้...  พวกเราจะได้ไปนั่งชื่นชมอรุณรุ่งเหนือเทือกเขาหิมาลัยกันใกล้ๆกว่านี้ค่ะ

 

 

 

 

และวันนี้ ขอร่ำลากันด้วยภาพ   "ยกภูเขาออกจากอก"  นะคะ    อิ อิ....

เพราะผู้เขียนรู้สึกเหมือนว่า  ปิดท้ายตอนนี้ชักเหมือนละครช่องหลายสีค่ะ  

เร่งจบไปหน่อย  อรรถรสอาจน้อยไปนิด 

แต่ตอนต่อไป จะมีภาพงามๆของยอดซารังคต มาฝากให้จุใจกว่านี้นะคะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ ในตอน...  

 

 

      ตามรอย..หิมาลัย 

                     ดินแดน แหล่งเลิศหล้า………..........อารยธรรม 
                     ทิวเทือกล้อมเขตคาม……….......... เพริศแพร้ว
                     งดงามดั่งแต้มตาม…………........… กำกับ ศิลป์เฮย
                     สีขาวดั่งครอบแก้ว……………........ งามล้ำ หิมาลัย ๚ะ

 

 

 

 

โดย ผู้หญิงสีขาว

 

กลับไปที่ www.oknation.net