วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2555

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสธ.อ้าย ยังไม่แพ้ รัฐบาลก็ยังไม่ชนะ แต่นี่คือจุดเริ่มที่คนไทยต้องช่วยกันประคอง


ผมว่าจะยุติการวิพากย์วิจารณ์การประกาศยกเลิกการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่มี “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นประธานฯ หลังจากแสดงความชื่นชมการตัดสินใจของ เสธ.อ้าย ก่อนค่ำวันที่ 24 พ.ย.แล้ว

แต่ควันหลงของเหตุการณ์วันนั้นยังปรากฎให้เห็นอยู่ในหลายสื่อ ซึ่งมีทั้งชื่นชมยินดีในการตัดไฟแต่ต้นลมของ เสธ.อ้าย และมีทั้งที่ยังมีอารมณ์ค้างคากับการสั่งยุติการชุมนุมของคนบางกลุ่มที่ต้องการให้เห็นผล “แพ้” หรือ “ชนะ”

วันนี้ ผมจึงอยากจำลองภาพการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามว่า หากยังชุมนุมกันต่อไป

และได้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ เสธ.อ้ายประเมินไว้คือ มีกลุ่มมือที่สามบุกเข้าโจมตีผู้ร่วมชุมนุนในคืนวันนั้น ส่งผลให้ทหารออกมาปกป้องตามที่ต้องการ

เชื่อกันหรือว่า เหตุการณ์จะค่อย ๆ สงบลงแต่โดยดี โดยที่กลุ่มพลังทั้งในและนอกกฎหมายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะไม่ออกมาตอบโต้จนเกิดการปะทะกันของคนไทยกับคนไทย

ผมสมมติให้ต่อว่า หากกลุ่มพิทักษ์สยามของ เสธ.อ้าย สามารถเคลื่อนกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ ทุกอย่างจะจบลงอย่างง่ายดายเหมือนฝัน

ผมเชื่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของ เสธ.อ้าย ก็คงจะราบรื่นอย่างที่คิด เสียงเรียกร้องของผู้มีส่วนร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้จะดังเซ็งแซ่จน เสธ.อ้าย ไม่รู้จะจัดสรรตำแหน่งหน้าที่กันอย่างไรจึงจะลงตัว

หาก เสธ.อ้าย ไม่สามารถ ดำเนินการให้ทุกกลุ่มแนวร่วม “สมประโยชน์” สิ่งที่จะตามมาอย่างเลี่ยงไม่พ้นก็คือ ความแตกแยกในหมู่แกนนำที่ผิดหวังจากการร่วมรบครั้งนี้ จึงถึงขั้นมีการสาวไส้ให้กากิน เหมือนที่เคยปรากฎมาแล้วในอดีต

ในขณะที่ เสธ.อ้าย ต้องสาละวนกับการจัดสรรปันส่วนตำแหน่งให้กลุ่มแกนนำที่ร่วมรบในครั้งนี้อย่างทุลักทุเลนั้น

เชื่อหรือว่า กลุ่มรัฐบาลเก่าที่ถูกโค่นลงจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ากลับไปนอนดูละครเรื่อง “แรงเงา” อย่างสบายอกสบายใจ

เปล่าเลย.. กลุ่มพลังนอกสภาฯ ที่เคยมีประสบการณ์กดดันรัฐบาลอภิสิทธิ์  “ให้ยกธงขาว” ก็คงจะเริ่มบรรเลงเพลงรบเพลงที่ 1 ตามแผนที่ซักซ้อมกันไว้ทันที

ลองจินตนาการดูนะครับว่า ถึงตอนนั้นกรุงเทพฯ จะตกอยู่ในสภาพไหน ชาวบ้านจะอยู่กันอย่างไร ธุรกิจการค้าที่เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้เพียง 1 ปี ก็ต้องพบความอับเฉาอย่างยาวนานแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้

ในข้อเขียนคราวที่แล้วเรื่อง ทักษิณ ชินวัตร , ชนชั้นนำ และ อำมาตย์ ในมุมมองของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน

http://www.oknation.net/blog/netmom/2012/11/27/entry-1 ผมทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

บอกตามตรงว่า ผมเบื่อ “อีแอบ” ที่อยากมีอำนาจทางการเมือง แต่ไม่ชอบลงสมัครรับเลือกตั้ง แล้วอ้างโน่นนั่นนี่ ชักชวนชาวบ้านไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อพวกมันเหมือนที่เคยมีมาจริง ๆ ครับ !

ผมทราบดีว่า มีหลายท่านที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมเขียนออกไป เพราะยังเชื่อว่า รัฐบาล ใช่ว่าจะได้มาด้วยการเลือกตั้งเท่านั้น

แต่การออกมาเรียกร้องหรือการชุมนุมอย่างสงบสันติปราศจากอาวุธ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ได้มาซึ่งรัฐบาลอีกแบบหนึ่ง

แต่ก็อย่างที่ผมจำลองเหตุการณ์ให้เห็นตั้งแต่แรกนั่นแหละครับว่า รัฐบาลที่ไม่ผ่านการเลือกตั้งจะอยู่ในสภาพอย่างไร

ผมอยากแสดงความเห็นว่า นับเป็นความโชคดีของคนไทย และสังคมไทยอย่างยิ่ง ที่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2555 นี้ มีเหตุการณ์ทางการเมืองให้ คนไทยและสังคมไทยได้พิจารณาพร้อม ๆ กันถึงสองเหตุการณ์

เหตุการณ์แรกคือ การชุมนุมขับไล่รัฐบาลของ กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ด้วยข้อหาการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว ปล่อยให้มีกลุ่มบุคคลจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ตกอยู่ในอำนาจของคนบางคน และมีการทุจริต

เหตุการณ์ที่สองคือ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยข้อหาที่ไม่ต่างกันกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่แม้ว่าผลการลงมติรัฐบาลจะไม่ถูกคว่ำเนื่องจากมีเสียงข้างมากค้ำอยู่

แล้วสิ่งที่ผมเชื่อว่า คนไทยในสังคมไทยเห็นก็คือ วิวัฒนาการของประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา กำลังรุดหน้าอย่างน่าชื่นชมยิ่ง แม้ว่าในวันที่มีการอภิปรายจะเกิดเหตุการณ์วิวาทะระหว่างนักการเมืองทั้งสองฝ่ายก็ตาม

สิ่งที่ผมบอกว่าน่าชื่นชมก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน สามารถ “บอกเล่า” ให้ชาวบ้านรับรู้ว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย บริหารประเทศชาติบกพร่องและผิดพลาดอย่างไรบ้าง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

และสิ่งที่จะเกิดตามมาหลังจากนั้นก็คือ ข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด จะถูกส่งต่อไปยังองค์กรอิสระที่มีหน้าที่ ตรวจสอบ จนถึงขั้นลงโทษพรรครัฐบาลตามกฎหมายที่นักการเมืองด้วยกันช่วยกันกำหนดขึ้นมา

ผมอยากบอกว่า วันนี้ “ต้นประชาธิปไตย” ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำลังตั้งลำ และเริ่มผลิใบใหม่ ๆ ออกมาให้เห็น หลังจากถูกฉุกกระชากให้ล้มโดยใครต่อใครมาแล้วหลายหน

ผมจึงขอแลกเปลี่ยนความเห็นมายังคนไทยที่ร่ำร้องเรียกหาประชาธิปไตย ให้ช่วยกันเข้ามาประคับประคองต้นประชาธิปไตยให้เจริญงอกงามอย่างที่มันควรจะเป็นครับ

จริงอยู่ บนต้นไม้ทุกต้นย่อมมี กาฝาก หรือแมลงร้ายค่อยบ่อนทำลาย ทั้งต้นและใบให้ทรุดลง

แต่ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าของต้นไม้ทุกคนไม่ใช่หรือ ที่จะต้องช่วยกันกำจัดกาฝาก หรือแมลงร้ายนั้นด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ เพื่อให้ต้นไม้ประชาธิปไตยเติบใหญ่ แผ่ร่มเง่าให้ลูกหลานเราสืบไป.

โดย ภาณุมาศ_ทักษณา

 

กลับไปที่ www.oknation.net